เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 24

ฟ้าใสกับภารกิจเยียวยาใจ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
เสียงปากกาหมึกซึมราคาแพงที่กระทบพื้นกระเบื้องยางดัง *เพล้ง*! กลายเป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบกริบในห้องติวเตอร์ส่วนตัว ดรณ์หน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของติวเตอร์หนุ่มผู้มั่นใจในทฤษฎีควอนตัมและสมการฟิสิกส์ มือที่เคยจับถือตำราเล่มหนาตอนนี้สั่นเทาเล็กน้อย ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาเบิกกว้างราวกับกำลังมองเห็นหลุมดำกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งตรงหน้า ฟ้าใสชะงักมือที่ยื่นออกไปค้างเติ่งกลางอากาศ เธอไม่เคยเห็นผู้ชายที่ฉลาดเป็นกรดและปากร้ายใส่เธอได้ทุกวินาทีคนนี้ มีอาการสติหลุดถึงเพียงนี้มาก่อน "นี่... นาย ดรณ์! เป็นบ้าอะไรเนี่ย ตกใจจนวิญญาณจะออกจากร่างอยู่แล้วนะ" ฟ้าใสชักมือกลับมาทาบอก ตัวเองก็ใจหายวาบไม่แพ้กันเมื่อเห็นอาการของเขา "แค่โจทย์แคลคูลัสข้อนั้นมันยากจนสมองช็อต หรือว่านายแอบกินกาแฟหมดไปสามแก้วจนใจสั่นฮะ?" "เปล่า..." เสียงของดรณ์แหบพร่า ผิดวิสัยคนชอบเถียงคำไม่ตกฟาก เขาทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้เบาะหนังอย่างคนหมดแรง สายตาเหม่อลอยมองเปื้อนความหวาดกลัวลึกๆ ที่ซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งมาตลอด "ฉันไม่ได้ช็อตเพราะโจทย์... แต่ฉันช็อตเพราะความทรงจำต่างหากล่ะ ฟ้าใส" ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตสูตรฟิสิกส์ดูแคบลงไปถตาเห็น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ฟ้าใสเม้มปากแน่น ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีโวยวาย "ถ้ามีความลับอะไรแล้วเก็บไว้คนเดียวจนหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนี้ นายควรระบายออกมานะ... ถึงฉันจะชอบกวนประสาทนายก็เถอะ แต่ฉันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดปล่อยให้เพื่อนร่วมชะตากรรมสมองพังคาโต๊ะหรอกน่า" ฟ้าใสลากเก้าอี้มานั่งประชิดตัว ใช้ปลายนิ้วสะกิดแขนเสื้อเขาเบาๆ เป็นเชิงบังคับทางอ้อม ดรณ์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ขื่นขมและไร้ซึ่งความตลกขบขัน เขาถอดแว่นสายตาออกใช้มือขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ภาพลักษณ์ติวเตอร์หนุ่มเนี้ยบกริบพังทลายไม่เป็นท่า "ตอนเด็กๆ... ฉันเคยทำบอลลูนไฮโดรเจนพังกลางงานวิทยาศาสตร์โรงเรียน" ดรณ์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สายตาจับจ้องไปที่รอยเปื้อนหมึกบนพื้น "ตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองคำนวณทุกอย่างเป๊ะแล้ว ปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ ทุกตัวแปรอยู่ในสมการที่สมบูรณ์แบบ... แต่ฉันลืมคำนวณ 'ตัวแปร' ที่ควบคุมไม่ได้อย่างความตื่นเต้น และความกดดันจากสายตาคนรอบข้าง ผลลัพธ์คือมันระเบิดต่อหน้าทุกคน เพื่อนๆ หัวเราะเยาะ และครูมองฉันด้วยสายตาผิดหวัง... ตั้งแต่นั้นมา ฉันเลยสร้าง 'เกราะ' ให้ตัวเอง" ฟ้าใสเงียบฟัง เธอนิ่งไปโดยอัตโนมัติ ไม่ได้สวนกลับด้วยมุกตลกเหมือนเคย เพราะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบทฤษฎีอันแข็งกระด้างของเขา "เกราะที่ว่าคือนายต้องควบคุมทุกอย่างให้ได้ 100% สินะ?" ฟ้าใสถามเสียงอ่อนลง "ใช่..." ดรณ์หันมาสบตาเธอ แววตาคู่นั้นไหวระริก "ฉันคิดว่าถ้าฉันยึดถือหลักการ กฎเกณฑ์ และความถูกต้อง ฉันจะไม่ทางผิดพลาด และจะไม่มีใครหัวเราะเยาะฉันได้อีก... จนกระทั่งเธอเข้ามาในชีวิตฉันนี่แหละ ฟ้าใส คนอะไร... ทั้งซุ่มซ่าม ไร้ระเบียบ แถมยังชอบแหกกฎฟิสิกส์พื้นฐานทุกข้อที่ฉันพยายามสอน!" ดรณ์เผลอหลุดปากยิ้มออกมาจางๆ เมื่อนึกถึงวีรกรรมสุดป่วนของเธอตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "อ้าว! นี่ชมหรือด่าเนี่ย ตาบ้า!" ฟ้าใสทำท่าจะยื่นมือมาหยิกแขนเขาแก้เขิน แต่ดรณ์กลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แรงบีบไม่ได้คุกคาม แต่มันอบอุ่นและสั่นนิดๆ "ฟังให้จบก่อนสิ..." ดรณ์ถอนหายใจยาว "การที่เธอเข้ามาปأسว่นชีวิตฉัน มันทำให้ฉันรู้ว่า... โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่สูตรสำเร็จที่ตายตัว บางครั้งความผิดพลาด ความไม่สมบูรณ์แบบ หรือแม้แต่ความบ้าบอ มันก็มีความสวยงามในแบบของมัน... เหมือนที่เธอชอบบอกนั่นแหละว่า *'ชีวิตจริงมันไม่ใช่ห้องแลกนะเว้ย'* " ฟ้าใสใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอรีบชักมือกลับแล้วแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน "เอ่อ... พูดซะซึ้งเชียว นึกว่าดูซีรีส์เกาหลีอยู่รึไงเล่า! ถ้าเครียดนัก งั้นฉันมี 'ภารกิจ' เด็ดๆ ที่จะทำให้นายปลดปล่อยความเป็นเด็กในตัวออกมาซะ! เตรียมตัวรับกรรม เอ๊ย! เตรียมตัวรับความสนุกได้เลย นายติวเตอร์ขี้เก๊ก!" ว่าแล้วฟ้าใสก็ไม่รอให้ดรณ์ได้ปฏิเสธ เธอลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเป้สะพายหลัง แล้วคว้าข้อมือหนาของดรณ์ให้ลุกตามทันที แรงดึงของหญิงสาวทำให้ดรณ์ต้องยอมลุกขึ้นตามอย่างงงๆ "เดี๋ยวๆ จะพาฉันไปไหนเนี่ย งานเอกสารยังตรวจไม่เสร็จ โจทย์ฟิสิกส์ของนักเรียนยัง—" "หยุดบ่นเรื่องงานสักห้านาทีโลกไม่แตกหรอกน่า นายดรณ์! วันนี้ฉันจะพานนายไปทำลายกฎทุกข้อที่นายสร้างขึ้นมาเอง!" ฟ้าใสลากดรณ์ออกจากห้องติวเตอร์ทะยานสู่สนามหญ้ากว้างหน้าตึกคณะ ท้องฟ้ายามบ่ายแก่ๆ ปราศจากกลุ่มเมฆ แสงแดดสีส้มอ่อนสาดส่องลงมาทาบทับบรรยากาศรอบตัวให้ดูละมุนตา ที่ตรงนั้น... มีถังน้ำพลาสติกขนาดใหญ่ สบู่เหลวกลิ่นหอมฟุ้ง และลวดดัดประดิษฐ์อันใหญ่ยักษ์วางเตรียมไว้ ดรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ "นี่เธอกำลังจะทำอะไร? อย่าบอกนะว่า..." "ใช่แล้ว! เราจะมาเป่าฟองสบู่ยักษ์แข่งกัน!" ฟ้าใสยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มที่สว่างไสวเสียยิ่งกว่าแสงแดดตรงหน้า "นายเคยบอกว่าฟองสบู่มันเปราะบาง คำนวณอายุขัยและความตึงผิวได้เป๊ะๆ งั้นวันนี้เรามาลองทำอะไรที่มัน 'ไร้สาระ' แต่มีความสุขจนลืมสูตรฟิสิกส์กันดูสักตั้ง!" ฟ้าใสจัดการจุ่มลวดดัดลงในถังน้ำสบู่ แล้ววิ่งวนรอบสนามหญ้า ปล่อยให้สายลมพัดพาฟองสบู่ใสแจ๋วขนาดมหึมาล่องลอยไปในอากาศ สะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีรุ้งระยิบระยับ เธหันมาหัวเราะร่าเริงพร้อมกับกวักมือเรียกชายหนุ่มที่ยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กับที่ "เร็วเข้าสิ ดรณ์! ยืนบื้ออยู่ทำไม หรือว่ากลัวฟองสบู่มันจะแตกใส่หัวจนเสียฟอร์มติวเตอร์รึไงฮะ!" ดรณ์มองภาพหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มกว้างที่ไร้การปรุงแต่ง เสียงหัวเราะสดใสที่ดังก้องไปทั่วสนาม และประกายตาสุกใสที่เชื้อเชิญให้เขาก้าวข้ามกำแพงความกลัวในอดีต กำแพงน้ำแข็งในใจที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปี ค่อยๆ ปริร้าว ทีละน้อย... ดรณ์สูดหายใจเข้าลึกๆ ถอดแว่นสายตาใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ต ปลดกระดุมเม็ดบนออก แล้ววิ่งพุ่งเข้าไปกลางสนามหญ้าด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบสิบปี! แสงแดดส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ ท่ามกลางหมู่ฟองสบู่ที่ลอยล่อง และเสียงหัวเราะที่ผสานกันอย่างกลมกลืน ดรณ์ตักน้ำสบู่สาดใส่ฟ้าใสอย่างหมั่นไส้ ขณะที่หญิงสาววิ่งหนีพลางโวยวายเสียงดังลั่น แต่บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความสุขล้นปรี่ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งทั้งค่านั่งหอบแฮกอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ไหล่แนบชิดกันโดยไม่มีใครขยับหนี ความเหนื่อยล้าทางกายถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นละมุนใจที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ฟ้าใสเหลือบมองเสี้ยวหน้าของดรณ์ที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำสบู่ แต่กลับดูหล่อเหลาและมีชีวิตชีวามากกว่ายามสวมมาดติวเตอร์เคร่งขรึมเป็นไหนๆ "เป็นไงล่ะ... การปลดปล่อยความเป็นเด็กในตัว มันไม่แย่ใช่ไหมล่ะ นายเซียนฟิสิกส์" ฟ้าใสกระเซ้าเสียงใส ดรณ์หันมาสบตาเธอนิ่ง ประกายตาคู่นั้นลึกซึ้งและจริงจังจนฟ้าใสต้องหลบสายตาโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองชุด "อืม... ไม่แย่เลย" ดรณ์กระซิบเสียงนุ่ม ทอดมองใบหน้าของเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ขอบคุณนะ... ฟ้าใส ที่ทำให้ฉันรู้ว่าโลกใบนี้ยังมีมุมที่สวยงามกว่าสมการพวกนั้น" ฟ้าใสหน้าแดงแจ๋ เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแก้เขิน พิมพ์ข้อความแชทหยอกล้อเขากลับไปเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก นิ้วเรียวรัวพิมพ์ข้อความลงในแชทกลุ่มส่วนตัวระหว่างเขากับเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันคิดหน้าคิดหลัง: [ฟ้าใส]: *นี่นาย... ติดใจความน่ารักของฉันจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วล่ะสิ เจ้าเด็กโข่ง! ยอมรับมาซะดีๆ ว่าแอบชอบฉันเข้าแล้วใช่ม้าาาาาา* ❤️*จุ๊บ*😘* ดรณ์เบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่เด้งขึ้นหน้าจอโทรศัพท์ของตนเอง ฟ้าใสเพิ่งรู้ตัวว่าเธอกดส่งข้อความผิดอัน! แถมยังเผลอใส่สติกเกอร์หัวใจและจุ๊บไปเต็มข้อ! หญิงสาวหน้าซีดเผือด รีบนิ้วจิ้มค้างที่หน้าจอเพื่อกดยกเลิกข้อความอย่างลนลาน แต่ทว่า...สัญญาณอินเทอร์เน็ตในสนามดันเร็วแรงทะลุพิกัด ข้อความถูกส่งออกไปอย่างสมบูรณ์แบบโดยขึ้นสถานะ **"Read"** ทันทีในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่หูตัวป่วนคู่นี้มาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%