วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 18

น้ำตาของคนปากแข็ง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"พี่วินอย่ามาพูดจาบ้าๆ แบบนี้นะครับ! เรื่องระหว่างผมกับพี่... มันไม่เกี่ยวกับริน และพี่ไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องครอบครัวของพี่มาลงที่ผม!" เสียงหวาดระแวงปนหงุดหงิดของตะวันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของห้องพักขนาดกะทัดรัด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของคนที่ยืนประจันหน้าอยู่ ร่างสูงโปร่งของวินในชุดเสื้อชอปวิศวะยับยู่ยี่และกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ บ่งบอกชัดเจนว่าผู้ชายคนนี้เพิ่งผ่านพ้นสถานการณ์ที่เดือดดาลที่สุดในชีวิตมา ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หน้าประตูล็อบบี้คอนโดฯ ของตะวัน วินพุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาด้วยแววตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยรอยร้าว หลังจากโดนรินดักหน้าด้วยคำพูดกรอกหูชุดใหญ่ว่า *'พี่วินคิดเหรอคะว่าติวเตอร์ไร้น้ำยาคนนั้นจะรักพี่จริง? เขาแค่อยากเกาะพี่เพื่อยกระดับฐานะตัวเองเท่านั้นแหละ!'* วินในตอนนั้นแทบจะระเบิดอารมณ์ใส่ริน แต่ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานหลายเดือนจากฝั่งครอบครัว ทั้งเสียงกรอกหูเรื่องการแต่งงานการเมืองทางธุรกิจ และความกดดันที่ต้องเป็นลูกชายผู้สมบูรณ์แบบ มันพังทลายลงในวินาทีที่เขาเห็นหน้าตะวัน "หึ... กลัวเหรอตะวัน?" วินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังใจกระตุก ดวงตาสีเข้มที่ปกติมักจะมองคนอื่นด้วยความหยิ่งผยองและสายตากวนประสาท บัดนี้กลับฉายแววเคว้งคว้างเหมือนเด็กหลงทาง "เธอคิดว่าฉันเอาเรื่องที่บ้านมาลงที่เธอ... แต่เธอรู้ไหมว่า 'บ้าน' ของฉันมันไม่มีความหมายอะไรเลย ตั้งแต่วันที่ฉันเลือกมายืนอยู่ตรงนี้... ยืนอยู่ข้างๆ เด็กปากแจ๋วอย่างเธอเนี่ย!" ตะวันชะงักไปนิด ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้า มือเรียวที่ถือชีทสรุปบัญชีอยู่ถึงกับสั่นเทาเล็กน้อย แม้ปากจะเก่งและชอบต่อปากต่อคำกับวิศวะหนุ่มจอมเผด็จการคนนี้มาตลอด แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าใต้เกราะป้องกันที่แข็งกระด้างและคำพูดร้ายกาจของวินซ่อนแผลเหวอะหวะขนาดไหน "แล้วพี่มาลงที่ผมทำไมล่ะครับ?" ตะวันพยายามปรับน้ำเสียงให้แข็งกร้าวกลบเกลื่อนความไหวหวั่นในอก ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "พี่มีปัญหาอะไรกับคุณริน ก็เคลียร์กับคู่หมั้นพี่เองสครับ! อย่ามาลากผมเข้าไปเอี่ยวในเกมส์ไฮโซของพวกพี่เลย ผมเป็นแค่ติวเตอร์จนๆ คนหนึ่ง ไม่มีเวลามานั่งรองรับอารมณ์ดาร์กๆ ของคุณชายวิศวะหรอกนะครับ!" "เพราะรินมันบอกว่าเธอตีตัวออกห่างฉันไง!" วินตะคอกลั่นห้อง ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวตะวันอย่างรวดเร็วจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง ร่างสูงโน้มตัวลงมา กักขังตะวันไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้วด้านซ้ายจนขนลุกซู่ "มันบอกว่าเธอรับเงินจากแม่ฉันเพื่อแลกกับการเลิกยุ่งกับฉัน! จริงไหมตะวัน... ตอบมาสิว่ามันจริงรึเปล่า!" ตะวันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ขอบตา เขาดันอกแกร่งของวินสุดแรง แต่คนตัวโตกว่ากลับนิ่งราวกับกำแพงหิน ดวงตาคู่คมของวินเวลานี้ไม่ได้ดุดัน แต่มันกำลังสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว... ความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่ตัวเองเพิ่งเรียนรู้จะรักอย่างหมดหัวใจ "พี่บ้าไปแล้วเหรอ!" ตะวันสวนกลับเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจที่ถูกดูถูก "ถ้าผมจะรับเงิน ผมคงนั่งรถหรูไปช็อปปิ้งแบรนด์เนมตั้งแต่เดือนแรกที่รับติวให้พี่แล้วครับ! ไม่มานั่งหลังขดหลังแข็งตรวจการบ้านวิชาแคลคูลัสให้คนปากเสียอย่างพี่หรอกนะ!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด วินจ้องมองดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของตะวัน หัวใจที่เคยด้านชาและถูกหล่อหลอมด้วยความคาดหวังอันเย็นชาของครอบครัว พลันหลอมละลายลงในพริบตา ความแข็งกร้าวทั้งมวลมลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนแอของผู้ชายคนหนึ่งที่พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างราบคาบ ปลายนิ้วอุ่นจัดของวินค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่แก้มเนียนของตะวันอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย ตะวันสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อน "ขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบa ร Aอมไปด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นเต็มอก "ฉันแค่วิตกจริต... ฉันกลัวว่าวันหนึ่งเธอจะทิ้งฉันไปเหมือนที่คนอื่นๆ ในครอบครัวทำ... ตะวัน... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน" คำพูดนั้น... ทุบทำลายกำแพงความหยิ่งยโสทั้งหมดของตะวันลงจนไม่เหลือชิ้นดี หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นแรงด้วยความโกรธ กลับเปลี่ยนเป็นจังหวะเจ็บหน่วงและบีบรัดอย่างรุนแรงเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในคณะวิศวกรรมศาสตร์ไหลรินลงมาเงียบๆ ตะวันไม่เคยคิดเลยว่า จะได้เห็นมุมที่เปราะบางที่สุดของวิน... ผู้ชายที่ใครๆ ก็เกรงกลัว มือเรียวที่เคยผลักไส ค่อยๆ ยกขึ้นแตะที่แขนแกร่งของวินเบาๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอหนาอย่างเผลอไผล นิ้วเรียวเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มสากให้อย่างอ่อนโยน ความโกรธที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงความเห็นอกเห็นใจและความรักที่มันล้นทะลักออกมาจนเกินจะควบคุม "ใครบอกว่าผมจะไปไหนล่ะครับ..." ตะวันกระซิบเสียงแผ่วเบatชิดริมฝีปาก แววตาฉายความจริงใจจนอีกฝ่ายสัมผัสได้ "ถึงพี่จะปากเสีย เอาแต่ใจ และบางทีก็งี่เง่าเป็นเด็กๆ... แต่ผมก็ยังอยู่ตรงนี้ ไม่เคยไปไหนสักหน่อย" วินมองรอยยิ้มบางๆ ที่ปะปนอยู่กับหยาดน้ำตาของตะวัน ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาในอกที่ว่างเปล่ามาเนิ่นนาน ใบหน้าคมโน้มลงมาหาช้าๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่สัมผัสกันและกัน ตะวันหลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองชุดที่กำลังเร่งจังหวะ ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะเข้าหากันในบรรยากาศที่หวานล้ำและเปี่ยมไปด้วยความหมาย... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนในห้องลงทันที พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแทรกเข้ามาผ่านบานประตู "พี่วิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะคะ! รินรู้ว่าพี่อยู่ข้างใน... อย่ามาหลบหัวซุกหัวซุนกับอีแค่เด็กติวเตอร์กระจอกๆ คนนี้เลยค่ะ!" วินชะงักกึก ดวงตากลับมาคมกริบและเย็นชาขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที เขาดึงตัวถอยห่างจากตะวันเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ตะวันหอบหายใจน้อยๆ มองไปที่ประตูสลับกับใบหน้าของพระเอกหนุ่มที่ตอนนี้ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ก่อนที่วินจะทันได้ขยับตัวไปเปิดประตูเพื่อจัดการกับปัญหาเรื้อรังที่ตามมาหลอกหลอน... *แกร๊ก!* เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นพร้อมกับบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยฝีมือของบุคคลที่สาม ซึ่งถือวิสาสะไขเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้ทุกคนในห้องต้องแข็งค้างราวกับถูกสาป! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์ของคนปากแข็งคู่นี้มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%