"ถ้าพี่วินรู้ว่าคนที่เขากำลังจ้างมาติวหนังสือให้จนหัวปั่น... คือเด็กบริหารปีหนึ่งคนที่เขาประกาศกร้าวว่าจะเขี่ยให้พ้นทาง ความสัมพันธ์สายวิศวะกับสายบริหารคู่นี้คงบันเทิงน่าดูเลยนะครับ ว่าไหมล่ะ... น้องตะวัน"
เสียงหวานใสที่เจือแววเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของมุมหนังสือลับตาคนในห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ รินยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาสวยคมคายคู่นั้นกวาดมองเอกสารการสอนและสมุดโน้ตลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาคนที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังกองหนังสือ
ตะวันเม้มริมฝีปากแน่น สมองที่เคยประมวลผลตัวเลขและเคสสตдиธุรกิจได้อย่างรวดเร็วกำลังตีบตันในเสี้ยววินาที ร่างเพรียวบางดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อรักษาพื้นที่ทางจิตวิทยา แม้แววตาจะฉายความตื่นตระหนกออกมาวับหนึ่ง แต่ริมฝีปากอิ่มก็ยังคงเหยียดรอยยิ้มหยันตามสไตล์คนปากแจ๋วที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
"ถ้าคุณรินว่างมากจนไม่มีเวลาไปลองชุดแต่งงานกับคุณชายวิศวะเขา ลามปามมาเดินตรวจงานชาวบ้านแบบนี้ ระวังจะโดนฟ้องข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวนะครับ" ตะวันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน
รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวeเพราะพริ้งแต่เย็นเยียบ เธอเดินน่องเรียวเข้ามาใกล้โต๊ะทีละก้าว ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนสันหนังสือชีทสรุปวิชาแคลคูลัสที่วินเป็นคนเขียนกำกับไว้ด้วยลายมือหวัดๆ
"ปากเก่งดีนี่สมกับที่พี่วินเขาบ่นให้ฟังบ่อยๆ... แต่ก็น่าแปลกนะ คนที่เกลียดขี้หน้ากันแทบตายในวันรับน้อง กลับยอมมานั่งหลังขดหลังแข็งรับจ๊อบสอนพิเศษให้เขาตอนดึกดื่น แถมยังทำตัวเป็นเด็กดีเชื่อฟังทุกอย่าง... หึ พี่วินเขารู้รึเปล่าล่ะครับว่าติวเตอร์สุดที่รักของเขากำลังหลอกให้เขาตายใจ?"
ตะวันขยับถอยหลังเล็กน้อยเมื่อรินก้าวเข้ามาประชิด พื้นที่ระหว่างเขากับคู่หมั้นสาวของพระเอกเริ่มแคบลงจนรู้สึกอึดอัด ไม่ใช่เพราะกลัวผู้หญิงตรงหน้า แต่เขากลัวว่าแผนการทั้งหมดที่เขาอุตส่าห์อดทนอดกลั้นยอมโดนวินแกล้งสารพัดเพื่อแลกกับเงินก้อนโตจะพังทลายลงในพริบตา ถ้าวินรู้ความจริงว่าเขาคือคนเดียวกับคู่ปรับตัวแสบ... อนาคตในมหาวิทยาลัยของเขาคงจบเห่แน่ๆ
"คุณต้องการอะไรกันแน่?" ตะวันกดเสียงต่ำลง ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สายตาจับจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวของรินที่กำลังระบายยิ้มร้ายกาจ
"ฉันไม่ได้ใจร้ายขนาดจะไปฟ้องพี่วินตอนนี้หรอกนะ..." รินเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามขอบโต๊ะช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนกระซิบข้างใบหูของคนตัวเล็ก "แต่ฉันอยากเห็นอะไรที่มันสนุกกว่านั้น... นายอยากรู้ไหมล่ะ ว่าถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปเป่าหูพี่วิน สีหน้าของพ่อวิศวะปากแข็งคนนั้นจะเหวขนาดไหนตอนที่รู้ว่าตัวเองตกหลุมรักคนที่เกลียดที่สุดเข้าไปเต็มเปเปอร์"
"คุณริน!" ตะวันอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหงุดหงิด "คุณจะบ้าหรือไง! เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคุณเลยนะ!"
"ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ ในเมื่อพี่วินคือคู่หมั้นของฉัน และฉันเกลียดที่สุดคือการที่ใครมาทำตัวเป็นก้างขวางคอ... แต่นายรู้อะไรไหม นายมันตลกดีนะตะวัน นายยอมให้เขาจิกหัวใช้ ยอมเป็นเด็กดื้อให้เขาปราบ ทั้งที่ความจริงนายถือนำเขาอยู่หลายก้าวเลย" รินผกายหน้าขึ้นอย่างถือดี แววตาสมเพชแกมสนุกสนานฉายชัด "ฉันให้เวลา นายมีเวลาจนถึงวันสอบมิดเทอมนี้... ทำให้พี่วินสารภาพรักกับนายให้ได้ แล้วเดินไปบอกเขาด้วยตัวเองว่านายคือใคร..."
"แล้วถ้าผมไม่ทำล่ะ?"
รินหุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุดัน "ถ้านายไม่ทำ... ฉันจะเป็นคนเดินไปบอกพี่วินเอง และฉันรับรองเลยว่า นายจะไม่ได้แม้แต่เศษเงินค่าจ้างสักบาทแถมยังต้องออกจากมหาวิทยาลัยนี้ด้วยความอับอายที่สุด!"
คำขู่กึ่งคำประกาศิตทิ้งน้ำหนักลงกลางใจตะวันจนชาหนึบ ร่างโปร่งยืนนิ่งสนิท กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจแต่ทำอะไรไม่ได้ รินสะบัดหน้าใส่ด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ ก่อนจะเดินนวยนาดหายลับไปจากมุมหนังสือ ทิ้งให้ตะวันยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกองตำราเรียนที่ตอนนี้กลายเป็นสิ่งกีดขวางทางเดินชีวิตของตัวเองไปเสียแล้ว
เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องโถงทางเดิน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของวินในชุดเสื้อช็อปวิศวะปลดกระดุมบนสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและสร้อยเงินที่คอ เจ้าตัวเดินถือแก้วกาแฟเย็นเข้ามาด้วยสีหน้าหงุดหงิดตามประสาคนนอนน้อย
"นี่นาย ยืนทำหน้าเอ๋ออะไรอยู่ตรงนั้นวะ?" เสียงทุ้มห้วนเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าติวเตอร์ตัวแสบ วินสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วใช้สมุดในมือเคาะหัวตะวันเบาๆ อย่างเคยชิน "ฉันสั่งกาแฟมาให้ แก้วตั้งแพง รีบมาติวให้คุ้มเงินเลยนะ วันนี้ถ้าฉันทำโจทย์ข้อนี้ไม่ได้ นายไม่ต้องกลับหอ!"
ตะวันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ความคิดวุ่นวายเรื่องรินถูกปัดตกไปชั่วขณะเมื่อดวงตาคมดุของคนตรงหน้ามองมา ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจคนนี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วอก ทั้งหวาดกลัวคำขู่ของริน ทั้งรู้สึกผิดที่ต้องปกปิดตัวตน และที่สำคัญที่สุด... ความรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้คนตรงหน้าอย่างไม่มีเหตุผล
"มองอะไรหน้าฉันแบบนั้น หึงรึไงที่ฉันไปซื้อกาแฟช้า?" วinเลิกคิ้วกวนประสาท ย่อตัวลงนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนมุมปากหยัก "หรือว่าสำนึกได้แล้วว่าขาดฉันไม่ได้?"
ตะวันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียวดึงสมุดตรงหน้ามาเปิดอย่างแรงจนกระดาษยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองพระเอกตัวร้ายด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
"ถ้าเกิดว่าวันหนึ่ง... พี่รู้ว่าผมไม่ได้ใสซื่อและยอมพี่อย่างที่พี่คิด..." ตะวันเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "พี่จะยังอยากนั่งติวหนังสือให้ผมแบบนี้อยู่ไหมครับ?"
วินชะงักไปชั่ววินาที รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาแข็งค้างลง ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่ฉายแววลังเลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลงจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น
ก่อนที่วินจะได้อ้าปากเอ่ยคำถามอะไรออกไป เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก็หยุดยืนอยู่ที่โต๊ะนั้นเสียก่อน
"พี่วินคะ... รินมีเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับติวเตอร์คนนี้ที่พี่ต้องรู้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ*
**คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง**
วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 17
ความลับแตก
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!