เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 15

ใครว่าฟิสิกส์น่าเบื่อ มาดูนี่!

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"บอกแล้วไงครับว่าแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมันไม่ได้ผลกับยอดวิวหรอก ถ้าคุณฟ้าใสยังหมุนตัวด้วยความเร็วเชิงมุมต่ำกว่าสเต็ปป้าแดนซ์แบบเมื่อกี้ คลิปเราจะกลายเป็นสารคดีชีววิทยาเต่าคลานแทนที่จะเป็นไวรัลนะครับ" เสียงทุ้มต่ำติดจะเอือระอานิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับนิ้วเรียวยาวที่เคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ ดรณ์ในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือในห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด แว่นสายตาเลนส์กรองแสงสะท้อนแสงไฟสตูดิโอวับวาม ขณะที่เจ้าของชื่อกำลังนั่งหอบแฮกอยู่บนเก้าอี้หมุน พร้อมกับมือที่ถือไม้เซลפיแถมยังทำหน้าบูดบึ้งใส่เขา "ก็มันยากนี่คะ เอ้ย... นี่นาย! อย่ามาบูลณืสเต็ปการเต้นของฉันนะ ดรณ์!" ฟ้าใสสะดุ้งรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายแบบที่อีกฝ่ายมักจะแซวว่า 'ไม่เข้ากับลุคอินฟลูฯ ตัวมัม' "ผมไม่ได้บูลลี่ครับ ผมแค่ใช้หลักฟิสิกส์วิเคราะห์ตามความเป็นจริง โมเมนตัมเชิงมุม (Angular Momentum) ของคุณเมื่อครู่มันเกือบจะทำให้ขาตั้งกล้องล้มพับไปทับกองชีตฟิสิกส์ควอนตัมมูลค่าหลักพันของผมอยู่แล้วต่างหาก" ดรณ์ยกมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่เห็นแล้วชวนให้อยากเอาหมอนฟาดหน้าสักที "ย่ะ! พ่อคนฉลาด พ่อคนเซียนฟิสิกส์!" ฟ้าใสค้อนปะหลับปะเหลือกใส่ รวบผมสีน้ำตาลประกายทองที่รุ่ยร่ายลงมาทัดหูด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันไปเช็คหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เปิดโปรแกรมตัดต่อค้างไว้ "แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงล่ะฮะ ดรณ์ ขืนเต้นเอื่อยเฉื่อย เดี๋ยวพวกชาวเน็ตก็เลื่อนผ่านพอดี ช่วงนี้อัลกอริทึมยิ่งใจร้ายกับช่องเราอยู่ด้วย" ดรณ์ถอนหายใจเบาๆ เดินเข้ามาใกล้เก้าอี้ที่เธอนั่ง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ สะอาดๆ ของเขาโชยแตะจมูกจนฟ้าใสต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางทับลงบนพนักพิงเก้าอี้ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนฟ้าใสต้องรีบเอนตัวหนีหัวใจเต้นตึ้กตั๊ก "ใกล้ไปแล้วนะ..." เธอพึมพำเสียงเบา หูแดงแจ๋โดยไม่รู้ตัว "ผมแค่จะดูหน้าจอต่างหากครับ คิดอะไรอยู่เนี่ย" ดรณ์กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์อย่างที่ชอบทำประจำ "โอเค... ฟังผมนะ เจ้าตัวป่วน แทนที่เราจะเต้นท่าประหลาดๆ แบบนั้น เรามาใช้ 'แรงเสียดทาน' กับ 'ความเร่ง' เรียกยอดไลก์กันดีกว่า รับรองว่าทั้งสนุก ได้สาระ และคนดูจะแห่กันเข้ามาคอมเมนต์จนเซิร์ฟเวอร์แตกแน่นอน" สิบนาทีต่อมา ฉากหลังของห้องสตูดิโอถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทดลองย่อมๆ บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีขวดน้ำพลาสติก ลูกบอลยางสีสดใส และสเก็ตบอร์ดตัวเก่าของดรณ์วางอยู่ ฟ้าใสกลับมาอยู่ในโหมดอินฟลูเอนเซอร์สาวมั่นใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับเมื่อได้ยินแผนการสุดแสบที่ดรณ์เพิ่งบรีฟให้ฟัง "เอาจริงดิ ดรณ์? นายจะให้ฉันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอเนี่ย" ฟ้าใสชี้หน้าเขา สลับกับมองสเก็ตบอร์ดบนพื้น "แน่นอนครับ หรือคุณกลัวว่าจะทรงตัวไม่ได้แล้วล้มลงมาให้ผมหัวเราะเยาะล่ะ" ดรณ์เลิกคิ้วท้าทาย ถือโทรศัพท์มือถือเตรียมกดบันทึกวิดีโอด้วยรอยยิ้มมุมปาก "หึ! ฝันไปเถอะค่ะระดับฟ้าใสซะอย่าง ไม่มีคำว่าคำว่ากลัวอยู่แล้ว!" เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ ก่อนจะก้าวขึ้นไปยืนบนสเก็ตบอร์ดโดยมีดรณ์คอยประคองข้อศอกไว้หลวมๆ เพื่อกันล้ม แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่ทันทีที่ล้อสเก็ตบอร์ดเริ่มขยับตามแรงผลักเบาๆ ของดรณ์ ฟ้าใสก็หลุดอุทานเสียงหลง มือเล็กคว้าหมับเข้าที่เสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติเพื่อยึดเหนี่ยว ดรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาบังคับทิศทางและอธิบายหน้ากล้องด้วยน้ำเสียงฉะฉาน รวดเร็ว และเป็นธรรมชาติอย่างที่เคยชินเวลาสอนพิเศษ แต่ถูกย่อยให้เข้าใจง่ายและเต็มไปด้วยมุกตลกจิกกัดกันไปมา "สวัสดีค่าทุกคน! วันนี้มาพบกับช่วง 'ฟิสิกส์พาเพลินกับยัยตัวป่วน' และ... อาจารย์หนุ่มหน้ามึนประจำช่องค่ะ!" ฟ้าใสโบกมือทักทายกล้องด้วยพลังงานล้นเหลือ ขณะที่มือยังกำเสื้อดรณ์แน่น "ผมไม่ได้หน้ามึนครับ ผมหน้าตาดีแต่นิ่งขรึมตามฉบับสุภาพบุรุษต่างหาก" ดรณ์โผล่หน้าเข้ามาแจมในเฟรม เอียงตัวเข้าใกล้จนไหล่ชิดกัน "และวันนี้เราจะมาพิสูจน์กันว่า... ทำไมเวลาคุณเบรกกระทันหันบนรถเมล์ ถึงหน้าคะมำไปจูบเบาะหน้า ทั้งที่ตัวคุณไม่ได้ขยับไปไหนด้วยตัวเอง... มันคือเรื่องของ 'ความเฉื่อย' (Inertia) ตามกฎข้อที่หนึ่งของนิวตันครับ!" จังหวะนั้นเอง ตามบทที่เตี๊ยมกันไว้ครึ่งหนึ่งและไม่ได้เตี๊ยมอีกครึ่งหนึ่ง ดรณ์แกล้งดึงสเก็ตบอร์ดหยุดกะทันหันด้วยปลายเท้า ฟ้าใสที่กำลังเคลิ้มฟังเสียงนุ่มๆ ของเขาถึงกับเสียหลัก ร่างบางพุ่งถลาไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อยอย่างสมบูรณ์แบบ แบบแผนที่คำนวณไว้เป๊ะๆ แต่สิ่งที่ไม่ได้คำนวณไว้คือ... ปลายจมูกของเธอชนเข้ากับปลายจมูกโด่งเป็นสันของดรณ์พอดิบพอดี! บรรยากาศในห้องสตูดิโอเงียบกริบลงทันตาเห็น เสียงพัดลมระบายอากาศเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ดวงตากลมโตของฟ้าใสเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู ขณะที่ดรณ์เองก็ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบมองสบตาคนในอ้อมแขน นิ่งงันไปโดยไม่คิดจะขยับตัวหนี "เอ่อ..." ฟ้าใสอ้าปากพะงาบๆ สมองที่เคยประมวลผลคำศัพท์โซเชียลและมุกตลกได้รวดเร็ว กลับว่างเปล่าสนิท หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงนาฬิกA ดรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่ประคองเอวเธอไว้เผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่ กลับราบเรียบและจริงจังจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความประหม่าและความนุบนิบที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด "เอ่อ... ดรณ์ กล้อง... กล้องยังเปิดอยู่นะ!" ฟ้าใสกระซิบเสียงสั่น หลบสายตาคู่คมที่มองมาด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะรับไหว ชายหนุ่มกระพริบตาปริบๆ เหมือนเพิ่งได้สติ เขารีบปล่อยมือออกจากเอวบางเบาๆ แล้วกระแอมไอแก้เก้อสองสามครั้ง "อะแฮ่ม! เอ่อ... ใช่ครับ คลิปนี้เราจะตัดต่อตรงนี้พอดี... มั้งครับ" ดรณ์เอื้อมมือไปกดหยุดบันทึกวิดีโอในสมาร์ทโฟน หน้าจอแสดงผลพรีวิวคลิปสั้นที่หยุดภาพไว้ตรงจังหวะที่จมูกของทั้งคู่ชนกันพอดีเป๊ะ พร้อมกับยอดผู้เข้าชมที่พุ่งกระฉูดทะลุหลักหมื่นภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีหลังจากตั้งเวลาพรีวิวแบบไม่เปิดสาธารณะไว้ ฟ้าใสรีบกระโดดลงจากสเก็ตบอร์ดหน้าตาตื่น เดินหนีไปหยิบแก้วน้ำมากรอกใส่ปากเพื่อดับความร้อนบนใบหน้า พยายามทำเป็นมองนู่นมองนี่เพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรัว แต่หางตาก็ยังแอบเหลือบไปเห็นดรณ์ที่กำลังยืนนิ่งมองจอโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มแปลกๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนที่ทำให้เธอแทบละลาย "นี่..." ฟ้าใสเปิดปากทำลายความเงียบ เสียงอ้อมแอ้มไม่เป็นตัวของตัวเอง "นาย... นายไม่ได้ตั้งใจแกล้งให้ฉันล้มไปชนใช่มั้ย?" ดรณ์หันมามองเธอ ถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ชายเสื้อเช็ดเบาๆ ก่อนจะสวมกลับเข้าไป ดวงตาหลังเลนส์ใสคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยประกายพราวระยับ "ถ้าผมบอกว่า... ผมคำนวณแรงเสียดทานและมุมตกกระทบไว้หมดแล้ว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบนี้พอดี..." ดรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเบาๆ จนคนฟังแทบหยุดหายใจ "คุณจะเชื่อผมไหมล่ะครับ... ยัยตัวป่วน" ฟ้าใสอ้าปากค้าง หน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม สมองประมวลผลไม่ทันกับความเจ้าเล่ห์ระดับศาสตราจารย์ของคนตรงหน้า เธอยกมือขึ้นชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษแต่กลับพูดไม่ออกสักคำ ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นระรัวในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของดรณ์บนโต๊ะก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูลงอย่างกะทันหัน ดรณ์ละสายตาจากใบหน้าหวานชวนมอง หันไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู หน้าจอแจ้งเตือนข้อความจากบัญชีปริศนาที่ส่งภาพถ่ายใบเสร็จการสั่งซื้ออุปกรณ์ห้องทดลองราคาแพงลิบลิ่ว พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาสีหน้าของติวเตอร์หนุ่มผู้สุขุมเปลี่ยนสีไปในพริบตา *<ระบบ: มีพัสดุก대ด่วนส่งถึงหน้าประตูห้อง พร้อมจดหมายเตือนภัยจากบุคคลในอดีตที่ ดรณ์ พยายามหลบหน้ามาตลอดสามปี>* ดรณ์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านชื่อผู้ส่งบนหน้าจอแชต ก่อนที่เขาจะหันขวับมามองหน้าฟ้าใสด้วยแว่นที่เกือบหลุดจากดั้ง และเอ่ยประโยคที่ทำเอาบรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตาเดียว— "ฟ้าใส... ล็อคประตูห้องเดี๋ยวนี้! คนที่ไม่อยากเจอที่สุด... มันมาถึงหน้าตึกแล้วครับ!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและติดตามความสัมพันธ์ป่วนๆ ของคู่หูนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%