"ถ้าคุณยังก้าวขาไม่ออกภายในสามวินาทีนี้ ผมจะแบกคุณพาดบ่าแล้วโยนขึ้นเรือโดยไม่สนว่าคุณจะเป็นอดีตนักกีฬาชาติหรือเทวดาหน้าไหนทั้งนั้น, พาย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านเสียงคำรามของพายุฝนด้านนอกไม่ได้มีความนุ่มนวลเลยแม้แต่น้อย ภามยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องเตรียมอุปกรณ์ ชุดกู้ภัยกันน้ำสีดำสนิทแนบไปกับสัดส่วนกำยำ ไหล่กว้างที่แผ่ขยายบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของผู้นำทีม กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
พายที่กำลังยืนยัดเยียดแขนเข้าไปในชุดดำน้ำหนาเตอะชะงักกึก เขาหันขวับมามองหน้าหัวหน้าทีมจอมเผด็จการ ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างชัดเจนริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะทันที
"ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหมครับหัวหน้าภาม? หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนั้น กลัวคลื่นลมหรือว่ากลัวจะต้องมาแตะเนื้อต้องตัวผมกันแน่?"
พายสวนกลับทันควันอย่างไม่มีท่าทีเกรงกลัว ร่างโปร่งบางก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายในระยะประชิด ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ดวงตาคมกริบของทั้งคู่สบประสานกันอย่างพพอดี ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมพายุที่ซัดสาดเข้าใส่ผนังเซฟเฮาส์จนเกิดเสียงดังสนั่น
ภามไม่ถอยหลังหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาหาอีกฝ่ายเล็กน้อย ปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาคมกวาดมองสำรวจริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะครับ... เวลาอยู่กลางทะเลลึก คลื่นสูงสเมตร มันไม่ฟังเสียงฝีปากกวน ๆ ของคุณหรอกนะ" ภามกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังจนพายเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
นี่คือภารกิจแรกที่พวกเขาต้องลงสนามจริงร่วมกัน และฟ้าดินก็ช่างกลั่นแกล้งด้วยการส่งพายุดีเปรสชันลูกใหญ่เข้ามาถล่มชายฝั่งทันทีที่สัญญาณเตือนภัยสีแดงดังขึ้น ข้อมูลจาก ดร.วิชัย ระบุว่ามีสัญญาณชีพปริศนาถูกส่งมาจากแท่นขุดเจาะร้างกลางทะเล ซึ่งตั้งอยู่ในจุดอับสัญญาณและอันตรายที่สุด
"เช็คอุปกรณ์ครั้งสุดท้าย!" ภามเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นผู้นำที่เด็ดขาดในเสี้ยววินาที เขาดึงตัวออกห่างแล้วเอื้อมมือมาจัดสายรัดนิรภัยที่หน้าอกของพายให้อย่างแน่นหนา การกระทำนั้นรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ แต่ปลายนิ้วที่เผลอสัมผัสโดนผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้าทำให้พายชะงักไปชั่วขณะ
"ผมทำเองได้..." พายพึมพำเสียงเบาลงอย่างน่าประหลาด
"เงียบแล้วยืนนิ่ง ๆ ครับ ผมไม่อยากเสียเวลาไปงดงามศพคุณใต้ทะเล" ภามดึงสายรัดจนแน่นพอดีตัว สายตาคมมองสำรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปคว้าหมวกกันน็อกและอุปกรณ์สื่อสาร
ภายในห้องควบคุมหลัก แสงไฟกระพริบสีส้มวับๆ แวมๆ จากระบบสำรองฉุกเฉินสาดกระทบใบหน้าเคร่งเครียดของทั้งสองคน บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้
เรือกู้ภัยลำเลียงพลพุ่งทะยานแหวกเกลียวคลื่นสูงเท่าตึกสองชั้นออกไปสู่ความมืดมิดของท้องทะเลภายนอก แรงเหวี่ยงกระแทกกระทั้นทำให้ร่างของพายเซถลาเกือบล้มลงไปกระแทกกับพื้นเหล็ก หากไม่มีมือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวสอบแล้วดึงเข้าหาตัวเสียก่อน
"บอกแล้วว่าให้เกาะให้แน่น" เสียงทุ้มดุชิดริมฝีปาก ขณะที่มือข้างหนึ่งของภามยังคงโอบเอวเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว ท่ามกลางละอองฝนและน้ำทะเลที่สาดซัดเข้ามาเปียกปอนไปทั่วร่าง
พายเงยหน้าขึ้นมอง ปะทะกับสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เคมีประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางมหันตภัยเบื้องหน้า
เบื้องลึกเบื้องหลังของสัญญาณชีพจากแท่นขุดเจาะร้างนั้นไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน และพวกเขากำลังพุ่งตรงเข้าสู่1ในความลับดำมืดที่ ดร.วิชัย พยายามปกปิดไว้
เรือกระแทกเข้ากับแนวปะการังใต้น้ำอย่างรุนแรงจนเครื่องยนต์ดับวูบ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นระรัว ภามผละออกจากร่างของพายในเสี้ยววินาทีเพื่อคว้าพวงมาลัยสำรอง ดวงตาคมกวาดมองเรดาร์ที่ปรากฏจุดสีแดงพุ่งเข้ามาล้อมรอบเรือของพวกเขาด้วยความเร็วสูง
"จับแน่น ๆ พาย! มีบางอย่างกำลังมาทางเรา!"
ก่อนที่พายจะได้ทันเอ่ยปากถามอะไร เงาดำมหึมาใต้ผิวน้ำก็พุ่งทะยานขึ้นกระแทกท้องเรือจนเอียงคว่ำ และในเสี้ยววินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอย ร่างของใครบางคนก็ก้าวพรวดเข้ามาจากประตูห้องควบคุมสำรอง พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมาที่ศีรษะของภามพอดี!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าพายุลูกนี้ไปด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน•ตอนที่ 3
ภารกิจกู้ชีพกลางพายุ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้ชีพกับหัวหน้าทีมสุดกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!