"การเดินย่องด้วยความเร็วสองก้าวต่อวินาที พร้อมร่ายเวทพรางตัวระดับสาม... เป็นทักษะที่ใช้หลบยามลาดตระเวนได้ดีครับศาสตราจารย์ แต่สำหรับอักขระตรวจจับความหนาแน่นของมานาที่ฝังไว้ใต้พื้นหินแกรนิตชั้นเจ็ด มันส่งเสียงร้องเตือนดังยิ่งกว่าระฆังปลุกหอพักหญิงเสียอีกนะครับ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของหอคอยวิจัยเขตหวงห้าม
คีลยืนพิงชั้นวางตำราโบราณอย่างสบายอารมณ์ มือข้างหนึ่งถือม้วนกระดาษหนังแกะที่เพิ่งหยิบมาจากแท่นพิธีกรรมต้องห้าม ดวงตาสีนิลคู่คมมองตรงไปยังร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ตรงซุ้มประตู แสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกสีโบราณกระทบลงบนเส้นผมสีเงินยวงและใบหน้าเรียบเฉยที่บัดนี้บึ้งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ศาสตราจารย์เซเลนาไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอยืนนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยจ้องเขม็งมาที่เด็กหนุ่มปีหนึ่งผู้สร้างความปวดหัวให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน ไอเวทสีครามเข้มแผ่ซ่านออกมาจากรอบกายจนอากาศรอบตัวบิดเบือนเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดจากอาจารย์ผู้ดูแลประตูมิติ
"คีล..." เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟัน ต่ำและเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา "เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังเหยียบย่างอยู่บนเขตความปลอดภัยระดับเอ.เอส. (Advanced Security) ที่ต่อให้เป็นอาจารย์อาวุโสก็ต้องได้รับอนุญาตจากสภาเวทมนตร์ก่อนถึงจะย่างกรายเข้ามาได้ แต่นี่... เธอกลับเดินเข้ามาหยิบตำราผนึกประตูมิติเล่มที่สาม ออกมาจากแท่นวงแหวนอัคคีพิทักษ์ได้อย่างหน้าตาเฉย"
"ก็เพราะผมเป็นห่วงความปลอดภัยของสถาบันยังไงล่ะครับ" คีลยักไหล่ช้าๆ ไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่บนใบหน้านั้นแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาท่าทีสุภาพตามแบบฉบับนักเรียนตัวอย่าง "ผมสังเกตเห็นความผิดปกติของค่ามานาในเขตหวงห้ามนี้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน หากปล่อยไว้ให้อนุภาคสะสมเกินเกณฑ์เจ็ดเปอร์เซ็นต์ เกรงว่าประตูมิติเชื่อมต่อห้วงมิติที่สองอาจจะเกิดการรั่วไหล และนั่นคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่หากมีปีศาจเงาหลุดออกมารับประทานอาหารว่างยามดึกในหอพักชาย"
"ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้น..." เซเลนาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวในพริบตา ความเร็วนั้นเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปจนแทบมองไม่เห็นเงา ปลายคางของเด็กหนุ่มถูกนิ้วเรียวยาวเชิดขึ้นบังคับให้สบตา ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะอยู่ที่ชีพจรบริเวณลำคอเพื่อตรวจสอบว่าเขาไม่ได้ใช้ยาแปลงกายหรือคาถาอำพรางใดๆ
"ผมพูดความจริงทุกประการครับ ศาสตราจารย์" คีลไม่หลบสายตา รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่ "อีกอย่าง... อาจารย์เองก็กำลังศึกษาเรื่องการปิดผนึกรอยแยกนั้นอยู่ไม่ใช่หรือครับ? ตำราเล่มนี้มีบันทึกสูตรคำนวณที่ขาดหายไปในเอกสารวิจัยของอาจารย์เมื่อสามปีก่อนพอดี ผมแค่วิเคราะห์แล้วเห็นว่ามันควรถูกนำมาใช้ประโยชน์ มากกว่าจะปล่อยให้มันขึ้นราไปพร้อมกับซากปรักหักพัง"
คำพูดนั้นทำให้เซเลนาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความลับที่เธอเก็บงำไว้และพยายามค้นหามานานหลายปี... ถูกเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีล่วงรู้ได้อย่างไรในเวลาเพียงไม่กี่วัน?
ห้องวิจัยตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและละอองมานาสีฟ้าที่ยังคงล่องลอยระยิบระยับ เซเลนาถอนหายใจยาวเหยียด เธอปล่อยมือจากคางของเด็กหนุ่มแล้วผอยถอยหลังออกไปสองก้าว แววตาที่มองมามีความซับซ้อนระคนความระแวง
"เธอฉลาดเกินไป คีล... และความฉลาดที่ไร้ขอบเขตแบบนี้มักนำพาหายนะมาสู่ตัวเสมอ" เซเลนากล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดนั้นถูกต้อง "ในเมื่อเธอมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูงนัก งั้นฉันจะมอบ 'บทลงโทษ' ที่เหมาะสมกับความพยายามลักลอบเข้าเขตหวงห้ามของเธอให้ก็แล้วกัน"
คีลเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ "บทลงโทษจากศาสตราจารย์คนสวย... หวังว่าจะไม่ใช่การคัดชื่อใส่กระดาษหนังแกะหนึ่งพันรอบหรอกนะครับ?"
"หอคอยวิจัยกลาง... พื้นที่เก็บกวาดและจัดระเบียบตำราโบราณ ตลอดจนคัมภีร์เวทมนตร์เสื่อมสภาพกว่าสามแสนเล่มที่สะสมมาตั้งแต่ยุคก่อ lậpสถาบัน" เซเลนากลอดอก มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายผู้ชนะในเกมกระดาน "เธอต้องจัดหมวดหมู่ ทำความสะอาดอักขระป้องกัน และบันทึกดัชนีทั้งหมดลงในระบบหอสมุดกลางด้วยตัวเองให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวัน โดยไม่อนุญาตให้ใช้เวทมนตร์ช่วยแม้แต่บทเดียว"
คีลถึงกับหุบยิ้มทันที ดวงตาสีนิลกะพริบปริบๆ เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงอาการลังเลออกมาให้เห็น "สามแสนเล่ม? ไม่มีเวทมนตร์? อาจารย์ครับ นั่นมันงานของกองบรรณาธิการห้องสมุดทั้งกองรวมกันนะ หรือว่าศาสตราจารย์แอบแค้นเคืองอะไรผมเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เรื่องคาถาลอยตัวในห้องเรียนคาบแรกกันแน่ครับเนี่ย"
"ถือเป็นการฝึกฝนความอดทนและทบทวนมารยาทในการเข้าเขตผู้อื่นก็แล้วกันนะ นักเรียนคีล" เซเลนากล่าวด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่กลับบ้าง เธอยื่นมือไปหยิบตำราในมือของเด็กหนุ่มกลับมาอย่างง่ายดาย "พรุ่งนี้, แปดโมงเช้า, ที่หอคอยวิจัยกลาง... ห้ามมาสายแม้แต่วินาทีเดียว ไม่งั้นฉันจะเพิ่มภารกิจทำความสะอาดห้องปรุงยาอัคคีให้เป็นของแถม"
ร่างระหงของอาจารย์สาวหมุนตัวกลับเตรียมจะเดินออกจากห้อง ทิ้งให้คีลยืนถอนหายใจอยู่ท่ามกลางกองตำราฝุ่นตลบ
แต่ทว่า... ก่อนที่เท้าเรียวจะก้าวพ้นขอบประตูกลไกเวท เสียงสัญญาณเตือนภัยต่ำๆ ก็ดังขึ้นจากกำแพงศิลาเบื้องหลัง เสียงนั้นไม่ใช่ระบบรักษาความปลอดภัยที่คีลเพิ่งปลดล็อก แต่เป็น *'เสียงก้องของมานาโบราณ'* ที่สั่นสะเทือนมาจากชั้นใต้ดินลึกที่สุด—ชั้นที่แปด ซึ่งถูกปิดผนึกตายตัวมานานนับร้อยปี
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
วงแหวนเวทสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนพื้นห้องอย่างกะทันหัน แสงไฟคริสตัลทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดและแสงสีเลือดที่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของทั้งสองคน
เซเลนาชะงักกึก ใบหน้าถอดสีลงในพริบตา เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "เป็นไปไม่ได้... ผนึกนั้นควรจะเสถียรไปอีกสิบปีไม่ใช่หรือ?"
คีลหุบยิ้ม รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาสนเท่ห์และจริงจัง เขาก้มลงมองที่พื้นศิลาซึ่งกำลังสั่นสะเทือน ก่อนที่ระบบหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามจะเด้งขึ้นตรงหน้าเขาโดยอัตโนมัติ พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังชัดเจนในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่น1ของ "ผู้เฝ้ามะตะนัน" ในเขตหวงห้ามชั้น SSS]
[ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS: "รอยแยกแห่งกาลเวลา" ถูกกระตุ้น]
[เงื่อนไขการรอดชีวิต: ร่วมมือกับศาสตราจารย์เซเลนาเพื่อควบคุมสถานการณ์ภายใน 180 วินาที ก่อนที่ตัวตนปริศนาเบื้องล่างจะหลุดออกมาสู่โลกภายนอก!]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอด หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้และเตรียมตัวพบกับความตื่นเต้นในตอนต่อไปกันนะครับ!
อัจฉริยะกวนประสาทกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 4
บทลงโทษที่ไม่อาจปฏิเสธ
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัจฉริยะกวนประสาทกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!