“สวัสดี... คุณอาสาสมัคร หวังว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกันยาวนะครับ”
ประโยคทิ้งท้ายที่ยังดังก้องในโสตประสาท ทำให้พายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน แสงไฟสลัวจากเซฟเฮาส์ใต้ดินสาดกระทบใบหน้าคมคายของภามจนเกิดเงาทอดatลงมา หัวหน้าทีมกู้ภัยทะเลไม่ได้ขยับตัวหนี เขายังคงยืนขวางทางออกเดียวของห้องควบคุมแคบๆ แห่งนี้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำแนบเนื้อเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง กลิ่นอายความเป็นผู้นำและความดุดันแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด
พายเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในดวงตา ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันก่อนจะสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
“ถ้าหมายถึงเรื่องที่ผมแอบเจาะระบบฐานข้อมูลของ ดร.วิชัยล่ะก็... ผมว่าเราคุยกันสั้นๆ แค่ ‘ต่างคนต่างอยู่’ จะดีกว่านะครับ หัวหน้าภาม”
ภามแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวทีละน้อยอย่างคุกคาม จนพายต้องถอยหลังไปชนกับแผงควบคุมคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ความเย็นเฉียบของโลหะด้านหลังตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง
“ต่างคนต่างอยู่เหรอครับ พาย?” ภามทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบข้างใบหู “คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมขายบ้านอยู่หรือไง ถึงได้กล้าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงในเขตหวงห้ามของพวกมัน รู้ไหมว่าถ้า ดร.วิชัยจับได้ว่าคุณแฮกข้อมูลชุดนั้นออกมา... ศพของคุณคงลอยไปโผล่ที่ไหนสักแห่งในทะเลลึกโดยที่ผมยังไม่มีโอกาสได้สืบรู้ด้วยซ้ำ”
น้ำเสียงนั้นแม้จะเจือด้วยความหงุดหงิดและความดุดัน แต่ทว่า... แววตาคู่คมที่มองตรงมากลับไหววูบด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด พายจับสังเกตความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเกรี้ยวกราดนั้นได้ทันที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับเริ่มรัวเร็วจนน่ารำคาญ
“เป็นห่วงผมหรือไงครับ?” พายเลือกที่จะใช้รอยยิ้มมุมปากและน้ำเสียงเย้าแหย่เข้าสู้ ทั้งที่ฝ่ามือชื้นเหงื่อเริ่มจิกเข้าหากันแน่นเพื่อระบายความตึงเครียด “ทำไมล่ะครับ หัวหน้ากลัวว่าจะเสียลูกทีมฝีมือดีไป หรือว่า... กลัวอย่างอื่นกันแน่”
ภามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสบเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่ฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนระยะห่างระหว่างเขากับพายเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น กลิ่นอายสะอาดผสมกลิ่นไอทะเลจางๆ จากตัวภามรุกรานพื้นที่หายใจของพายจนสมองตื้อตัน
“ปากเก่งให้มันตลอดเถอะครับ” ภามกระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งแทบจะชนกันอยู่รำไร “คุณไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับไฟ... และผมก็ไม่ใช่คนใจดีที่จะคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณไปตลอดหรอกนะ”
“งั้นก็ไม่ต้องเช็ดสิครับ ผมโตพอที่จะรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง—”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อภามเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่พายจะทันตั้งตัว มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้กับแผงควบคุมด้านหลังด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวไว้ ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้เบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างเผลอไผล แรงปะทะทางอารมณ์เปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจ นัยน์ตาคู่นั้นของภามตอนนี้ไม่ได้มีความดุดันเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาลึกล้ำที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมมาตลอด
มันคือความรู้สึกที่เกินเลยกว่าคำว่า ‘เพื่อนร่วมงาน’ หรือ ‘หัวหน้ากับลูกทีม’ อย่างปฏิเสธไม่ได้
ความเงียบในเซฟเฮาส์ดังอื้ออึงอยู่ในหู พายสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ภามเองก็มีลมหายใจที่ติดขัดไม่แพ้กัน สายตาของชายหนุ่มไล่ต่ำลงมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกครั้งด้วยประกายความยับยั้งชั่งใจที่กำลังจะขาดผึ่ง
“พาย...” เสียงเรียกนั้นแหบพร่าและสั่นน้อยๆ “หยุดยั่วผมสักที... ถ้าคุณยังไม่อยากให้คืนนี้มันเลยเถอะไปไกลกว่านี้”
พายรู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ สมองขาวโพลน คำพูดโต้เถียงที่เคยเตรียมไว้หายเกลี้ยง ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่พยายามปกป้องมาตลอด และยิ่งอันตรายกว่าเมื่อเขารู้ตัวว่า... เขาก็ไม่อยากผลักไสสัมผัสนั้นออกไปเช่นกัน
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อลดช่องว่างที่เหลืออยู่ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเซฟเฮาส์!
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
แสงไฟสีแดงกะพริบวาบสลับกับความมืด หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักแสดงข้อความเตือนภัยขนาดใหญ่ที่ทำให้ทั้งสองคนต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
**[WARNING: UNAUTHORIZED ACCESS DETECTED IN SECTOR 4]**
**[TARGET: IDENTIFIED - DR.VICHAJ’S ENFORCE TEAM]**
ภามสบถออกมาคำหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันในพริบตา ความอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักรบของหัวหน้าทีมกู้ภัยทันที ชายหนุ่มคว้าปืนพกประจำตัวออกจากซองข้างเอวขึ้นมาปลดล็อกสไลด์อย่างคล่องแคล่ว
“พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด” ภามหันมามองพายด้วยแววตาจริงจัง “อยู่ข้างหลังผม อย่าห่างเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?”
พายพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกวาบหวามเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวในการเอาชีวิตรอด ทั้งสองเตรียมพุ่งตัวออกจากห้องควบคุมเพื่อรับมือกับภัยคุกคามด้านนอก
แต่ทว่า... ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังใกล้เข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบของใครบางคนที่คุ้นเคยดังทะลุบานประตูเหล็กเข้ามา
“ไม่ต้องเสียเวลาหาทางออกหรอกครับ... คุณภาม, คุณพาย”
เสียงนั้นทำให้ภามชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับใคร และประตูเหล็กหนากำลังถูกระเบิดทำลายจากด้านนอกในวินาทีถัดมา!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน•ตอนที่ 18
ความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!