เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์•ตอนที่ 9

กำแพงที่เริ่มพังทลาย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคานตัวนี้รับน้ำหนักโครงสร้างทั้งหมดไม่ไหว โปรเจกต์มูลค่าร้อยล้านของบริษัทเราก็จบเห่ในพริบตา... คุณคิดว่าผมควรปล่อยให้มันพังคามือคุณ หรือจะยอมรับความจริงว่าไอเดียบ้าบิ่นของคุณมันใช้ไม่ได้จริงกันล่ะ, คุณลินิน" น้ำเสียงของรณกรไม่ได้ตะโกน แต่มันคมกริบและเยียบเย็นพอก작ที่จะบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง สถาปนิกหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับยืนกอดอกอยู่หน้าแผงแปลนโมเดลขนาดใหญ่ แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความกดดันที่สะสมมาหลายวัน ลินินวางปากกาเน้นข้อความลงบนโต๊ะกระแทกเบาๆ อย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่ได้ถอยรอยหนีแม้แต่นصفก้าว ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายเช่นเคย แต่วันนี้มีร่องรอยของความอ่อนล้าซ่อนอยู่ใต้กรอบตาอย่างเห็นได้ชัด "พูดจาได้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเดิมเลยนะคุณรณกร" ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ "ถ้าคานตัวนั้นมันจะพังจริงๆ ก็คงเพราะมันรับน้ำหนักความเรื่องมากของคุณไม่ไหวมากกว่ามั้งคะ... เอ๊ย, มากกว่ามั้งครับ" เธอเผลอหลุดคำลงท้ายแบบที่เขาชอบใช้ ประชดประชันกลับไปอย่างไม่เกรงใจ รณกรขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดรอยยิ้มมั่นใจของเธอนัก... ทั้งที่สถานการณ์ตอนนี้มันวิกฤตจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว แต่เธอก็ยังมียกยิ้มกวนประสาทนี้มาฟาดฟันเขาได้ทุกวินาที นี่คือโปรเจกต์รีสอร์ตลับริมผาที่ภีม คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจกำลังจ้องจะเล่นงานและแย่งชิ้นปลามันไป แรงกดดันจากบอร์ดบริหาร ความคาดหวังของลูกค้า และปัญหาทางเทคนิคที่แก้ไม่ตก ทำให้สถาปนิกอัจฉริยะผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ใครอย่างรณกรนอนไม่หลับมาสามคืนติดต่อกันแล้ว และคนเดียวที่เขาระบายความเครียดใส่ได้โดยไม่รู้ตัว ก็คือยัยตัวป่วนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้านี่แหละ "ผมไม่ได้มาเล่นขายของนะลินิน" รณกรถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ จนมันยุ่งเหยิงไปหมด ซึ่งเป็นภาพที่หายากยิ่งที่ใครจะได้เห็น "คุณก็รู้ว่าไอ้ภีมมันกำลังรอเหยียบเราอยู่ ถ้าแบบแปลนสวนผสานโครงสร้างสถาปัตยกรรมของคุณมีจุดโหว่แม้แต่นิดเดียว มันจะใช้เป็นข้ออ้างล้มล้างพวกเราในที่ประชุมใหญ่สัปดาห์หน้าทันที" ห้องทำงานเงียบกริบลงทันทีเมื่อชื่อของ "ภีม" ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ลินินชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าสวยเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เธอมองลึกลงไปในดวงตาคู่คมของชายหนุ่ม และเพิ่งสังเกตเห็นรอยคล้ำจางๆ ใต้ตา รวมถึงความตึงเครียดที่ขมับของเขา บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากสนามรบย่อมๆ กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันระลอกใหม่ ความซนและความปากเก่งของลินินถูกเก็บพับไว้ชั่วขณะ เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความกังวลที่แท้จริงภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองของเขา "คุณ...เครียดเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว" ลินินเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกก้าวหนึ่ง รณกรเบือนหน้าหนีเล็กน้อย เขาไม่ชอบให้ใครมองทะลุเข้ามาในกำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันความอ่อนแอ แต่ความเหนื่อยล้ามันกัดกินจิตใจจนเขาแทบจะแบกรับไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว "ผมไม่ได้เครียด" เขายังคงปากแข็ง น้ำเสียงราบเรียบ "ผมแค่กำลังวิเคราะห์ความเสี่ยงตามหน้าที่ของหัวหน้าโปรเจกต์" "โกหก" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นแต่เด็ดขาด "หน้าตาคุณฟ้องหมดแล้วรณกร... คุณไม่ได้นอนมาหลายวันเพราะกลัวว่าโปรเจกต์นี้จะพัง หรือกลัวว่า...ฉันจะรับมือไม่ไหวกันแน่?" คำพูดนั้นทำให้รณกรต้องหันกลับมามองเธอเต็มตา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของหญิงสาวลอยมาแตะจมูกท่ามกลางอากาศเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มไหววับชั่วขณะ เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้า—คนที่คอยต่อปากต่อคำกับเขาไม่เว้นแต่ละวัน คนที่เขาเคยคิดว่าเป็นตัวป่วนที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต แต่ในวินาทีนี้ กลับเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเขาเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ รณกรสูดหายใจเข้าลึกๆ กำแพงหนาที่เขาใช้ปิด1กั้นความรู้สึกมาตลอดชีวิตพังทลายลงทีละน้อย ความกังวลที่อัดอั้นอยู่ในอกถูกปลดปล่อยออกมาผ่านน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงอย่างไม่น่าเชื่อ "ผมไม่ได้กลัวว่าโปรเจกต์จะพัง..." รณกรพึมพำ ดวงตาคมเข้มมองสบตากับลินินนิ่งสนิท "แต่ผมกลัวว่า...ความผิดพลาดของผม จะทำให้คุณต้องเหนื่อยฟรี และ..." เขาชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะยอมพูดความจริงที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ "...และผมกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าคุณไม่เก่ง ทั้งที่คุณทุ่มเทกับสวนนี้มากแค่ไหน" หัวใจของลินินกระตุกวูบ คำพูดห้วนๆ แต่จริงใจอย่างที่สุดของรณกรทำเอาเธอนิ่งอึ้งไปเลย ความร้อนผ่าววิ่งขึ้นมาตีตื้นที่ขอบตาอย่างกะทันหัน ผู้ชายปากร้าย เย็นชา และเจ้าระเบียบคนนี้... กำลังเป็นห่วงความรู้สึกของเธอมากกว่าชื่อเสียงของตัวเองงั้นหรือ ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดเช่นเดิม หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสความอบอุ่นบางอย่างที่เชื่อมโยงหัวใจของคนทั้งสองเข้าหากันอย่างเงียบเชียบ ลินินเม้มปากแน่น ความรู้สึกซาบซึ้งตีรวนขึ้นมาในอกจนเธอต้องหลบสายตาคู่นั้นชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เคยร่วมงานกันมา "ถ้ารู้สึกแย่ขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ยอมบอกฉันตั้งแต่แรกเล่า เจ้าคนปากแข็ง..." เธอยื่นมือออกไปแตะแขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ เป็นการปลอบโยนกลายๆ รณกรมองมือเล็กที่สัมผัสแขนเขา หัวใจที่เคยแห้งแล้งกลับชุ่มชื้นขึ้นมาทันตาเห็น มือหนายื่นออกไปหมายจะกุมมือเธอกลับบ้าง บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งสูงจนถึงขีดสุด— *ปัง!* เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นห้องทำงานจนทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน "ขอโทษทีที่ขัดจังหวะความหวานนะเพื่อนรัก... พอดีฉันได้ข่าวว่าแบบแปลนของพวกนายมีปัญหาใหญ่ ฉันเลยแวะมาช่วยดูในฐานะเพื่อนเก่า...และคู่แข่ง" รอยยิ้มเยาะเย้ยของ "ภีม" ปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับสายตาคมกริบที่กวาดมองทั้งสองคนด้วยความจับผิด ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของพี่กรด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%