อัจฉริยะกวนประสาทกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 3

ห้องสมุดใต้ดินและรอยแยกแห่งความทรงจำ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณอายุหลายร้อยปีผสมผสานกับกลิ่นจาง ๆ ของน้ำยาเคลือบเวทมนตร์ ปะทะเข้ากับปลายจมูกทันทีที่บานประตูเหล็กกล้าหนาเตอะปิดสนิทลงเบื้องหลัง คีลถอนหายใจยาวเหยียด แสงจากผลึกมานาสีฟ้าตุ่น ๆ ในตะเกียงพกพาเผยให้เห็นชั้นหนังสือสูงเสียดฟ้าที่เรียงรายสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกตในมิติพิศวง เขตหวงห้ามชั้นใต้ดินของหอสมุดกลางสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ ไม่มีนักเรียนปีหนึ่งคนไหนได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา เว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะมีรสนิยมชอบหาเรื่องใส่ตัวและมีวิชาการสะเดาะกลอนเวทที่เหนือชั้นพอตัว "ให้ตายสิ ระบบป้องกันเวทของที่นี่โบราณเสียจนน่าแอบงีบ แต่ก็นับว่าใช้เวลาแก้รหัสผ่านนานกว่าที่คาดไว้สามนาที... ถือเป็นการหย่อนยานที่น่าผิดหวังสำหรับหอคอยปราชญ์จริง ๆ นะครับ" เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางขยับปกเสื้อคลุมให้เข้าที่ นิ้วเรียวยาวกวาดไปตามสันหนังสือหนังแท้ที่ไร้ป้ายชื่อ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ตำราเล่มหนาปกสีดำสนิท ซึ่งไร้ซึ่งฝุ่นเกาะผิดจากเล่มอื่น ๆ รอบข้าง—ราวกับมีใครเพิ่งหยิบมันขึ้นมาอ่านเมื่อไม่นานมานี้ ในโลกแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์และวงจรมานา ความรู้คืออำนาจสูงสุด หนังสือทุกเล่มในเขตหวงห้ามนี้ถูกบันทึกโครงสร้างเวทมนตร์ระดับสูงไว้ แต่สิ่งที่คีลกำลังตามหาในยามวิกาลนี้ไม่ใช่เคล็ดวิชาโจมตีรุนแรง หรือตำคาถาอัญเชิญสัตว์อสูรในตำนาน ทว่ามันคือ "บันทึกเหตุการณ์ความผิดปกติของประตูมิติเมื่อเจ็ดปีก่อน" เหตุการณ์ที่ทำให้สถาบันต้องสูญเสียอาจารย์อัจฉริยะไปหลายท่าน และเป็นปมในใจที่ทำให้ศาสตราจารย์เซเลนาต้องปิดตายประตูมิติวงนั้นมาจนถึงปัจจุบัน คีลเปิดหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงกระดาษเสียดสีกันดังเกินไป แสงจากตะเกียงสาดส่องลงบนข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังเวทที่ยังคงคุกกรุ่น *‘วันที่ 14 เดือนแห่งอัคนี... เกิดความผันผวนของมานาในเขตพิกัด 04 ประตูมิติฝั่งทิศตะวันตกตอบสนองต่อจิตใต้สำนึกของผู้ใช้ งานวิจัยชิ้นที่สี่ของเซเลนาเกือบจะสมบูรณ์ หากแต่...’* หน้ากระดาษถัดไปถูกฉีกขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยหยักของกระดาษและคราบหมึกสีดำสนิทที่ซึมลึกผ่านไปหลายหน้า คีลขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาสสีนิลเป็นประกายขึ้นด้วยความครุ่นคิด เขายกมือขึ้นแตะรอยคราบหมึกนั้นเบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงไอเวทตกค้างที่คุ้นเคยอย่างประหลาด—ไอเวทธาตุความมืดผสมผสานกับระเบียบมานาบริสุทธิ์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เขาจำได้ขึ้นใจจากการทำวิจัยร่วมกับอาจารย์สาวจอมเฮี้ยน "ไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้... แต่เป็นร่องรอยของการลบความทรงจำด้วยเวทมนตร์ขั้นสูง" คีลพึมพำ วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความสุขุม "แสดงว่ามีคนจงใจปกปิดสาเหตุที่แท้จริงของการวิจัยครั้งนั้น และอาจารย์เซเลนาก็ตกเป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์ความวิกฤตครั้งนั้นมาตลอดเจ็ดปีเต็ม... ช่างเป็นบทละครน้ำเน่าที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเสียจริง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบก็ดังแว่วมาจากทางบันไดหินวนด้านบน ฝีเท้านั้นหนักแน่นและมั่นคง ไม่ใช่เสียงของยามรักษาการณ์ทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเดินอันเป็นเอกลักษณ์ที่คีลคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกในห้องพัก *ตึง... ตึง... ตึง...* หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ สมองประมวลผลความน่าจะเป็นด้วยความเร็วสูง ทางหนีทีไล่ถูกคำนวณขึ้นในเสี้ยววินาที แต่ทว่า—ช้าไปก้าวหนึ่ง ประตูเหล็กกล้าที่เขาเพิ่งสะเดาะกลอนเข้ามาเมื่อครู่ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงดันมานาอันทรงพลัง แสงสว่างจ้าจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องเข้ามาตัดกับความมืดมิดภายในห้องสมุดใต้ดิน ร่างระหงในชุดคลุมสีเทาเข้มของอาจารย์ประจำวิชามายาและประตูมิติยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเดินทางเร่งรีบ ดวงตาสีฟ้าครามคมกริบกวาดมองเข้ามาภายในห้องด้วยความเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เซเลนาไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมาในทันที เธอมองดูเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่ยืนถือตำราต้องห้ามอยู่ในมือ สีหน้าของเธอเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน "คีล..." น้ำเสียงของเธอทุบทำลายความเงียบลงอย่างเฉียบคม เย็นเยือกและกดดันจนแทบหยุดหายใจ "เธอมีความสามารถพิเศษในการหาที่อับอากาศหายใจยาก ๆ ตอนดึกดื่นเช่นนี้เสมอเลยสินะ" คีลไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ปิดตำราในมือลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับอาจารย์สาวตรง ๆ "สวัสดีครับอาจารย์... แหม บรรยากาศน่านอนเช่นนี้ ไฉนเลยอาจารย์ถึงยังไม่ยอมจำวัดล่ะครับ หรือว่า... เป็นห่วงสวัสดิภาพของผมกลัวว่าจะหลงทางในห้องสมุดเหรอครับ?" เซเลนาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินก้องกังวานไปทั่วห้อง บรรยากาศรอบตัวเธอกดดันจนคีลรู้สึกได้ถึงแรงดันมานาที่บีบอัดอากาศรอบตัวให้เบาบางลง มือเรียวบางเอื้อมออกไปคว้าปกเสื้อคลุมของเด็กหนุ่มไว้แน่น ดวงตาสีฟ้าครามจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา ราวกับต้องการจะอ่านความคิดทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มกวนประสาทนั้น "เธอกำลังเล่นกับไฟ คีล" เซเลนากระซิบชิดริมหู เสียงของเธอนุ่มนวลแต่สั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน "และไฟกองนั้น... มันจะเผาไหม้แม้กระทั่งเศษเสี้ยววิญญาณของเธอโดยที่เธอไม่ทันได้กรีดร้องด้วยซ้ำ วางหนังสือเล่มนั้นลง แล้วไสหัวกลับห้องพักของเธอไปซะ... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน" คีลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น ความหวาดกลัวที่ถูกเก็บกดไว้มานานนับปี แต่มันไม่ใช่ความกลัวต่อตัวเขา หากแต่เป็นความกลัวต่อ "ความจริง" ที่กำลังจะถูกเปิดเผย ก่อนที่คีลจะได้เอ่ยปากตอบโต้อะไรกลับไป เสียงเตือนอันคุ้นเคยและหนียบเย็นก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา—เสียงที่ไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากระบบลึกลับที่ผูกติดกับวิญญาณของเขาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกใบนี้ *[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ: "รอยแยกแห่งความทรงจำระดับ S" ถูกกระตุ้นสมบูรณ์]* *[คำเตือนจากระบบ: มานาในรัศมี 10 เมตรกำลังแปรปรวน บอสลับระดับภัยพิบัติ "เงาแห่งอดีต" ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ณ เบื้องล่างของพื้นห้องสมุดนี้...]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอด หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้และเตรียมตัวพบกับความตื่นเต้นในตอนต่อไปกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัจฉริยะกวนประสาทกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%