เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน•ตอนที่ 14

ใครบางคนแอบมอง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นของเซฟเฮาส์ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับขับเน้นเงาทอดยาวของคนทั้งคู่ให้ดูราวกับสัตว์ป่ากำลังเชิงกันในอาณาเขต "คุณเลิกเดินวนไปวนมาสักทีได้ไหมครับภาม หัวผมจะหมุนตามคุณทันอยู่แล้ว" พายทิ้งตัวพนักพิงโซฟา ดวงตากลมโตมองร่างสูงโปร่งของหัวหน้าทีมกู้ภัยที่ยังคงสาวเท้าไปมาไม่หยุดหย่อนตั้งแต่กลับมาจากท่าเรือ ภามหยุดชะงัก ชายหนุ่มปรายตามองคนนั่งไขว่ห้างด้วยแววตาเรียบนิ่ง ทว่ากรอบหน้าที่มักจะดูเนี๊ยบเสมอในยามนี้กลับมีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณความตึงเครียด "ถ้าผมไม่เดิน แล้วใครจะคิดหาทางหนีทีไล่ครับ ดร.วิชัยยังไม่ตาย... คุณเข้าใจความหมายของประโยคนี้ดีแค่ไหนพาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ได้เจือแววตื่นกลัว แต่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "เข้าใจสิครับ ผมไม่ได้ความจำเสื่อม" พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดคนตัวโตกว่าโดยไม่เกรงกลัว ร่างบางหยุดยืนห่างเพียงแค่คืบ จนภามต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "แต่การที่คุณเดินวนจนพื้นห้องจะสึก ไม่ได้ช่วยให้ตาแก่นั่นโผล่หัวออกมาเร็วกว่าเดิมหรอกนะครับ" "พาย..." "หยุดมองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะ หัวหน้า" นิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่อกเสื้อด้านซ้ายของอีกฝ่าย สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนผิดปกติ "คุณกลัวเหรอครับ? กลัวว่าผมจะเป็นอะไรไปอีกคน หรือว่ากลัวว่าความลับที่คุณเก็บซ่อนไว้มันจะพังลงมากันแน่" ภามนิ่งงัน แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กที่แตะอยู่บนอกของตนไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะส่งผ่านความอึดอัดทั้งหมดในใจ "ใช่... ผมกลัว" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งทำเอาพายถึงกับชะงัก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตั้งใจที่จะต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา เมื่อได้เห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เด็ดเดี่ยวของหัวหน้าทีมกู้ภัย "ภาม..." "ผมกลัวความอ่อนแอของตัวเองพาย" ภามขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนผิวแก้ม ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตนักกีฬาว่ายน้ำ "ตั้งแต่วินาทีที่คุณเกือบจมหายไปกับก้นทะเลวันนั้น ผมก็รู้เลยว่า... ถ้าผมปกป้องคุณไม่ได้ ชีวิตผมก็ไม่รู้จะมีค่าอะไรอีก" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันอย่างแนบชิด เคมีคุกรุ่นและความตึงเครียดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนรูปเป็นความหวานล้ำที่ปะปนด้วยความเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความซึนเดระของอีกฝ่ายมักจะโจมตีเขาในจังหวะที่ตั้งรับไม่ทันแบบนี้เสมอ "คุณนี่มัน..." พายพยายามจะหาคำพูดมากลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า ทว่าก่อนที่ริมฝีปากบางจะได้เอื้อnเอ่นวาจาใดออกไป *กริ๊ก...* เสียงบางอย่างดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านนอกหน้าต่างบานเกล็ด สัญชาตญาณนักกู้ภัยและอดีตหน่วยรบพิเศษตื่นตัวขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที ภามไม่รอช้า มือหนารวบเอวบางของพายเข้าหาตัวแล้วเหวี่ยงร่างอีกฝ่ายหลบลงไปหลังโซฟาตัวหนาทันที เสียงกระสุนปืนแหวกอากาศพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเสียงดังสนั่น! *เพล้ง!* เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงของภามก็โถมเข้าทับร่างเขาไว้เพื่อปกป้องจากวิถีกระสุน แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังบาง ลมหายใจของทั้งคู่กระชั้นชิดในความมืดที่เกิดจากการปิดไฟฉุกเฉิน "หมอบลง อย่าขยับ" ภามกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำจริงจังและเฉียบขาด แววตาคมกวาดมองผ่านช่องว่างของโซฟาไปยังหน้าต่างที่แตกละเอียด ด้านนอกท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล เงาร่างหนึ่งในชุดดำสนิทกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนระเบียง มันชูวัตถุโลหะสีดำเงาขึ้นเล็งมายังทิศทางที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ และที่น่ากลัวกว่านั้น... บนหน้ากากกันกระสุนของมัน มีสัญลักษณ์รูปปลาฉลามสามเหลี่ยมสลักอยู่ สัญลักษณ์เดียวกับองค์กรลับของ ดร.วิชัย! ภามขบกรามแน่น มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะออกมากระชับมั่น สายตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่พบเหยื่อ "ไอ้พวกสวะเอ๊ย..." ภามสบถแผ่วเบา ก่อนจะหันมามองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้ใช้มือเรียวเกาะแขนเขาแน่น "พาย อยู่ตรงนี้ ห้ามออกไปเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?" "ไม่ครับ ผมไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่" พายสวนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความฮึกเหิม "พวกมันมาถึงถิ่นเราแล้วนะภาม!" ยังไม่ทันที่ภามจะได้เอ่ยปรามเสียงกระซิบของพาย ประตูไม้บานหนาหน้าห้องเซฟเฮาส์ก็ถูกถีบพังโครมลงมาด้วยแรงมหาศาล! ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดยุทธวิธีเต็มรูปแบบอีกสามนายที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และที่ยืนอยู่หน้าสุด... คือชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าครึ่งซีกสวมหน้ากากเหล็กครึ่งหน้า เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่แตก "เจอตัวสักที... หัวหน้าภาม" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทักทายราวกับมัจจุราชที่มาทวงวิญญาณ "ท่านดร. ฝากความคิดถึงมาให้... และบอกว่า ของที่พวกแกขโมยไป... สมควรแก่เวลาที่ต้องส่งคืนแล้ว" ภามดันพายไปไว้ด้านหลังอย่างมิดชิด ปืนในมือเล็งตรงไปที่ศีรษะของชายแปลกหน้าทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังศัตรูตัวฉกาจ พร้อมกับที่นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดไกปืนเตรียมลั่นกระสุนใส่กลางหน้าผากมันในระยะประชิด— ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%