เสียงก้าวเท้าหนักๆ ที่ดังปึ้งปั้งลงบนฟุตปาธเบื้องหน้า ทำให้หัวใจของผมกระดอนไปติดอยู่ที่ขั้วปอดทันที ไม่ใช่เพราะแรงสะเทือนจากรถเมล์สายแปดที่เพิ่งจอดเทียบท่า แต่เป็นเพราะร่างสูงโปรดของ "คุณอาคม" บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์หนังสือวิชาการที่เข้มงวดที่สุดในสามโลก ก้าวลงมาจากประตูกลางด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมกวาดมองผมกับฟ้าใสที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเสาป้ายรถเมล์ รัศมีความกดดันระดับความดันบรรยากาศสูงพัดกระโชกจนผมแทบหายใจไม่ออก
"ดรณ์... นี่สินะ งานต้นฉบับฟิสิกส์ ม.ปลาย เล่มปรับปรุงใหม่ ที่เธอรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะส่งให้ฉันตรวจตั้งแต่เมื่อวาน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนรอบข้าง ฟ้าใสที่ยืนอยู่ข้างผมสะดุ้งโหยงจนมือถือเกือบหลุดจากมือ เธอรีบซ่อนหน้าจอแชตที่พวกเราเพิ่งยدยื้อแย่งกันเมื่อครู่ไว้ด้านหลังทันที ใบหน้าหวานเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเผชิญหน้ากับบ.ก.จอมโหดที่ขึ้นชื่อเรื่องการตีต้นฉบับทิ้งถังขยะมานักต่อนนัก
"เอ่อ... คือว่า อาคมครับ คือ..." ผมอ้าปากพะงาบๆ สมองที่ปกติประมวลผลเรื่องกลศาสตร์ควอนตัมได้อย่างรวดเร็ว กลับชัตดาวน์กะทันหันราวกับระบบไฟฟ้าลัดวงจร
"ไม่ต้องแก้ตัว!" อาคมยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฉันให้เวลาเธอแก้ปมเนื้อหาเรื่อง 'เทอร์โมไดนามิกส์' กับ 'คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า' ให้มันเข้าใจง่ายและสนุกเหมือนที่เธอเคยคุยไว้ แต่ดูสภาพตอนนี้สิ ต้นฉบับก็ยังไม่สมบูรณ์ แถมเธอยังมายืนเล่นเกมหรือทำอะไรไร้สาระอยู่ริมถนนแบบนี้อีกเหรอ ดรณ์?"
คำว่า 'ไร้สาระ' วิ่งชนเข้ากลางหน้าอกผมอย่างจัง ความรู้สึกผิดและแรงกดดันมหาศาลที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์พรั่งพรูเข้ามาในหัวใจจนจุกแน่น ผมก้มมองกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยสมุดโน้ตสูตรฟิสิกส์และร่างต้นฉบับนับร้อยหน้าที่ถูกขีดฆ่าแก้แล้วแก้อีก จนป่านนี้... ผมก็ยังทำมันให้ออกมาดีพอไม่ได้ งานทุกบรรทัดที่เขียนมันดูน่าเบื่อ แห้งแล้ง และไร้ชีวิตชีวา ไม่สมกับเป็นหนังสือที่จะเปลี่ยนมุมมองเด็กๆ ตามที่ตั้ง The Goal ไว้เลยแม้แต่น้อย
ฟ้าใสเหลือบมองผมที่ยืนนิ่งเงียบเป็นหิน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรวบรวมความกล้าก้าวเท้าออกมาบังหน้าผมไว้ครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มจอมกะล่อนที่เคยมีหายเกลี้ยง เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ผมไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
"คุณอาคมคะ... เอ้ย! คุณอาคมครับ!" ฟ้าใสรีบเปลี่ยนคำสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อโดนสายตาดุๆ ของบ.ก.ส่งมาให้ "คือ... พี่ดรณ์เขาไม่ได้เล่นนะคะ เอ้ย! ไม่ได้เล่นครับ! พวกเรากำลังทำคอนเทนต์ทดลองฟิสิกส์ภาคสนามกันอยู่ต่างหากเล่า! เรื่องความร้อนและพลังงานเนี่ย ถ้าอธิบายแบบท่องจำเด็กมันก็หลับหมดสิคะ... ครับ! พวกเรากำลังจะเอาไปย่อยเป็นคลิปสนุกๆ ให้คนดูเป็นแสนๆ คนเข้าใจได้ในสามนาทีต่างหากล่ะคะ!"
อาคมเลิกคิ้วสูง หันมามองอินฟลูเอนเซอร์สาวสลับกับผมที่ยังคงยืนก้มหน้า "คอนเทนต์อะไรของเธอ? ฉันไม่สนใจยอดวิวในโลกโซเชียล ฉันสนใจแค่คุณภาพตัวหนังสือบนกระดาษที่ผ่านสำนักพิมพ์ของฉัน ต้นฉบับเล่มนี้ถ้ามันห่วยแตกจนเด็กอ่านไม่รู้เรื่อง ฉันก็จะไม่พิมพ์มันออกมาให้อายสำนักพิมพ์เด็ดขาด ดรณ์ เธอมีเวลาให้ฉันอีกแค่ส A คืนนี้ ถ้าพรุ่งนี้เช้ายังไม่มีต้นฉบับบทที่สมบูรณ์วางอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน... โปร젝트นี้เป็นอันยกเลิก!"
ปึก!
อาคมตบแฟ้มเอกสารในมือลงกับฝ่ามือตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นรถเมล์คันถัดไปที่เพิ่งเทียบท่า ปล่อยให้พวกเรายืนเคว้งคว้างท่ามกลางควันไอเสียและละอองฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางเบา
ความเงียบเข้าปกคลุมพวกเราชั่วขณะ มีเพียงเสียงรถราวิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่ ผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างไร้เรี่ยวแรง ความกดดันที่แบกรับไว้บนบ่ามันหนักอึ้งเกินกว่าที่สมองจะประมวลผลไหว มือที่ถือกระเป๋าเริ่มสั่นเทา ความคิดแง่ลบวิ่งวนอยู่ในหัวเป็นลูปซ้ำๆ—*เราคงไม่เหมาะจะเป็นนักเขียนจริงๆ หรอก*—*ฟิสิกส์ยากๆ แบบนี้ ให้ตายยังไงก็ไม่มีทางทำให้เด็กทุกคนเข้าใจมันได้หรอก*—*ถอดใจซะเถอะ...*
"นี่ นาย..." เสียงหวานใสที่มักจะเจื้อยแจ้วกวนประสาทผมอยู่เสมอเอ่ยขึ้นเบาๆ ผิดวิสัย
ผมเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองฟ้าใสที่ตอนนี้กำลังยืนกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยระยิบระยับด้วยความมั่นใจ กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ คลอหน่วย เธอคงเหนื่อยไม่แพ้กันที่ต้องคอยวิ่งตามก้นติวเตอร์ปากจัดอย่างผมแถมยังต้องมาโดนด่าไปด้วย
"ถ้า... ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็พอแค่นี้เถอะค่ะ... เอ้ย! ก็พอแค่นี้เถอะครับ!" ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึกพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ แต่เสียงสั่นๆ นั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอเป็นห่วงผมมากแค่ไหน "ฉัน... ฉันไม่อยากเห็นนายทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แบบนี้เลยว่ะดรณ์ นายเก่งที่สุดในใจฉันแล้วนะเว้ย... เอ๊ย ไม่ใช่! นายเก่งที่สุดในบรรดาติวเตอร์ที่ฉันเคยเจอมาต่างหากเล่า!"
คำพูดตะกุกตะกักของเธอทำให้ผมเผลอหลุดยิ้มออกมาจางๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด ยัยตัวป่วนคนนี้ ถึงเวลาจริงจังทีไรก็มักจะมีมุมน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้มาทำให้ใจผมยวบยาบทุกทีสิน่า
"ใครบอกว่าผมจะยอมแพ้กันล่ะครับคุณฟ้าใส" ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นสุภาพบุรุษมาดนิ่งตามเดิม แม้หัวใจข้างในจะยังสั่นไหว "งานแค่นี้... ทำไมผมจะทำไม่ได้ หลักการอนุรักษ์พลังงานบอกไว้ว่า พลังงานไม่มีวันสูญหายไปไหน แต่เปลี่ยนรูปได้... แรงกดดันพวกนี้ก็เหมือนกัน ผมจะเปลี่ยนมันเป็นพลังงานจลน์พุ่งชนต้นฉบับนี้ให้เสร็จภายในคืนนี้ให้ดู!"
ฟ้าใสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะระบายบนใบหน้าหวาน เธอหัวเราะออกมาเบาๆ "เออ! ค่อยสมเป็นดรณ์คนปากดีหน่อยเว้ย! งั้นลุยกันให้เต็มที่ไปเลยคืนนี้ ฉันจะช่วยนายตบมุกฟิสิกส์ให้มันส์หยดติ๋งจนตาบ.ก.ตาถั่วคนนั้นต้องกราบขอโทษเลยคอยดู!"
เราสบตากันด้วยความรู้สึกที่ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่ถูกปัดเป่าไปด้วยรอยยิ้มและกำลังใจจากคนตรงหน้า ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าเพื่อเปิดไฟล์งานขึ้นมาเตรียมแก้โจทย์ครั้งสุดท้าย แต่จังหวེะที่หน้าจอสว่างวาบขึ้นมา Notification จากแอปพลิเคชันแชตก็เด้งขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
เป็นข้อความจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อและรูปโปรไฟล์ เป็นภาพถ่ายโคลสอัพกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือของผมเอง... แต่เป็นกระดาษโน้ตหน้าที่ผมเพิ่งขยำทิ้งลงถังขยะในห้องทำงานที่บ้านเมื่อตอนเที่ยง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ใต้ภาพที่อ่านแล้วทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน—
*"ถ้าฟิสิกส์เรื่องนี้มันยากนัก ทำไมไม่ลองถามคนในอดีตที่นายฆ่าความฝันไปดูล่ะ ดรณ์?"*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ดรณ์กับฟ้าใสมาถึงบทนี้นะครับ
เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 17
ความคาดหวังที่หนักอึ้ง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!