วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 2

ปากจัด vs ปากเก่ง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าคุณคิดว่าการจ้างผมมาชั่วโมงละสามร้อยบาท แล้วจะทำตัวเป็นเทวดาชี้นิ้วสั่งอะไรก็ได้... เชิญไปหาพระที่วัดใกล้บ้านเถอะครับ เผื่อท่านจะช่วยปัดเป่าความเวรความกรรมในสมองของคุณให้ได้บ้าง" เสียงใสๆ ที่ติดจะเหวี่ยงเล็กน้อยดังขึ้นแทรกเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานแข่งกับบรรยากาศมาคุในห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตะวันปักหลักนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ยาว เอกสารสรุปเนื้อหาแคลคูลัสปีหนึ่งถูกกางแผ่หรี่ตาอ่านด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตตวัดมองผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางกวนประสาทเป็นที่สุด วินไม่เพียงแต่ไม่สะทกสะท้านกับวาจาเชือดเฉือนนั้น เขาหยิบปากกาในมือหมุนเล่นไปมาราวกับเด็กกำลังเบื่อหน่ายวิชาเรียน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดจะหยิ่งผยองตามแบบฉบับเดือนคณะวิศวะปรายตามองเอกสารราคาถูกตรงหน้าด้วยหางตา "ปากเก่งดีนี่" วินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าฟังดูอันตราย "นึกว่ารับจ้างมาติวหนังสือ ที่ไหนได้... นึกว่าจ้างครูฝ่ายปกครองมาอบรมมารยาท" "มารยาทน่ะมีครับ แต่ผมเลือกจะใช้กับคนที่รู้จักคำว่าให้เกียรติคนอื่นก่อน... และดูเหมือนว่าคุณจะสอบตกวิชานี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียนซะด้วยซ้ำ" ตะวันกระแทกปากกาเน้นข้อความลงบนโต๊ะเบาๆ เพื่อระบายอารมณ์ ร่างบางในชุดนักศึกษาเข้ารูปขยับตัวเข้าหาโต๊ะเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะกดดัน ดวงตาสองคู่ประสานกันในอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ นี่คือการเจอกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่เพื่อนสนิทของวินติดต่อไปยังเพจรับจ้างติวเตอร์ของตะวันด้วยเรตราคาที่ปฏิเสธไม่ลง ตะวันยอมเสียเวลาสละวันหยุดอันมีค่าเพื่อมาช่วยฉุดเกรดเฉลี่ยของ 'คุณชายวิศวะเทวดา' คนนี้ให้พ้นจากโซนอันตราย แต่ดูท่าทางแล้ว... สิ่งที่วินต้องการในวันนี้ น่าจะไม่ใช่การเรียนฟิสิกส์หรือแคลคูลัส แต่เป็นการหาเรื่องทะเลาะกับเขาเสียมากกว่า "ก็สมลือดีนะ... ที่เขาบอกว่าเด็กบริหารปีหนึ่งคนนี้ทั้งปากแจ๋วแล้วก็หยิ่งไม่เบา" วินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนตะวันต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก "แต่รู้ไหมว่าคนปากเก่งส่วนใหญ่ มักจะลงท้ายด้วยการร้องขอชีวิตใต้ร่างผมทั้งนั้น" "ทุเรศ!" ตะวันหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างเหลืออด "สมองคุณมีแต่เรื่องแบบนี้เหรอครับ ถึงได้คิดว่าทุกคนเขาจะยอมจำนนต่อคำพูดต่ำๆ ของคุณ" "ต่ำเหรอ?" วinเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองอยากจะคว้าเก้าอี้มาฟาดหน้าสักที "ผมยังไม่ได้ทำอะไรต่ำๆ เลยสักนิด... หรือว่าคุณกำลังจินตนาการไปไกลเองกันแน่ล่ะ ตะวัน" ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว ท่าทางเย่อหยิ่งดุดันแบบเสือร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่อทำให้หัวใจของตะวันเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะความหล่อเหลาหรือเสน่ห์แพรพราวอะไรนั่นหรอก... แต่เป็นเพราะความกวนประสาทที่ทำให้เขาอยากจะเอาชนะจนตัวสั่นต่างหาก "เลิกนอกเรื่องแล้วเปิดหนังสือไปที่บทที่สามครับ ถ้าวันนี้คุณยังทำโจทย์เซ็ตนี้ไม่ได้สามข้อ คุณไม่ต้องลุกออกจากเก้าอี้ตัวนี้แน่" ตะวันตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง พยายามดึงสถานการณ์กลับมาสู่โหมดติวเตอร์นักศึกษาให้เร็วที่สุด ก่อนที่หัวใจทรยศดวงนี้จะเต้นแรงเกินกว่าเหตุ "ไม่อ่าน เหนื่อย อยากพัก" วินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้งอย่างไม่ยี่ห้อ ยกมือขึ้นไขว้ท้ายทอย สายตาคมกราบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึงด้วยความหมั่นไส้ "อีกอย่าง... จ่ายเงินแพงขนาดนี้ ฉันไม่ได้อยากมานั่งฟังนายบ่นเหมือนยายแก่หรอกนะ" "ถ้าไม่อยากเรียนก็เชิญจ่ายเงินค่าเสียเวลาแล้วไสหัวกลับห้องไปเลยครับ เวลาของผมมีค่ามากกว่าจะมานั่งเถียงกับเด็กมีปัญหาเรื่องการขาดความอบอุ่นแบบคุณ!" เปรี้ยง! ประโยคหลังหลุดปากออกไปโดยที่ตะวันไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจ วินที่ทำท่าทางกวนประสาทเมื่อครู่ชะงักกึก รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าหล่อเหลาเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับเปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นชาขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิดิ่งลงจนหนาวยะเยือก ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบโต๊ะอ่านหนังสือชั่วขณะ วินจ้องมองหน้าตะวันนิ่งสนิท ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปคู่นั้น แต่แววตากลับลุกโชนด้วยไฟโทสะที่ถูกสะกิดเข้าอย่างจัง ปมในใจที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางแบดบอยถูกคนตรงหน้าขุดขึ้นมาพูดอย่างไม่ไว้หน้า "ปากดีแบบนี้... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ตะวัน" วinเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังกดดันจนคนฟังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "คนอย่างนาย... เดี๋ยวก็คงได้รู้ซึ้งว่าการเล่นกับไฟมันรู้สึกยังไง" "เชิญครับ ผมไม่กลัวคนอย่างคุณหรอก" ตะวันเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับรัศมีน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากร่างสูงตรงหน้า แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนถอยหลังไม่ได้ ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินมาถึงจุดเดือด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะกระจกห้องอ่านหนังสือส่วนตัวเบรกความตึงเครียดลง "พี่วินคะ... อยู่นี่เอง รินตามหาซะทั่วเลย" เสียงหวานใสที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดนักศึกษาปีสอง ริน ดาวคณะบริหารคู่หมั้นสาวที่ผู้ใหญ่ทางบ้านจัดเตรียมไว้ให้เดินเข้ามาหยุดยืนข้างกายวิน มือเรียวบางเอื้อมมาแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มอย่างสนิทสนม สายตาดุจกวางน้อยชำเลืองมองตะวันด้วยแววตาที่ซ่อนความไม่พอใจเอาไว้มิด วินไม่ได้ปัดมือของรินออก แต่สายตาคมกริบกลับยังคงจ้องมองอยู่ที่ตะวันไม่วางตา มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะโน้มตัวกระซิบบางอย่างด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของตะวันเย็นเฉียบ "หมดเวลาเรียนพิเศษแล้วล่ะติวเตอร์... เพราะตอนนี้ 'ตัวจริง' เขามาตามกลับบ้านแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่บทที่สองไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%