"คุณฟ้าใสครับ... ถ้าคุณยังเอาหัวโขกกับกระดานไวท์บอร์ดอีกสักรอบ ผมเกรงว่าแรงกระแทกจะทำให้สมองส่วนหน้าของคุณเสียหายจนกระทั่งสูญเสียความสามารถในการคิดคำนวณขั้นพื้นฐานไปอย่างถาวร ซึ่งนั่นจะทำให้เกรดฟิสิกส์ของคุณดิ่งลงเหวแบบกู่ไม่กลับนะครับ"
ดรณ์ถอนหายใจยาวเหยียด พลางใช้ปลายนิ้วดันแว่นตากรอบเงินขึ้นสันจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังทำหน้ามุ่ย นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพรมห้องติวเตอร์ส่วนตัว ท่าทางของเธอฟ้องชัดเจนว่ากำลังหงุดหงิดกับเจ้าสูตรฟิสิกส์ยาวเป็นหางว่าวตรงหน้าจนแทบอยากจะล้มโต๊ะทิ้ง
"โหย อาจารย์ดรณ์! อย่ามาแช่งกันได้ป่ะเล่า!" ฟ้าใสลุกพรวดขึ้นมาทำปากยื่นใส่ ส่งเสียงโวยวายตามสไตล์คนขี้โมโหที่เถียงไม่เคยชนะ แต่ดวงตากลมโตกลับไหวระริกด้วยความเคือง "คนเขากำลังเครียดเรื่องคอนเทนต์ TikTok สัปดาห์นี้ยอดวิวตกฮวบฮาบจนแม่ค้าออนไลน์ขายครีมยังแซว แล้วดูอาจารย์ดิ... หน้าตาเคร่งเครียดใส่ฉันยิ่งกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมาตรวจโรงเรียนอีก!"
ดรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองหน้าจอมือถือของเธอที่เปิดแอปพลิเคชันค้างไว้ เห็นคลิปเต้นท่าประหลาดที่มียอดวิวหลักร้อยแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวด้วยความเอือมระอา
"งานคอนเทนต์ไร้สาระของคุณน่ะพักไว้ก่อนเถอะครับฟ้าใส ตอนนี้เรากำลังพูดถึงการสอบซ่อมฟิสิกส์บทที่สาม เรื่องแรงและการเคลื่อนที่ ถ้าคุณยังสอบตกอีกรอบ ผมนี่แหละครับที่จะต้องเป็นคนหิ้วปีบไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครองแทนคุณ"
"ก็มันยากนี่นา! ใครจะไปจำสูตร $F = ma$ อะไรนี่ได้ขึ้นใจวะคะ... เอ้ย! ขึ้นใจฟะ!" ฟ้าใสเผลอหลุดคำหยาบออกมาคำหนึ่งก่อนจะแลบลิ้นใส่ดรณ์แก้เขิน "อีกอย่างนะ ฉันมีไอเดียเจ๋งกว่าการนั่งแก้โจทย์บ้าบอพวกนี้ตั้งเยอะ..."
เธอว่าพลางคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งกับขาตั้งกล้องขนาดเล็ก ดวงตาเป็นประกายวิบวับแบบที่ดรณ์เห็นทีไรเป็นต้องกุมขมับทุกที
"นี่ๆ อาจารย์มาช่วยฉันหน่อยสิ!" ฟ้าใสรีบกวักมือเรียกติวเตอร์หนุ่มเสียงใส "มาเป็นสตั๊นต์แมนให้ฉันหน่อย เร็ว!"
"ผมไม่เล่นตลกคาเฟ่ให้คุณถ่ายคลิปประจานตัวเองเด็ดขาดครับ" ดรณ์ปฏิเสธเสียงแข็ง นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีนิ่งสนิท
"โถ่ ดรณ์จ๋า... คนหล่อใจดีของฟ้าใส!" ฟ้าใสเปลี่ยนแผนมาใช้ไม้อ่อน ส่งสายตาออดอ้อยพร้อมเดินเข้ามาดึงแขนเสื้อกวาดๆ ของเขาเบาๆ "แป๊บเดียวเองน่า ฉันแค่อยากทำคลิปพิสูจน์ทฤษฎีแรงปะทะแบบสตรีทๆ ให้ชาวเน็ตดูเฉยๆ ว่าเวลามนุษย์ป้าถือส้มตำแล้วเดินชนกับเด็กแวนที่ขี่ฟีโน่ด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใครจะมีโมเมนตัมมากกว่ากัน!"
ดรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที "นั่นไม่ใช่ทฤษฎีแรงปะทะครับ นั่นมันความเสี่ยงที่จะทำให้คุณโดนคดีทำร้ายร่างกายและอนามัยทรัพย์สินเสียหายต่างหาก อีกอย่าง... โมเมนตัมมันขึ้นอยู่กับมวลคูณความเร็ว ($p = mv$) มนุษย์ป้าถือส้มตำกับเด็กแวนฟีโน่มันคนละตัวแปรกันเลยด้วยซ้ำ คุณเอาอะไรมาเทียบครับเนี่ย!"
"ก็เพราะไม่รู้ถึงต้องทดลองไงเล่า!" ฟ้าใสเถียงฉอดๆ ไม่ยอมแพ้ "อาจารย์เป็นเซียนฟิสิกส์ไม่ใช่เหรอ? งั้นก็ต้องช่วยฉันดีไซน์ท่าทางให้มันสมจริงสิ! เอาแบบตอนที่ฉันวิ่งชนอาจารย์กระเด็นไปติดผนังห้อง แล้วขึ้นแคปชันว่า *'เมื่อฟิสิกส์บอกว่าแรงกิริเท่ากับแรงปฏิกิริยา แต่หน้าฉันกับอกอาจารย์ใครจะยุบก่อนกัน'* รับรองว่ายอดวิวทะลุหลักแสนชัวร์!"
ดรณ์อึ้งไปสามวินาที สมองอันชาญฉลาดประมวลผลคำพูดของเธอก่อนที่ใบหน้าคมคายจะขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาเคลียร์คอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมาในอก
"คุณฟ้าใส... กรุณาใช้สมองอันน้อยนิดของคุณคิดทบทวนดูอีกรอบนะครับ ว่าประโยคที่คุณพูดเมื่อครู่นี้ มันมีความส่อเสียดทางเพศและผิดหลักฟิสิกส์ขนาดไหน" ดรณ์พยายามทำเสียงให้เข้มที่สุดเพื่อรักษาฟอร์มของติวเตอร์หนุ่มผู้เคร่งขรึม "กฎข้อที่สามของนิวตัน—*แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา* ($F_{action} = -F_{reaction}$) มันหมายถึงแรงที่วัตถุกระทำต่อกันและกันในทิศทางตรงกันข้าม แต่มันไม่ได้แปลว่าคุณจะเอาหน้าตาตัวเองมาวิ่งชนหน้าอกผมเพื่อพิสูจน์แรงกระแทกนะครับ!"
"โห อาจารย์อ่ะ ขี้โม้ชะมัด!" ฟ้าใสเบะปากคว่ำ แกล้งทำท่าทางงอนสะบัดหน้าหนี "พูดเรื่องวิชาการทีไร ทำเป็นดุทุกที ทีเรื่องอื่น... หึ้ย!"
เธอบ่นพึมพำเบาๆ แต่ดรณ์กลับได้ยินชัดเจนทุกคำ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับไหล่ของเขา จนฟ้าใสต้องผถอยหลังกรูดไปชนกับโต๊ะทำงานที่มีกองหนังสือฟิสิกส์ตั้งอยู่พะเนิน
บรรยากาศในห้องติวเตอร์ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโวยวาย กลับเงียบลงทัน and จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ ดรณ์ก้มมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้แผ่นหลังติดโต๊ะไปไหนไม่รอด ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียวจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแชมพูเด็กของเธอ
"ถ้าคุณอยากรู้เรื่องแรงปะทะนัก..." เสียงทุ้มต่ำของดรณ์เอ่ยขึ้นแผ่วเบา ชวนให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวผิดจังหวะ "ผมจะสอนให้คุณเข้าใจแบบ *เชิงประจักษ์* เลยดีไหมครับ..."
ฟ้าใสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "อ... อาจารย์จะทำอะไรอ่ะ ถอยไปเลยนะ!"
"ผมไม่ได้จะทำอะไรครับ..." ดรณ์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ฟ้าใสรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกหลุมพรางของเขาเข้าอย่างจัง "ผมแค่จะบอกว่า... ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นนิวตันในร่างคนขี้บ่น แล้วตั้งใจฟังที่ผมสอนดีๆ..."
นิ้วเรียวยาวของดรณ์เอื้อมไปแตะที่ปลายจมูกรั้นของเธอเบาๆ อย่างแผ่วเบา เป็นการกระทำที่อ่อนโยนจนฟ้าใสสมองตื้อตันไปหมด
"...คืนนี้ เราคงไม่ได้กลับบ้านกันแน่ๆ ครับ"
ฟ้าใสหน้าแดงแจ๋ รู้สึกเหมือนอุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นยิ่งกว่าโดนความร้อนจากแรงเสียดทาน เธอยกมือขึ้นผลอกอกเขาเบาๆ ด้วยความเขินอายจนพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มที่หุบแทบไม่ไหว
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำและบรรยากาศกำลังอบอุ่นจนแทบละลายนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้
"พี่ดรณ์! แย่แล้วพี่! ที่หน้าสถาบันมี... อ้าวเฮ้ย! ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรพี่กับเจ๊เขาหรือเปล่าเนี่ย?!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่หูสายป่วนคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าด้วยความฟินระดับสิบครับ!
เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 5
อย่าทำตัวเป็นนิวตันในร่างคนขี้บ่น
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!