"ถ้าพาร์ทนี้ทำคะแนนตกลnจากเดิมแม้แต่คะแนนเดียว พี่วินเตรียมตัวโดนยึดสิทธิ์กินชาบูยาวหนึ่งเดือนได้เลยนะครับ"
นิ้วเรียวสวยของตะวันจิ้มลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเน้นย้ำตรงกราฟผลการทดสอบย่อยอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าหวานหงุดหงิดเล็กน้อยยามที่เห็นรอยยิ้มกวนประสาทของอีกฝ่ายระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่สะท้านต่อคำขู่สักนิด
"โห เด็กดื้อ ใจร้ายจังครับ พี่อุตส่าห์ตั้งใจทำชีทสรุปตามที่ติวเตอร์คนเก่งสั่งทุกตัวอักษรเลยนะ" วินทิ้งตัวพนักเก้าอี้โซฟาลงอย่างเกียจคร้าน แขนแกร่งทั้งสองข้างพาดพนักโซฟาโอบล้อมร่างบางเข้ามาใกล้โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นเฉพาะตัวแผ่ซ่านจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
นี่คือคอนโดส่วนตัวของวินในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ ความวุ่นวายจากโลกภายนอกถูกปิดกั้นด้วยบานกระจกใสและม่านทึบแสง มีเพียงแสงไฟสีส้มวลอบอุ่นสาดส่องลงบนโต๊ะกลางห้องที่เต็มไปด้วยกองหนังสือและกระดาษโน้ต ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการบังคับและข้อแลกเปลี่ยน ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชินที่ลึกซึ้งจนน่าใจหาย
ตะวันถอนหายใจยาว ขยับตัวหนีไออุ่นที่รุกรานเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น แต่ทว่าเอวบางกลับถูกมือใหญ่รวบไว้ด้วยความเร็วที่คาดไม่ถึง วินดึงร่างของติวเตอร์ตัวแสบให้เข้ามานั่งเบียดชิดจนแทบเกยตัก ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนใสไปนิดเดียวอย่างตั้งใจ
"พี่วิน... ปล่อยเลยนะ เรากำลังติวหนังสือกันอยู่นะครับ ไม่ใช่เวลามาเล่น" ตะวันดุเสียงเขียว พยายามดันแผงอกกว้างออก แต่แรงของเด็กบริหารตัวเล็กมีหรือจะสู้แรงของวิศวะหนุ่มสายกีฬาได้ วินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แววตาคมกริบทอประกายความคลั่งรักออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ก็คนมันไม่มีสมาธินี่ครับ... ติวเตอร์น่ารักเกินไป พี่มองทีไรสมาธิหลุดทุกที" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนตะวันต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ปากก็ยังทำเป็นเก่งสวนกลับทันควัน
"อย่ามาอ้างน่า พี่วินแค่ขี้เกียจมากกว่า... ปล่อยผมก่อน ไม่งั้นผมฟ้องจริง ๆ ด้วย"
"ฟ้องใครครับ? แม่พี่เหรอ หรือจะฟ้องหัวใจตัวเองว่ากำลังตกหลุมรักวิศวะคนนี้เข้าแล้ว" วินยิ้มมุมปาก ท่าทางกรุ้มกริ่มแบบนั้นชวนให้หมั่นไส้จนตะวันอยากจะหยิกแขนสักที แต่ก่อนที่คนพี่จะได้แกล้งอะไรไปมากกว่านั้น ปลายนิ้วเรียวก็ยกขึ้นแตะริมฝีปากของวินเบา ๆ เป็นการปิดสวิตช์คำพูดหยอกเย้า
ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของคนพี่ บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน วินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มฉายแววไหววับเมื่อเห็นความจริงจังพาดผ่านดวงตาคู่นั้น
"ถึงผมจะปากจัด... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกที่ให้มันไม่จริงนะครับ" ตะวันเอ่ยเสียงแผ่วเบaแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ปลายนิ้วที่แตะอยู่บนริมฝีปากเลื่อนมาลูบสันจมูกโด่งเบา ๆ อย่างทะนุถนอม "พี่วินเก่งจะตาย... อย่าด้อยค่าตัวเองให้มากนักเลยนะ มีผมคอยเคี่ยวเข็ญอยู่ตรงนี้ทั้งคน คะแนนสอบรอบนี้ต้องออกมาดีแน่ ๆ ครับ"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจจากเด็กหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใครง่าย ๆ กลับทรงพลังยิ่งกว่าคำปลอบโยนใด ๆ ในโลก วินรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันบีบตัวแน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหลุมดำที่เคยว่างเปล่าในใจ ความคาดหวังจากครอบครัวและภาระที่แบกรับมาตลอดราวกับถูกปัดเป่าให้เบาบางลงด้วยรอยยิ้มของคนตรงหน้า
มือใหญ่เอื้อมขึ้นกุมมือบางที่แนบอยู่บนแก้มของตนไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจออกมา
"ขอบคุณนะครับ... ตะวัน" วินกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะโน้มใบลงมาประทับริมฝีปากนุ่มลงบนหน้าผากเนียนมนอย่างแผ่วเบา เนิ่นนานและเต็มไปด้วยความทะนุถนอม ความหวานละมุนที่อบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้ช่างเปราะบางและงดงามราวกับความฝัน
ตะวันหลับตาลงรับสัมผัสอบอุ่นนั้น หัวใจดวงน้อยพองโตจนแทบระเบิด ความสุขชั่วคราวก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในห้วงเวลาที่ทั้งสองคนต่างโอบกอดกันและกันไว้ ท่ามกลางโลกที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยเงื่อนไข... ช่วงเวลานี้คือป้อมปราการแห่งความสุขที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยกัน
ทว่า... ความสุขมักมีราคาที่ต้องจ่าย และพายุใหญ่ก็มักจะมาเยือนในวินาทีที่ท้องฟ้าดูสงบที่สุด
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูห้องชุดด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศหวานซึ้งให้แตกกระเจิงในพริบตา วินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ใครกันที่มาเคาะประตูรบกวนยามวิกาลแบบนี้ ในเมื่อปกติแล้วไม่เคยมีใครรู้รหัสคอนโดส่วนตัวของเขานอกจากเพื่อนสนิทสองสามคน
"ใครมาดึกดื่นป่านนี้นะครับ?" ตะวันผละออกจากอ้อมแขนกว้างด้วยความตกใจเล็กน้อย จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"พี่ไม่รู้เหมือนกัน... นั่งรอก่อน เดี๋ยวพี่ออกไปดูเอง" วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นมาทันที เขาสบตากับติวเตอร์ตัวแสบเป็นเชิงบอกให้รออยู่ในห้อง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปยังประตูดนตรีหน้าห้องด้วยฝีเท้ามั่นคง
บานประตูถูกเปิดออกกว้างโดยที่วินไม่ได้เอ่ยถามผ่านอินเตอร์คอม ร่างสูงกวาดสายตามองผู้มาเยือนด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่า... รอยยิ้มหงุดหงิดบนใบหน้ากลับต้องค้างเติ่ง เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างที่คิด
เส้นผมยาวสลวย ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์เนมราคาแพง และดวงตากลมโตที่มองตรงเข้ามาด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความกดดัน... ริน ยืนกอดอกอยู่ที่หน้าห้อง พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่วางอยู่ข้างตัว
"เซอร์ไพรส์ไหมคะพี่วิน... พอดีที่คุณแม่ท่านส่งรหัสสำรองมาให้ริน รินก็เลยบินตรงมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาหาพี่ที่นี่เลยค่ะ"
รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความนัยบางอย่าง เธอก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของบ้าน สายตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องอย่างสำรวจ ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของตะวันซึ่งยืนอยู่ตรงโต๊ะทำงานในห้องนั่งเล่น
วินยืนนิ่งค้างอยู่ที่หน้าประตู ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลัง เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... พายุลูกใหญ่ที่เขาหวาดกลัวมาตลอด ได้พัดมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่ของวินและตะวันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 22
หวานให้สุดก่อนหยุดที่ดราม่า
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!