วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 7

อุบัติเหตุที่ทำให้หัวใจสั่น

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าคุณวินยังไม่มีสมาธิพอจะจำสูตรคำนวณพวกนี้ ผมว่าเราควรพับเอกสารแล้วแยกย้ายดีกว่าครับ เสียเวลาเปล่า" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความประชดประชันเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์โซนส่วนตัว ตะวันขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสมุดโน้ตปกสีน้ำตาลคืนไปยังฝั่งตรงข้าม ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าความอดทนของติวเตอร์จำเป็นจำกัด วินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์จ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนาน เจ้าตัวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ แขนแกร่งยกขึ้นกอดอก ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นทีละนิด "เสียงบ่นของคุณนี่ดังกว่าเสียงแอร์อีกนะ ตะวัน" วินย้อนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ "บอกว่าเป็นติวเตอร์มืออาชีพ แต่สอนยังไม่ทันครบชั่วโมงก็จะไล่นักศึกษาออกซะแล้ว แบบนี้ผมจะฟ้องผู้จัดการส่วนตัวของคุณดีไหมล่ะ" "ผมไม่มีผู้จัดการครับ มีแต่ตัวผมเองนี่แหละที่ต้องมารับมือกับเด็กดื้อที่ไม่ยอมส่งการบ้านตามกำหนด" ตะวันสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวรัศมีรุ่นพี่ตัวโตกว่า "ถ้าเก่งนัก ทำไมตอนทำโจทย์ข้อนี้ถึงตกม้าตายล่ะครับคุณชายวิศวะ หรือสมองส่วนที่ใช้คำนวณมันถูกใช้ไปกับการหาเรื่องผมหมดแล้ว" คำพูดนั้นทำให้มุมปากของวินกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเท้าอ้อมโต๊ะยาวมาหยุดยืนประชิดฝั่งที่ตะวันนั่งอยู่โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว กริยารุกไล่ที่รวดเร็วทำให้ตะวันชะงัก ปากที่กำลังจะเถียงต่อพลنينค้างสนิท ร่างเพรียวถอยหลังหนีอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้ ด้านหลังไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว ขณะที่วินใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักขังร่างของรุ่นน้องปีหนึ่งให้อยู่ในพื้นที่จำกัดระหว่างอกแกร่งกับโต๊ะอ่านหนังสือ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของตะวันให้ตื่นตัวขึ้นทันที หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะจนเสียงมันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท "ถอยไปเลยนะ... คุณจะทำอะไร" ตะวันเงยหน้าขึ้นต่อSลอนด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามซ่อนความประหม่าไว้ใต้ท่าทางแข็งกร้าว "ไม่ได้ทำอะไร แค่อยากดูใกล้ๆ ว่าปากเก่งๆ นี่ เวลาพูดความจริงหน้ามันจะแดงเหมือนตอนนี้หรือเปล่า" วินก้มหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้ขนลุกซู่ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินเข้าหากัน ตะวันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบของวินที่มองจ้องลงมานั้นเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แค่ความกวนประสาทแบบทุกที แต่มันลึกซึ้งและร้อนแรงเสียจนทำให้สติที่สะสมมาทั้งหมดแทบจะกระเจิง "ผม... ผมไม่ได้เขิน ถอยไปสิครับ คนมองหมดแล้ว" ตะวันพยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของวินกลับเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตากันตรงๆ อีกครั้ง "มองใครล่ะ... แถวนี้มีแค่เราสองคน" วินเอ่ยเสียงพร่า สายตาเคลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างเผลอไผล บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกดูดกลืนจนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามประสานกัน ในเสี้ยววินาทีนั้น ระยะห่างที่บางเบายิ่งบีบคั้นอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น ตะวันหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นรัวรากับจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกต่อต้านหายวับไปกับตา เหลือเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้ใบหน้าของทั้งคู่โน้มเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ปลายจมูกแทบจะแตะกันอยู่รอมร่อในจังหวะที่ลมหายใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว... *แกร๊ก!* เสียงเปิดประตูกระจกห้องสมุดดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดนักศึกษาปีสามที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุ้นเคย "วินคะ อยู่นี่เอง รินหาซะทั่ว... อุ๊ย!" รินชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า วินและตะวันที่ยืนแนบชิดกันจนแทบจะรวมร่างกันอยู่แล้วผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต วินขบกรามแน่น ดวงตาคมหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาหงุดหงิดระคนไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ขณะที่ตะวันรีบจัดเสื้อผ้าและแว่นตาของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความกระอักกระอ่วนใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%