"ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาแบบนี้อีกสามรอบ ผมจะมัดคุณติดไว้กับเสาข้างเรือแล้วนะครับ ภาม!"
เสียงห้าวเจือความหงุดหزิดดังตัดผ่านความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาอย่างไร้ความปรานี บนเรือตรวจการณ์กู้ภัยที่ตอนนี้ระบบไฟฟ้าขัดข้องจนทุกจอเรดาร์มืดสนิท พายยืนกอดอกพิงแผงควบคุมที่ไร้สัญญาณชีพจร แสงไฟฉายดวงเดียวสาดสะท้อนใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงของอีกฝ่ายจนเห็นสันจรามขบกรามแน่น
ภามหยุดฝีเท้าที่กำลังสาวเท้ายาวๆ วนไปวนมาในห้องควบคุมแคบๆ เขาหันขวับมามองตัวปัญหาประจำทีมด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกน แต่ประกายในแววตาคู่นั้นกลับไหววูบอย่างปิดไม่มิด ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ที่ระบบนำทางล่มกลางพายุฝน
"ปากดีเหลือเกินนะพาย... ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ แทนที่จะช่วยกันคิดหาทางแก้ คุณกลับมายืนสั่งผมเป็นนายร้อยอยู่ได้" ภามก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็ว ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กดสายตามองลงมายังอาสาสมัครหนุ่มที่สูงน้อยกว่าเพียงช่วงไหล่ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายทะเลและฝนจางๆ ปะทะเข้าจมูกจนพายต้องผับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
แต่มีหรือที่คนอย่างพายจะยอมถอยให้เสียฟอร์ม อดีตนักกีฬาว่ายน้ำหนุ่มเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่แพ้กันตวัดมองตรง "ผมไม่ได้สั่งครับ แต่ผมเตือนด้วยความหวังดี กลัวว่าหัวหน้าทีมคนเก่งจะเดินจนพื้นเรือทะลุเสียก่อนที่จะได้ไปช่วยใคร... ว่าแต่ เรดาร์ดับแบบนี้ มันไม่ใช่ความบังเอิญใช่ไหมครับ?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงไปอีก ภามชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมเข้มฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะปั้นหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อนความไหวหวั่นอย่างรวดเร็ว
"อย่ามาพูดจาเลอะเทอะ ไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลในลิ้นชักโต๊ะทำงานผมมา เครื่องมือสำรองน่าจะอยู่ที่นั่น รีบทำซะ ก่อนที่คลื่นลมจะซัดพวกเราคว่ำเสียก่อน" ภามสั่งเสียงเข้ม หันหลังให้แล้วเดินไปรื้อค้นกระเป๋าอุปกรณ์ส่วนตัวเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
พายแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "สั่งเก่งเป็นที่หนึ่ง... ทีเรื่องของตัวเองล่ะทำเป็นอมพะงาบๆ"
แม้จะบ่นพึมพำ แต่มือเรียวก็ยอมเดินเลี่ยงไปยังโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งของหัวหน้าทีมกู้ภัย ภายในห้องพักกัปตันที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวนี้ มีเพียงแสงไฟกะพริบสีส้มจากแบตเตอรี่สำรองดวงเล็กที่ให้แสงสว่างรำไร พายกวาดสายตามองโต๊ะที่จัดระเบียบไว้อย่างเนี๊ยบกริบตามนิสัยรักความสมบูรณ์แบบของเจ้าตัว ลิ้นชักไม้เนื้อแข็งสีเข้มถูกดึงออก แต่ข้างในกลับไม่มีกล่องปฐมพยาบาลอย่างที่ภามอ้าง
มีเพียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำเก่าๆ เล่มหนึ่งวางนิ่งสนิทอยู่ก้นลิ้นชัก พร้อมกับแม่กุญแจรหัสแบบหมุนที่ไม่ได้ล็อกไว้
พายขมวดคิ้วมุ่น หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ สัญชาตญาณนักกู้ภัยและอดีตนักกีฬาที่คุ้นเคยกับการแข่งขันบอกเขาว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแฟ้มเล่มนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ไขปริศนาทั้งหมดเกี่ยวกับโปรเจกต์ใต้ทะเลของ ดร.วิชัย และเหตุผลที่ภามต้องทำตัวมีลับลมคมนัยตลอดหลายวันที่ผ่านมา
*กึก...*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของภามที่กำลังเดินกลับมาทางห้องทำงานดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกฝ้า พายสะดุ้งสุดตัว มือเรียวรีบคว้าแฟ้มปกหนังสีดำนั้นขึ้นมาเปิดออกอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา
แสงไฟกะพริบจากแบตเตอรี่สาดส่องลงบนหน้ากระดาษแผ่นแรก ภาพถ่ายใต้น้ำขนาดใหญ่ของซากสิ่งก่อสร้างลึกลับที่มีสัญลักษณ์แปลกประหลาดปรากฏชัดเจน พร้อมกับรายชื่อโครงการลับและลายเซ็นกำกับที่ทำให้พายต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
นั่นไม่ใช่แค่โครงการสำรวจทั่วไป... แต่มันคือแผนการกู้ซากวัตถุอันตรายที่อาจทำลายระบบนิเวศทางทะเลทั้งหมด! และชื่อของผู้รับผิดชอบโครงการในเอกสารหน้าสุดท้าย... กลับมีชื่อของภามเซ็นกำกับไว้ในฐานะ "หัวหน้าทีมปฏิบัติการภาคสนาม" เมื่อสามปีก่อน
เหตุการณ์ในอดีตที่ภามพยายามหนีมาตลอด พลิกกลับมาปรากฏตรงหน้าเขาอย่างชัดเจน
"คุณกำลังทำอะไรอยู่, พาย?"
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นที่ข้างหู พร้อมกับฝ่ามือหนาที่เอื้อมมากระชากปิดแฟ้มเอกสารในมือของพายเสียงดังสนั่น แสงไฟวับแวมสาดสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยร้าวลึกที่ภามพยายามซ่อนไว้มาตลอด พายหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางความเงียบงันของห้องที่ราวกับเวลาหยุดเดิน
"อธิบายมาสิครับ, ภาม... ว่าทำไมหัวหน้าทีมกู้ภัยผู้รักความถูกต้อง ถึงเป็นคนเซ็นอนุมัติโปรเจกต์นรกนี่เองตั้งแต่แรก!" พายจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตื่นตะลึง
ภามขบกรามแน่น สันจรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองอาสาสมัครหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งโกรธที่ความลับถูกเปิดเผย และทั้งหวั่นไหวกับความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาแก้สถานการณ์ เสียงวิทยุสื่อสารฉุกเฉินที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดัง "ซ่า..." ยาวนานขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของใครบางคนที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความเงียบ
*"ฮัลโหล... หัวหน้าภาม คุณได้ยินผมไหม? ดูเหมือนว่า 'แขกไม่速เชิญ' กำลังเทียบท่าเรือของคุณแล้วนะ..."*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับภามและพายนะครับ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน•ตอนที่ 10
ความลับที่ซ่อนในลิ้นชัก
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!