"เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปสอบตกวิชาควันตัมฟิสิกส์สักทีได้ไหมครับคุณฟ้าใส ฝนตกแค่นี้ไม่ได้ทำให้โครงสร้างโมเลกุลในตัวคุณสลายหายไปหรอกนะ"
"โถ่ ดรณ์! ดูสภาพดิ! รองเท้าผ้าใบคู่โปรดของฉันแช่น้ำไปครึ่งหนึ่งแล้วเนี่ย แล้วดูบรรยากาศดิ มืดตึ้ดตื๋อแถมยังติดแหง็กอยู่ใต้ป้ายรถเมล์เก่าๆ แบบนี้ อีกกี่นาทีรถเมล์จะมาเนี่ย เช็กแอปฯ ให้หน่อยเร็ว!"
เสียงโวยวายของฟ้าใสทำให้ผมต้องถอนหายใจพลางขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากความชื้น ผมมองดูเด็กสาวข้างกายที่ตอนนี้กำลังพยายามเขย่งปลายเท้าหนีน้ำเจิ่งนองบนพื้นทางเท้า เธอหงุดหงิดแต่ในสายตาผม... มันก็น่ารักไปอีกแบบ เหมือนลูกแมวตกน้ำที่พยายามขู่ฟ่อทั้งที่ตัวเปียกปอน
"แอปฯ บอกว่ารถติดสะสมสามกิโลเมตรครับ อีกอย่าง... กฎของแรงเสียดทานบอกเราว่า ต่อให้คุณขยับตัวแรงแค่ไหน แต่น้ำหนักของรถที่ติดอยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้ลดลงหรอกนะ นั่งลงพักก่อนดีกว่าครับ" ผมดึงแขนเสื้อเธอเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนม้านั่งไม้ผุๆ ที่ดูจะปลอดภัยที่สุดในตอนนี้
ฟ้าใสทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดสภาพ เธอซบหน้าลงกับกระเป๋าสะพายใบเล็ก "เหนื่อยอะ... ดรณ์ เคยรู้สึกไหมว่าบางทีเราก็วิ่งตามอะไรบางอย่างมาตลอด แต่สุดท้ายก็มาติดแหง็กอยู่ที่เดิม เหมือนไอ้รถเมล์นี่เป๊ะ"
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ฟังเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาสังกะสีดังเปาะแปะ ฟังดูเหมือนจังหวะของ Harmonic Oscillator ที่สั่นไหวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด "ผมเข้าใจครับ เป้าหมายชีวิตเหมือน 'Vector' ที่มีทั้งขนาดและทิศทาง เราทุกคนพยายามใส่แรงลัพธ์เข้าไปเพื่อให้ชีวิตเคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่บางครั้ง... แรงเสียดทานจากสภาพแวดล้อม มันก็มากกว่าแรงที่เราพยายามใส่เข้าไปจริงๆ"
"หูย... นี่ขนาดติดฝนนะ ยังจะโยงเข้าฟิสิกส์อีก พ่อคนอัจฉริยะ" เธอเงยหน้าขึ้นมาค้อนใส่ผม ตาใสแป๋วคู่นั้นสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวๆ จากร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม "แล้วของดรณ์ล่ะ? เป้าหมายชีวิตคืออะไร? หวังว่าคงไม่ใช่แค่การพิสูจน์ทฤษฎีสตริงให้โลกแตกเล่นหรอกนะ"
ผมมองไปที่ผืนน้ำที่สะท้อนภาพเมืองหลวงที่วุ่นวาย "เมื่อก่อนผมคิดว่าเป้าหมายคือการหาคำตอบของจักรวาลครับ... แต่ตอนนี้ ผมเริ่มเปลี่ยนนิยามใหม่แล้ว"
"ว่ามาดิ?"
"การได้พบคนที่ไม่เข้าใจเรื่องฟิสิกส์เลยสักนิด แต่พยายามชวนผมคุยจนจบเรื่องทุกวัน... ผมว่านั่นคือ 'ตัวแปร' ที่สำคัญที่สุดในชีวิตผมตอนนี้เลยนะ"
ฟ้าใสนิ่งไป สีหน้าเธอเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความสงสัยก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีระเรื่อที่แก้ม ท่ามกลางเสียงฝนตกหนัก เธอขยับเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแชมพูของเธอ
"นี่ดรณ์... ถ้าสมมติว่าโลกนี้หยุดหมุนจริงๆ เหมือนที่คนชอบพูดกัน ดรณ์จะทำอะไรเป็นอย่างสุดท้ายเหรอ?"
"ผมจะถามคุณว่า..." ผมเว้นจังหวะ หัวใจในอกซ้ายเต้นแรงผิดจังหวะจนกลัวว่าเธอจะไม่ได้ยิน "อยากไปดูดาวด้วยกันไหม? ไม่ใช่ดาวในตำรานะ แต่เป็นดาวที่มองเห็นด้วยตาเปล่า... ตอนที่ท้องฟ้าไม่มีพายุแบบนี้"
ฟ้าใสมองหน้าผม เธอกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้ว... เสียงแจ้งเตือนแชตจากมือถือเธอก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอหยิบมันขึ้นมาดู แสงจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปทันทีจากที่กำลังเคลิ้มๆ กลายเป็นตื่นตระหนก
"ชิบหายแล้วดรณ์!"
"เกิดอะไรขึ้นครับ?"
"พี่ที่ออฟฟิศส่งรูปมา... รูปที่แกแอบถ่ายเราสองคนตอนเดินเข้าตึกเมื่อเช้า! เขาใส่แคปชั่นว่า 'เบื้องหลังเซียนฟิสิกส์ตัวตึง กับยัยตัวป่วนคู่กัด... เห็นภาพนี้แล้วอยากรู้จังว่าสถานะจริงๆ คืออะไร?'"
มือของฟ้าใสสั่น เธอพยายามพิมพ์ตอบกลับด้วยความรวดเร็ว แต่ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเธอกลับไปโดนปุ่มผิดๆ ในแชตของเราสองคน ก่อนที่เธอจะเผลอกดส่งข้อความเสียงยาวเหยียดที่เธอตั้งใจจะด่าพี่ที่ทำงาน แต่ดันส่งผิดเข้าแชตของผม
เสียงข้อความดังขึ้นในมือถือของผมทันทีที่สัญญาณเน็ตเชื่อมต่อได้ ผมมองหน้าเธอที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันมาหมาดๆ
"ดรณ์... อย่าเปิดฟังนะ! ลบเดี๋ยวนี้! ฉันแค่... ฉันแค่จะบอกว่า... อุ๊ย!"
เธอลนลานจะแย่งมือถือผมไป แต่จังหวะนั้นเอง รถเมล์ที่รอคอยก็เบรกดังเอี๊ยดต่อหน้าเรา พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ลงมาจากรถ... คนที่ผมไม่อยากให้เห็นเราในสภาพนี้ที่สุดในชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ หวังว่าเรื่องราวในวันนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ยิ้มได้นะครับครับ
เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 16
หลงทางในเมืองหลวงกับโจทย์ฟิสิกส์
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!