รอยยิ้มของพายในวินาทีนี้... อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนที่เฉียดผ่านหัวไปเสียอีกครับ
"คุณภามแน่ใจนะว่าแผนนี้จะไม่ทำให้เรากลายเป็นปลาฉลามกินเล่นเสียก่อน" เสียงกระซิบเจือรอยยิ้มเย้าแหย่ดังขึ้นในความมืดอับชื้นของเซฟเฮาส์ลับใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและเกลือทะเลคละคลุ้งไปกับบรรยากาศตึงเครียดที่แทบจะใช้มีดตัดได้
ภามไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนพิงผนังปูนเปลือยอย่างไม่มียี่หระ พายในชุดปฏิบัติการรัดรูปสีดำสนิทดูปราดเปรียวและอันตรายในคราวเดียวกัน ยิ่งยามที่ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มท้าทายแบบนั้น หัวใจของหัวหน้าทีมกู้ภัยผู้เนี๊ยบกริบมาตลอดชีวิตก็พาลจะเต้นผิดจังหวะเสียให้ได้
ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังร่วมมือกับตัวแสบที่ควบคุมยากที่สุดในประวัติศาสตร์อยู่สินะครับ
"ถ้าคุณยังพูดมากและทำหน้ากวนประสานแบบนั้นอีก ผมอาจจะเปลี่ยนแผนจากการหลอกล่อ ดร.วิชัย มาเป็นการมัดมือคุณแล้วโยนลงทะเลแทน" ภามแกล้งทำเสียงเข้ม ขยับตัวเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังของอีกฝ่ายแทบจะแนบติดกับผนังปูนเย็นเฉียบ
พายไม่ถอยหนี กลับเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ นัยน์ตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิดจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่บนผิวแก้ม "หึ ปากบอกว่าจะโยนผมทิ้งทะเล แต่สายตาคุณนี่สั่นระริกยิ่งกว่าลูกนกตกน้ำซะอีกนะครับ หัวหน้าภาม"
วาจาเชือดเฉือนที่มาพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจทำให้ภามต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป ไม่ใช่เพราะศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะคนตรงหน้านี่ต่างหากที่กำลังทดสอบความอดทนของเขาถึงขีดสุด
"อย่ามาท้าทายผมนะพาย คุณก็รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันล่อแหลมแค่ไหน ดร.วิชัยกำลังส่งคนแกะรอยสัญญาณจากเซฟเฮาส์หลังเก่าที่เราทิ้งไว้ ถ้าแผนลวงให้ตายใจนี่พลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทุกอย่างที่เราสืบมาจะพังไม่เป็นท่า" ภามเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือหนายื่นไปจับปลายปกเสื้อยุทธวิธีของพายแล้วจัดให้เข้าที่อย่างถือวิสาสะ
พายชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสานเมื่อครู่เจือจางลง เหลือเพียงแววตาไหววับที่ซ่อนความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างไว้ "ผมรู้ครับ... และเพราะผมรู้ เราถึงต้องเล่นละครฉากใหญ่ให้เนียนที่สุดไง"
แผนการที่วางไว้คือการปล่อยข่าวลวงว่าทั้งคู่กำลังหลบหนีไปทางอ่าวทิศใต้ พร้อมกับทิ้งร่องรอยการสื่อสารปลอมๆ ให้ลูกน้องของดร.วิชัยตามแกะรอยมาติดๆ ขณะที่ตัวจริงยังคงซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้ เพื่อรอจังหวะซ้อนกลเข้าควบคุมระบบฐานข้อมูลใต้ทะเลที่ ดร.วิชัย ใช้เป็นแหล่งทดลองลับ
แต่วิธีการหลอกล่อให้แนบเนียนที่สุด... คือการทำให้เหยื่อตายใจว่าพวกเขาแตกคอกันเอง
ปัง!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่น ตามด้วยเสียงตะโกนห้าวทุ้มของลูกน้องมือขวาของ ดร.วิชัย ที่ดังทะลุผนังเข้ามา "พวกแกหนีไม่พ้นหรอก ออกมาซะดีๆ!"
ภามหันขวับไปมองประตูเหล็กหนาที่เริ่มมีรอยยุบจากการพังทลาย เขากวาดตามองพายด้วยความรวดเร็ว ส่งสัญญาณเตือนผ่านสายตา *'ถึงเวลาแล้ว'*
พายสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นและจงใจให้ลอดผ่านไมโครโฟนซ่อนรูปที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อ "ถ้าคุณยังดึงดันจะทำตามแผนบ้าๆ นี่โดยไม่ฟังผมตั้งแต่แรก เราคงไม่มาตกอยู่ในสภาพนี้หรอกภาม! ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่เอาด้วย!"
นี่คือการแสดงฉากแรก... การทะเลาะกันเพื่อสร้างหลักฐานเท็จให้สายลับที่แฝงตัวอยู่ส่งข้อมูลกลับไปรายงานดร.วิชัย
ภามหรี่ตาลงรับลูกทันที เขาปั้นหน้าเคร่งขรึม แสดงความหงุดหงิดออกมาอย่างแนบเนียนจนแทบไม่ต้องฝืน "ถ้ารู้สึกว่ามันเสี่ยงนักทำไมไม่กลับไปนอนรอความช่วยเหลืออยู่ที่ฝั่งตั้งแต่แรกวะพาย! จะมารนหาที่ตายกับผมทำไม!"
"ก็เพราะผมไม่อยากเห็นคนโง่แถวนี้ตายก่อนจะสางหนี้ที่ติดผมไว้ยังไงล่ะ!" พายตอกกลับเสียงดังลั่น พร้อมกับผลอกแผ่นอกกว้างของภามอย่างแรงตามบทบาท แต่แรงปะทะนั้นกลับแฝงด้วยความตั้งใจส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่สัมผัสได้เพียงแค่สองคน
ประตูเหล็กด้านนอกถูกพังจนหลุดออกจากวงกบ เสียงฝเท้าหนักหลายคู่ก้าวเข้ามาในโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของหัวหน้าชุดไล่ล่าที่เดินนำหน้าเข้ามา "โอ้โห... ดูเหมือนพวกแกจะไม่ต้องเสียเวลาหนีต่อไปแล้วนะ ส่งมอบแฟลชไดรฟ์ข้อมูลมาซะ แล้วฉันจะไว้ชีวิตให้พวกแกได้กลับไปทะเลาะกันต่อในคุก"
ภามและพายยืนประจันหน้ากันอยู่กลางห้อง ท่ามกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าห้าคนที่ถืออาวุธครบมือ สายตาของภามเหลือบมองพายที่ยืนอยู่เคียงข้าง ชั่ววินาทีนั้น... ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัว มีเพียงประกายตาคมกريบที่สื่อสารกันอย่างรู้ใจ
นี่คือจังหวะที่อันตรายที่สุด และก็เป็นจังหวะที่งดงามที่สุดเช่นกัน
พายแสร้งทำเป็นถอยก้นขวิดด้วยความตกใจ หันไปสบตาภามด้วยแววตาตัดพ้อที่สมบทบาทจนน่าปรบมือให้ ก่อนจะกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความเร็วที่ได้ยินกันแค่สองคนก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผัน
"ถ้าเรารอดไปได้... มื้อนี้คุณต้องเป็นคนเลี้ยงกาแฟผมนะ ภาม"
ภามมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม "สเปเชียลบลูเบอร์รี่ชีสเค้กด้วย... ถ้าคุณกล้าพอจะรอดไปกินกับผมนะ"
ทว่า ก่อนที่ภามจะชักมือหยิบอาวุธที่ซ่อนไว้ข้างลำตัวเพื่อเริ่มแผนซ้อนกลขั้นเด็ดขาด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลังสุดของกลุ่มศัตรู พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังปูนอับชื้น
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นคู่หูที่สามัคคีกันในยามวิกฤตเสียจริง... น่าเสียดายนะคุณภาม ที่แผนตื้นๆ แค่นี้ หลอกฉันไม่ได้หรอก"
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกริบก้าวพ้นเงาสลัวออกมา ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก ดร.วิชัยปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา พร้อมกับปืนเก็บเสียงในมือที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของพายอย่างไร้ความลังเล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์และแผนการอันตรายนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน•ตอนที่ 22
แผนลวงให้ตายใจ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!