เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งดังขึ้นจากกรอบประตู คือสัญญาณเตือนภัยที่คมชัดยิ่งกว่าเสียงกริ่งอัคคีภัย ภีมก้าวเข้ามาในห้องทำงานของรณกรด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตาคู่คมนั้นกลับกวาดมองร่องรอยความชุลมุนเมื่อครู่ได้อย่างรวดเร็วราวกับสแกนเนอร์
"ดูท่าทางโปรเจกต์นี้จะมีอะไรให้ลุ้นมากกว่าแค่เรื่องแบบแปลนสวนนะเนี่ย" ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ย รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้รณกรแม้แต่น้อย หากแต่มันทำให้สันกรามของสถาปนิกหนุ่มบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
ลินินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้แสดงอาการลนลานให้เห็นแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว มือเรียวปัดเศษใบไม้แห้งที่ติดอยู่ตรงชายเสื้อออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาอย่างดี
"ถ้าคุณภีมว่างมากจนมีเวลาเดินตรวจงานคนอื่น เขaเอาเวลาไปทบทวนสเปกวัสดุของฝั่งคุณไม่ให้โดนตีตกอีกรอบจะดีกว่านะครับ... อ๊ะ หรือว่าสเปกผ่านแล้ว แต่หาคนยอมรับไม่ได้ล่ะครับ" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทำเอาภีมถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน
รณกรเหลือบมองหญิงสาวแวบหนึ่ง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความโกรธภีม แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวลึกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก—กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะเจ็บตัว กลัวว่าสายตาคมปลาบของภีมจะสังเกตเห็นร่องรอยความเปราะบางที่เขาเพิ่งทำหล่นหายไปเมื่อครู่
สัญชาตญาณของพ่อหนุ่มปากร้ายจึงทำงานทันที
"หมดธุระแล้วก็เชิญครับคุณภีม" รณกรเอ่ยเสียงเรียบ ความเย็นชาถูกดึงกลับมาสวมทับใบหน้าไว้อย่างแนบเนียนราวกับหน้ากากเหล็ก "ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับงานออกแบบ ไม่ใช่ที่ต้อนรับคนว่างงาน"
ภีมหัวเราะในลำคอ สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองสลับระหว่างรณกรกับลินิน "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมนะกร... นึกว่าห่วงจนสติหลุดไปซะอีก เห็นยืนใกล้กันซะขนาดนั้น"
"ถอยไป" รณกรไม่ต่อความยาว 30 เซนติเมตรที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวภีมเต็มไปด้วยแรงกดดัน ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "อย่าให้ผมต้องใช้กำลังเชิญคุณออกไป"
ภีมแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยอมถอยหลังออกไปสองก้าวอย่างเสียไม่ได้ "โอเคๆ ไม่กวนแล้ว... แต่ระวังตัวไว้หน่อยเถอะกร ของรักของหวงถ้าดูแลไม่ดี ระวังจะโดนคนอื่นคาบไปกินนะ"
ประโยคทิ้งท้ายนั้นทำเอาอุณหภูมิในห้องเดือดพล่าน รณกรขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด เขารู้ดีว่าภีมจงใจยั่วโมโห และเขาก็เกือบจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าเพื่อนเก่าคนนั้นอยู่รำ่อมถ้าไม่มีมือเล็กๆ เอื้อมมาแตะที่ปลายแขนเสียก่อน
สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของลินินทำให้รณกรสะดุ้งเล็กน้อย เขาปัดแขนออกอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน ท่าทีที่สะบัดตัวหนีนั้นแข็งกระด้างและจงใจเว้นระยะห่างจนน่าใจหาย
ลินินชะงัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง เธอมองท่าทีเย็นชาที่ถูกงัดกลับมาใช้อย่างรวดเร็วของชายหนุ่มแล้วนึกฉุน "เป็นบ้าอะไรของคุณอีกเนี่ย? เมื่อกี้ยัง... เอ่อ ช่างเถอะ"
"อย่าล้ำเส้นครับคุณลินิน" รณกรเอ่ยเสียงแข็ง ดวงตาสนิทคู่นั้นไร้ซึ่งแววตาอ่อนโยนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความห่างเหินและกำแพงหนาเตอะที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ "เราทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของสัญญาจ้าง ไม่ใช่ความสนิทสนม กรุณารักษาระยะห่างด้วย"
"โอ้โห! พูดจาได้น่ารักมากค่ะคุณรณกร" ลินินแค่นหัวเราะเสียงดัง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนน้อยใจ "เมื่อกี้ใครกันนะที่เกือบจะกลืนกินฉันเข้าไปทางสายตา? ใครกันที่บอกว่า... ช่างเถอะ คนปากแข็งอย่างคุณคงไม่เคยพูดอะไรออกจากใจจริงอยู่แล้ว!"
"ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วก็เชิญกลับไปทำงานของคุณได้แล้วครับ งานที่เหลือให้ส่งอีเมลมา ไม่ต้องเดินมาถึงห้องนี้อีก"
รณกรหันหลังให้ทันที เขาไม่อجทนสบตาคู่สวยนั้นอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าหากมองนานกว่านี้อีกเพียงเสี้ยววินาที กำแพงความเย็นชาที่เพิ่งสร้างขึ้นจะพังทลายลงมาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาอาจจะรั้งตัวเองไว้ไม่อยู่
ความเงียบปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจฟُดฟัดด้วยความโมโหของลินิน
"ได้! อยากรักษาระยะห่างนักใช่ไหมคะ? งั้นก็ตามใจคุณเลยสถาปนิกผู้สูงส่ง!"
เสียงปิดประตูดังปั้งสนั่นหวั่นไหว รณกรสะดุ้งเฮือก ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วในอกเมื่อนึกถึงแววตาตัดพ้อของหญิงสาวเมื่อครู่
*ขอโทษนะนิน... แต่ถ้าไม่อยากให้เธอต้องมาเสี่ยงอันตรายเพราะความใกล้ชิดที่มีฉันเป็นศูนย์กลาง แบบนี้แหละ... คือทางเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ*
รณกรคิดในใจอย่างเจ็บปวด ความซึนเดระeของเขากลายเป็นอาวุธร้ายที่ทำลายทั้งคนอื่นและตัวเขาเองในเวลาเดียวกัน
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ ตึกสำนักงานเริ่มเงียบสงบ ไฟตามทางเดินทยอยดับลงทีละดวง รณกรยังคงนั่งจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไร้จุด10หมาย ข้อความและอีเมลจากลินินไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติม มีเพียงไฟล์แบบร่างสวนที่เธอกดส่งเข้ามาตามคำสั่งเมื่อช่วงบ่าย
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง รณกรขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดึกป่านนี้แล้ว ใครยังอยู่ที่นี่? หรือจะเป็นภีมที่ย้อนกลับมาหาเรื่องอีกรอบ?
"ผมบอกแล้วว่า..." รณกรเอ่ยปากไล่โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ขณะที่มือเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ "ถ้าเป็นเรื่องงานให้ส่งอีเมลมา ไม่ได้ยินหรือไงว่า..."
"ไม่ใช่ภีมค่ะ... แล้วก็ไม่ได้จะมาคุยเรื่องงานด้วย"
เสียงหวานคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากหน้าประตูทำให้รณกรต้องเงิบหน้าขึ้นขวับ ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แทบจะทันที
ลินินยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ขณะที่ดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อความเย็นชาของเขาเลยแม้แต่น้อย
"ดึกดื่นแบบนี้ คนปากแข็งแถวนี้คงยังไม่ได้กินอะไรสินะคะ... พอดีฉันทำแซนด์วิชเผื่อเกินมา จะทิ้งก็เสียดาย เลยเอามาโยนให้หมากินแถวนี้ซะหน่อย"
รณกรอ้าปากค้างเล็กน้อย ความตกใจผสมปนเปกับความดีใจที่พยายามซ่อนไว้ตีรวนกันจนปั่นป่วน เขาจ้องมองหญิงสาวที่เดินเข้ามาในห้องของเขาอย่างถือวิสาสะโดยไม่สนคำทักท้วงใดๆ
ก่อนที่รณกรจะทันได้เอ่ยปากไล่ตามฟอร์มเดิม ลินินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาจนระยะห่างแทบไม่เหลือ หญิงสาวเขย่งปลายเท้านเล็กน้อย ใบหน้าหวานขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูของสถาปนิกหนุ่มด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนทำให้ลมหายใจของรณกรสะดุดกุน
"อ้อ... แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือแล้วถอยห่างได้แล้วนะคะ เพราะต่อให้คุณจะเย็นชาใส่ฉันอีกสักสบรอบ... ฉันก็จะหน้าด้านเดินกลับเข้ามาหาคุณทุกครั้งอยู่ดี... นายคนปากแข็ง!"
รณกรเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตาเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์•ตอนที่ 10
กฎของความซึน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!