เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดเก่า ทว่าดรณ์กลับไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ สายตาทอดมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายกราฟความร้อนและสมการความหนาแน่นเชิงควอนตัม ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่เขาทุ่มเทมาตลอดหลายปี แต่คำพูดของฟ้าใสเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท...
*"ถ้าฟิสิกส์เรื่องนี้มันยากนัก ทำไมไม่ลองถามคนในอดีตที่นายฆ่าความฝันไปดูล่ะ ดรณ์?"*
มันไม่ใช่คำพูดที่ตั้งใจจะจิกกัดให้เจ็บปวด แต่มันคือมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนแผลเป็นที่เขาพยายามกลบฝังไว้ใต้กองตำราฟิสิกส์เล่มหนา ดรณ์หลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานกำลังตีรวนขึ้นมาอีกครั้ง จนเขาเผลอกำมือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
"เห้ย... ดรณ์ คือฉัน..."
เสียงฝีเท้าเร็วจร and น้ำเสียงที่ติดจะลิบลับของฟ้าใสหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเธอเดินอ้อมชั้นหนังสือมาเจอสีหน้าของเขา หญิงสาวที่ปกติมักจะมีมุกตลกกวนๆ หรือคำพูดโบ๊ะบ๊ะไว้รับมือทุกสถานการณ์ กลับยืนแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาความเจ็บปวดในแววตาของติวเตอร์หนุ่มผู้มั่นใจในตัวเองเสมอ
ดรณ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เธอเห็นเพียงสันจรามที่ขบเข้าหากันแน่นและไหล่กว้างที่ไหววูบเล็กน้อย
"ฉัน... พูดแรงไปเหรอวะ" ฟ้าใสพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก เธอไม่ได้ตั้งใจจะขุดคุ้ยปมในอดีตที่เขาปิดตาย เพียงแต่อารมณ์พาไปเท่านั้นเอง ใครจะรู้เล่าว่าคนปากร้ายอย่างดรณ์จะมีมุมที่เปราะบางขนาดนี้
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าจะแก้สถานการณ์อย่างไรดี ปกติเธอถนัดแต่เรื่องปั่นหัวคนอื่นให้โมโห แล้วค่อยหาทางเอาตัวรอด แต่นี่... มันคือการเยียวยาจิตใจคน ซึ่งอยู่นอกเหนือฟังก์ชันของอินฟลูเอนเซอร์สายคอนเทนต์จอมกะล่อนคนนี้โดยสิ้นเชิง
ฟ้าใสลอบกลืนน้ำลายลงคอ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่บาดเจ็บและพร้อมจะขู่คำรามใส่ทุกเมื่อ
"นี่... ดรณ์..." เธอเรียกเสียงแผ่ว ผิดวิสัยคนเสียงดังประจำแก๊ง "คือ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"กลับไปซะ ฟ้าใส" ดรณ์พูดตัดบทขึ้นมา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชาอย่างผิดปกติ "วันนี้พอแค่นี้เถอะ ผมอยากอยู่คนเดียว"
"ไม่เอาอ่ะ" ฟ้าใสสวนกลับทันควัน ความกลัวหายวับไปเมื่อเห็นความโดดเดี่ยวที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เธอดึงเก้าอี้ตัวข้างๆ มานั่งลงตรงข้ามโดยไม่รออนุญาต "นายไล่ฉันรอบที่ร้อยแล้วมั้ง ดรณ์ จำได้ไหมว่าเราเป็นคู่หูกันนะเว้ย จะให้ทิ้งคนกำลังจิตตกแล้วเดินหนีไปเฉยๆ มันไม่ใช่สไตล์ฉันหรอก"
ดรณ์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมคายคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งและมาดติวเตอร์ผู้เพียบพร้อมหายเกลี้ยง เหลือเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่แบกรับความรู้สึกผิดมหาศาลไว้บนบ่า
"เธอไม่เข้าใจหรอก ฟ้าใส..." ดรณ์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง "ฟิสิกส์น่ะ มันมีกฎทรงพลังงานนะ รู้ไหม? พลังงานไม่มีวันสูญหายไปไหน แต่มันเปลี่ยนรูปได้... เหมือนกับความฝันของเพื่อนฉันในอดีต ที่มันไม่ได้หายไปไหนหรอก แต่มันถูก 'ทำลาย' ลงด้วยความหยิ่งทะนงและความคิดที่ว่าตัวเองฉลาดที่สุดของฉันเอง"
ฟ้าใสอึ้งไป เธอไม่เคยได้ยินดรณ์พูดถึงเรื่องส่วนตัวด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เขาชอบหยิบยกมาอธิบายโลกใบนี้ บัดนี้มันกลับถูกใช้เป็นเครื่องมือตอกย้ำความผิดพลาดของตัวเองอย่างน่าเวทนา
บรรยากาศในห้องสมุดเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ความอึดอัดโรยตัวปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง ทว่าในความเงียบนั้น กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อ่อนโยนและเปราะบางก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่าคำคมปลอบใจสวยหรูจากหนังสือจิตวิทยาคงใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชายเนิร์ดฟิสิกส์คนนี้ ทางเดียวที่จะเข้าถึงตัวตนข้างในของเขาได้ คือต้องใช้ภาษาที่เขารู้จัก—ภาษาแห่งความเป็นจริงและวิทยาศาสตร์
หญิงสาวเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่หลังมือหนาที่ยังคงกำหมัดแน่นอยู่บนโต๊ะ ดรณ์สะดุ้งเล็กน้อย ชักสีหน้าตื่นตระหนกนิดๆ เมื่อสัมผัสไออุ่นจากมือของเธอส่งผ่านเข้ามา
"นี่... นายเคยได้ยินเรื่องกฎข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกส์ (Second Law of Thermodynamics) ป่ะล่ะ?" ฟ้าใสเริ่มต้นพูด น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและจริงจังอย่างที่หาดูได้ยาก
ดรณ์ขมวดคิ้ว ปรับโฟกัสสายตามามองหน้าเธอด้วยความงุนงง "จ...จู่ๆ จะมาติวฟิสิกส์อะไรตอนนี้?"
"ฟังก่อนสิยะ!" ฟ้าใสค้อนขวับใส่หนึ่งทีแก้เขิน ก่อนจะอธิบายต่อด้วยรอยยิ้มจางๆ "เขาก็บอกอยู่ไม่ใช่เหรอว่า ในระบบปิดใดๆ เอนโทรปี (Entropy) หรือความไร้ระเบียบของจักรวาลมันจะเพิ่มขึ้นเสมอ... พูดง่ายๆ คือ ทุกอย่างในโลกนี้มันต้องเสื่อมสลาย พังทลาย และผิดพลาดได้เป็นธรรมดาของโลกเว้ย ดรณ์"
ดรณ์นิ่งฟัง ดวงตาสะท้อนภาพใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังตั้งใจเรียบเรียงคำพูดเพื่อปลอบประโลมเขา
"นายไม่ใช่พระเจ้า นายไม่มีทางควบคุมทุกตัวแปรในชีวิตให้มันออกมาสมบูรณ์แบบได้หรอก การที่นายทำผิดพลาดในอดีต มันก็แค่ความไร้ระเบียบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ... แต่นายรู้ไหมว่าจุดเด่นของฟิสิกส์คืออะไร?" ฟ้าใสเว้นจังหวะ เลื่อนมือขึ้นมาแบเบาๆ ตรงหน้าเขา ท่าทางกวนๆ กลับมานิดหน่อยเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายลง "มันคือการที่เราคำนวณความผิดพลาดนั้น แล้วสร้าง 'ระบบใหม่' ขึ้นมาทดแทนยังไงล่ะ!"
ดรณ์มองมือของเธอ สลับกับใบหน้ายิ้มแย้มที่พยายามส่งพลังบวกมาให้ ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจมานานนับชั่วโมงค่อยๆ คลายตัวลงอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนรู้สึกแปลกๆ
นี่สินะ... สกิลการปลอบใจสไตล์ฟ้าใส ที่ไม่ว่าจะเรื่องยากแค่ไหน เธอก็สามารถย่อยมันให้กลายเป็นความอบอุ่นหัวใจได้เสมอ
"เธอเนี่ย..." ดรณ์หลบสายตาไปทางอื่น หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ พวงแก้มของติวเตอร์หนุ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "เอาทฤษฎีมั่วๆ มาปลอบคนอื่นอีกแล้วนะ"
"มั่วที่ไหน! นี่คือฟิสิกส์ภาคประยุกต์ฉบับยัยตัวป่วนต่างหากยะ!" ฟ้าใสเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะสังเกตเห็นใบหน้าที่อ่อนลงของเขา เธอก็แอบอมยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก "เห็นไหมล่ะ เลิกทำหน้าเป็นหมาหงอยได้แล้ว นายหนวด นายเหมาะกับรอยยิ้มกวนๆ มากกว่าทำหน้าเครียดเป็นตาแก่ใกล้ลงโลงนะจะบอกให้"
"ใครตาแก่กัน หึ..." ดรณ์พ่นลมหายใจออกทางจมูก รอยยิ้มบางๆ เผลอผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดในใจไม่ได้หายไปเสียทีเดียว แต่มันถูกโอบกอดไว้ด้วยความเข้าใจและความใส่ใจของคนตรงหน้า จนทำให้เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด
มือหนาตัดสินใจเอื้อมไปคว้ามือสมอของฟ้าใสที่วางอยู่บนโต๊ะมากุมไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นร้อนทำให้ฟ้าใสชะงัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เธอพยายามจะชักมือกลับ แต่ดรณ์กลับกระชับมือไว้แน่นขึ้นโดยไม่ยอมปล่อย
"เอ่อ... ดรณ์..." ฟ้าใสเสียงตะกุกตะกัก ความกะล่อนและสกิลอินฟลูฯ เอาตัวรอดหายไปในพริบตา เมื่อเจอสายตาจริงจังแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนคู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เขากำลังมองมา
ดรณ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เม้มริมฝีปากครู่หนึ่งราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่ง
"ฟ้าใส... คือว่าฉัน..."
ดรณ์สูดหายใจเข้าลึก นิ้วมือเรียวยาวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆ เปิดหน้าต่างแชตไลน์ที่พิมพ์ข้อความยาวเหยียดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ด้วยความร้อนรน แล้วกดส่งไปหาเธอทันที ก่อนจะตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป!
ดวงตาดรณ์เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เขารีบใช้นิ้วโป้งละล่ำละลักกดปุ่ม "ยกเลิกข้อความ" อย่างลนลานท่ามกลางความตกตะลึงของฟ้าใส แต่ไม่ทันเสียแล้ว! หน้าจอของเธอปรากฏการแจ้งเตือนข้อความแชตใหม่เด้งขึ้นมาหรา พร้อมกับที่หน้าจอของเขาขึ้นสถานะว่าข้อความถูกส่งและอ่านเรียบร้อยแล้ว!
หัวใจของดรณ์หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อข้อความสารภาพความในใจที่ยาวเหยียดและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เขาเก็บซ่อนไว้ ถูกส่งตรงถึงมือยัยตัวป่วนแบบคาหนังคาเขา และกดยกเลิกไม่ทันเสียแล้ว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนและสาระฟิสิกส์ในตอนนี้นะครับ
เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 18
ฟ้าใสกับสกิลการปลอบใจสไตล์นางฟ้า
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!