"ถ้าพี่ยังเอาแต่มองหน้าผมแบบนี้... ผมจะคิดว่าพี่อยากจูบผมมากกว่าอยากให้ผมสอนการบ้านนะครับ, คุณวิศวะ"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของตะวันดังขึ้น ทลายความเงียบที่โรยตัวคลุมโต๊ะไม้ริมกระจกของคาเฟ่กึ่งบาร์สุดฮípใกล้รั้วมหาวิทยาลัยจนหมดสิ้น ปลายนิ้วเรียวของติวเตอร์จำเป็นเคาะปากกาไวท์บอร์ดลงกับสมุดโน้ตสันห่วงเบาๆ สองสามครั้ง เป็นจังหวะเร่งเร้าให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามดึงสติกลับมาจากภวังค์
วินกะพริบตาถี่เล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งสนิทและหยิ่งผยองใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับมีร่องรอยความหงุดหงิดเจือจางพาดผ่านดวงตาคมกริบ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองตัวเลขและสูตรแคลคูลัสที่เขียนเรียงรายอยู่ในหน้ากระดาษเลยสักนิด แต่มันกำลังโฟกัสอยู่ที่ริมฝีปากบางเฉียบที่ขยับเจรจาพาทีท้าทายเขาอยู่ต่างหาก
"ปากดีขึ้นทุกวันนะตะวัน" วินแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเอนหลังพิงพนักโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม กอดอกมองเด็กปีหนึ่งคณะบริหารที่บังaอาจมาปั่นป่วนหัวใจเขาจนปั่นป่วน "สอบมิดเทอมรอบนี้ถ้าคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่ฉันตั้งไว้... ฉันจะปรับเธอด้วยการจูบโชว์กลางคณะให้ดู"
"อุ๊ย กลัวจังเลยครับ" ตะวันยิ้มหวานหยด ยักไหล่บางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนอย่างไม่ยี่หระ "แต่เกรงว่าคนที่ได้คะแนนน้อยจนต้องร้องไห้งอแง จะไม่ใช่ผมหรอกครับพี่วิน... อ่านชีทตรงนี้ต่อเถอะครับ อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็นเพราะคิดเลขไม่ออกเลย"
สายตาที่วินมองเด็กตรงหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงโปร่งของเดือนคณะวิศวะขยับเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์โปรดผสมผสานกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยกรุ่นแตะจมูก จนตะวันต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก—ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ทำไมถึงมีแรงดึงดูดมหาศาลขนาดนี้ ยิ่งใกล้กัน ยิ่งอันตรายต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเขาเข้าไปทุกที
"ถ้าฉันตั้งใจเรียนจนได้คะแนนเต็ม... เธอมีรางวัลอะไรให้ฉันไหมล่ะ" วินกระซิบเสียงต่ำ ทอดเสียงพร่าพรายจนคนฟังรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปตามสันหลัง
ตะวันชะงักไปนิด ดวงตากลมโตไหวระริกก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทแล้วยิ้มมุมปาก "อยากได้อะไรล่ะครับ... พี่วินคนรวย มีเงินซื้อได้ทุกอย่างไม่ใช่เหรอ"
"เงินซื้อความรู้สึกของเธอไม่ได้หรอกนะ ตะวัน" วินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งจนตะวันเผลอชะงัก ปลายปากกาในมือหยุดนิ่ง บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะแคบลงถนัดตาเมื่อดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
ในจังหวะที่ตะวันกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซوเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก เสียงกระดิ่งลมเหนือประตูไม้หนמשของคาเฟ่ก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น พร้อมกับแรงลมเย็นที่พัดกรูเข้ามาตามการเปิดประตู
"พี่วินคะ!"
เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเร่งรีบและคุ้นเคยดังแทรกขึ้นกลางบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัว
ตะวันชะงักกึก ร่างเพรียวที่กำลังโน้มตัวเข้าหาโต๊ะเพื่ออธิบายโจทย์เลขแข็งค้างทันที ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากห้วงฝันแล่นริ้วขึ้นมาในอก ขณะที่ดวงตากลมโตหันขวับไปมองยังต้นเสียง
ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแฟชั่นแบรนด์เนมดูแพงระยับ เรือนผมยาวสลวยลอนสวยรับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มมาอย่างพิถีพิถัน เธอกำลังก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางมั่นใจ แต่รอยยิ้มบนใบหน้านั้นกลับแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับภาพของคนทั้งคู่ที่นั่งชิดติดกันเกินความจำเป็นบนโต๊ะติวหนังสือ
'ริน' ปรากฏตัวขึ้น ทำเอาตะวันชะงักไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะตัวนั้นอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสความอึดอัดและแรงปะทะทางอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รินกวาดสายตามองตะวันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ไม่ได้ปิดบังความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะเบนสายตาไปสบตากับวินที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากลับบึ้งตึงลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาของวินฉายแววหงุดหงิดระคนรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด
"เธอมาทำไมที่นี่, ริน" เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบสนบ แต่เย็นชาจนคนฟังต้องสะดุ้ง
ตะวันค่อยๆ ดึงตัวกลับมานั่งตัวตรง เม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความรู้สึกแปลบปลาบในอกตีรวนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อตระหนักได้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือใคร—คู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัด 100% คนที่อยู่ในสถานะ 'เหมาะสม' ทุกประการกับวิน ในขณะที่เขาเป็นแค่... เด็กติวเตอร์ที่เข้ามาป่วนเปี้ยนในชีวิตชั่วคราวเท่านั้น
รินเดินตรงดิ่งเข้ามาใกล้โต๊ะ วางกระเป๋าแบรนด์หรูลงบนเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดให้วินโดยไม่ชายตาแลตะวันเลยสักนิด "คุณแม่ให้รินมาตามพี่วินค่ะ ท่านบอกว่าให้ไปทานข้าวด้วยกันที่บ้าน เพราะคุณปู่ท่านคิดถึง... เอ๊ะ นี่น้องคนนี้คือเด็กที่รับจ๊อบมาติวหนังสือให้พี่วินเหรอคะ หน้าตาคุ้นๆ นะคะเนี่ย เหมือนเคยเห็นที่คณะบริหาร"
ประโยคหลัง รินหันมามองตะวันด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากถูกส่งมาให้อย่างไม่คิดจะเกรงใจ
ตะวันแค่นหัวเราะในใจ ความรู้สึกยอมแพ้ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเด็กบริหารคนนี้อยู่แล้ว มือเรียวค่อยๆ เก็บชีทและปากกาลงกระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้หญิงที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่านิดๆ
"ครับ ผมเป็นเด็กติวหนังสือ... แต่ดูเหมือนว่า วิชาที่ผมกำลังสอนพี่วินอยู่ตอนนี้ จะลึกซึ้งเกินกว่าที่คนนอกจะเข้าใจนะครับ" ตะวันตอบเสียงใส แต่สายตาสวนกลับคมกริบชนิดที่รินต้องหน้าตึงขึ้นมาทันที
วินมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เขารู้ดีว่าตะวันกำลังหึงและพยายามสร้างกำแพงป้องกันความรู้สึกตัวเอง แต่สายตาที่เด็กดื้อส่งมาให้เขานั้นมันช่าง... ท้าทายและน่าดึงดูดใจจนเขาแทบอยากจะลากตัวรินออกไปให้พ้นร้าน แล้วดึงตะวันเข้ามาจูบซ้ำๆ ให้หายหมั่นเขี้ยว
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมฟากโต๊ะคาเฟ่จะปะทุเดือดไปมากกว่านี้ มือหนาของวินก็เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของตะวันเอาไว้แน่น รั้งไม่ให้เด็กหนุ่มลุกหนีไปไหน สายตาคมกริบของวินไม่ได้มองรินเลยแม้แต่น้อย เขาก้มลงมองสบตาตะวันนิ่ง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของตะวันสะดุดกка
"จะรีบไปไหน... คราบิวตี้ของเรายังไม่เคลียร์เลยนะตะวัน" วินเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของตะวันร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "แล้วก็... อย่าเพิ่งคิดจะหนีฉันไปไหนทั้งนั้น เพราะเรื่องของเรา... ยังไม่ได้เริ่มจริงๆ เลยด้วยซ้ำ"
— แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ —
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 13
จังหวะนรกหน้าคาเฟ่
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!