“ถ้านายยังไม่หยุดทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปกู้ระเบิดโลก ฉันจะเอาปากกาเมจิกวาดหนวดบนหน้าตอนนายหลับจริงๆ ด้วยนะ!”
เสียงฟ้าใสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์ เธอกระแทกสมุดโน้ตลงบนโต๊ะไม้จนเสียงดังปัง ดรณ์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปิดตำราฟิสิกส์ควอนตัมหนาเตอะในมือลง สายตาที่เคยจดจ่ออยู่กับสมการที่ซับซ้อนสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะปรับกลับมาเป็นความนิ่งสนิทที่ดูเย็นชา
“เธอไม่เข้าใจหรอก ฟ้าใส” ดรณ์ตอบเสียงเรียบ เขามองไปที่แก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนเจิ่งนองเป็นหยดน้ำบนโต๊ะ “ฟิสิกส์มันมีกฎที่แน่นอน มีจุดที่วัดผลได้ชัดเจนว่าคำตอบไหนถูกหรือผิด แต่ชีวิตคน... มันไม่มีสมการแบบนั้นให้คำนวณหรอก”
“โอ้โห พ่อปราชญ์ผู้รอบรู้” ฟ้าใสเบะปากหมั่นไส้ แต่แววตาเธอกลับฉายความกังวล “นี่เรามาติวสอบมิดเทอมกันนะ ไม่ได้มาเวิ่นเว้อเรื่องปรัชญาชีวิต ถ้านายทำตัวเครียดจนเกรดตกขึ้นมา ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรกที่หัวเราะเยาะนายจนฟันร่วง!”
ดรณ์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสดใส “เธอน่ะ ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกคาดหวังหรอก สำหรับเธอ ทุกอย่างคือการทดลอง คือคอนเทนต์ที่สนุกสนาน แต่สำหรับฉัน... ถ้าฉันพลาดแม้แต่นิดเดียว คนที่มองมาจะไม่ได้มองว่าฉันเป็น 'ดรณ์' แต่มองว่าฉันเป็น 'ความผิดพลาด' ของทฤษฎีที่เคยสมบูรณ์แบบ”
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ความกวนประสาทที่เคยมีหายไปเหลือเพียงความอึดอัด ฟ้าใสชะงัก เธอไม่เคยเห็นดรณ์เป็นแบบนี้มาก่อน ปกติดรณ์คือคนที่หยอดมุกกวนประสาทให้เธอเต้นผางได้ทุกนาที แต่วันนี้เขากลับเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
“ดรณ์...” ฟ้าใสลดเสียงลง พลางขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ “นายกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่? กลัวการสอบตก หรือกลัวว่าคนอื่นจะเลิกเห็นค่านายถ้าวันหนึ่งนายไม่เก่งเหมือนเดิม?”
ดรณ์หลบสายตา มือที่ถือปากกาบีบแน่นจนเส้นเลือดปูด “เธอนึกภาพออกไหม? การที่ต้องเรียนเก่งเป็นอาภรณ์ประดับตัวมาตลอดชีวิต ถ้าวันไหนฉันถอดเสื้อกาวน์ตัวนี้ออก แล้วข้างในนั้นไม่มีอะไรเลย... ฉันจะเหลืออะไรให้คนอื่นชื่นชมอีกล่ะ?”
“นายก็คือดรณ์ไง!” ฟ้าใสสวนกลับทันควัน “ไอ้คนปากจัด ขี้เก๊ก ชอบแกล้งฉันตอนยุ่งๆ แล้วก็ไอ้คนใจดีที่คอยอธิบายเรื่องยากๆ ให้ฉันฟังจนกว่าจะเข้าใจ... นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันเห็น ไม่ใช่เกรด A หรือเหรียญรางวัลพวกนั้นสักหน่อย”
ดรณ์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นไม่มีการปิดบังความอ่อนแออีกต่อไป เขาเห็นประกายความจริงใจในตาของฟ้าใส มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร—ความรู้สึกที่ถูกมองเห็นในแบบที่เขาเป็นจริงๆ ไม่ใช่ในฐานะ 'อัจฉริยะฟิสิกส์'
“เธอนี่มัน...” ดรณ์แค่นยิ้ม “ชอบทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนงี่เง่าอยู่เรื่อยเลยนะ”
“ยอมรับแล้วสิว่าตัวเองงี่เง่า” ฟ้าใสยิ้มกว้าง โบกมือไปมา “งั้นเลิกเครียดแล้วตั้งใจฟังนะ ข้อนี้...”
ในจังหวะที่ดรณ์กำลังจะเปิดปากอธิบายหลักการเรื่อง 'เอนโทรปี' (Entropy) หรือภาวะความไม่เป็นระเบียบที่เขามักจะใช้เปรียบเทียบชีวิตตัวเองเสมอ เสียงแจ้งเตือนแชตในโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา
[กลุ่มลับ: สมาคมฟิสิกส์เกียรตินิยม]
“ดรณ์ นายต้องรักษาสถิติคะแนนอันดับหนึ่งให้ได้นะ ปีนี้ทุนวิจัยเมืองนอกมีแค่ที่เดียว อย่าให้คณะเราเสียหน้าล่ะ”
ข้อความนั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ดึงเขากลับสู่ความมืดมิดอีกครั้ง ดรณ์นิ่งค้างไป นิ้วของเขาสั่นจนมองเห็นได้ชัด
“ใครส่งมาเหรอ?” ฟ้าใสชะโงกหน้าเข้ามาดู แต่ดรณ์รีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงทันที
“ไม่มีอะไร... แค่พวกอาจารย์น่ะ” ดรณ์โกหกหน้าตาย แต่แววตาที่หม่นแสงลงทำให้ฟ้าใสใจคอไม่ดี
“ดรณ์ นายฟังนะ” ฟ้าใสคว้ามือเขาไว้ “ถ้าวันนี้นายไม่อยากอ่านต่อ เราพอแค่นี้ก่อนไหม? ไปหาไอศกรีมกิน หรือไปเดินเล่นให้สมองโล่งก่อนดีกว่าไหม ฉันไม่อยากเห็นนายเป็นแบบนี้เลย”
ดรณ์จ้องมองมือของฟ้าใสที่กุมมือเขาไว้ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเธอเหมือนเครื่องยนต์ที่กำลังซ่อมแซมหัวใจที่พังทลายของเขา เขาอยากจะบอกความจริงทุกอย่าง... อยากจะบอกว่าเขาเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องแบกความคาดหวังของทุกคนไว้บนบ่า
แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากพูด ประตูห้องสมุดก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างหนึ่งที่ทำให้ดรณ์หน้าถอดสีทันที
“ดรณ์! ฉันดีใจมากที่เจอเธอที่นี่พอดี” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบก้าวเข้ามา เขาคือ 'ศาสตราจารย์วีระ' หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ที่ดรณ์เกรงใจที่สุด “ฉันเอาข้อสอบตัวอย่างจากมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศมาให้เธอลองทำดู ถ้าเธอทำผ่าน... การชิงทุนก็แทบจะอยู่ในกำมือเธอแล้ว”
ฟ้าใสชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เธอถอยไปยืนอยู่ข้างหลังดรณ์ มองดูสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นมาทันควัน
ดรณ์มองสมุดโจทย์ที่ศาสตราจารย์วีระวางลงตรงหน้า—มันเป็นโจทย์ฟิสิกส์ชั้นสูงที่ต้องใช้เวลาทำเป็นวันๆ และนั่นหมายถึง... เวลาที่เขาควรจะมีให้ฟ้าใสในวันนี้ จะต้องหายไปโดยสมบูรณ์
“ขอบคุณครับอาจารย์...” ดรณ์ตอบเสียงแผ่ว ขณะที่มือเอื้อมไปหยิบสมุดโจทย์นั้นด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังหยิบก้อนหินหนักๆ มาทับอกตัวเอง
“ดีมาก อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ” ศาสตราจารย์วีระยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ดรณ์กับฟ้าใสเผชิญหน้ากับโจทย์ที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต
ดรณ์ค่อยๆ เปิดหน้าสมุดโจทย์ออก เขาไม่ได้มองมันด้วยความกระหายใคร่รู้เหมือนทุกครั้ง แต่เขามองมันด้วยสายตาของนักโทษที่กำลังถูกตัดสินโทษ
“นั่นมัน... อะไรกัน?” ฟ้าใสถามเสียงสั่น เพราะเธอเห็นมือของดรณ์ที่กำลังถือปากกา... มันสั่นจนเขาไม่สามารถเขียนตัวเลขตัวแรกออกมาได้เลย
ดรณ์ไม่ได้ตอบ เขาก้มหน้าลงซ่อนน้ำตาที่คลอเบ้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฟ้าใสด้วยรอยยิ้มที่ฝืนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
“ฟ้าใส... ฉันว่าเราคงต้องเลิกติวกันแค่นี้จริงๆ แล้วล่ะ” เขาเว้นจังหวะ “เพราะดูเหมือนว่า... โลกของฉัน มันไม่มีที่ว่างสำหรับความสุขหรอก”
ทันทีที่เขากล่าวจบ เสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง—คราวนี้เป็นข้อความส่งตรงจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ: *“เลิกทำตัวไร้สาระแล้วกลับไปโฟกัสสิ่งที่ควรทำซะ ดรณ์... หรือเธออยากให้คนทั้งมหาวิทยาลัยรู้ว่า 'ความลับ' ที่เธอปิดบังอยู่คืออะไร?”*
ดรณ์หน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี มือที่ถือปากกาล่วงหล่นจากนิ้วกระทบพื้นเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความตกใจของฟ้าใสที่กำลังจะยื่นมือเข้าไปหาเขา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของดรณ์และฟ้าใสในบทที่เข้มข้นที่สุดบทหนึ่งนะครับ!
เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 23
ความกลัวภายใต้เสื้อกาวน์
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!