เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์•ตอนที่ 8

ความลับใต้เงาแบบร่าง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องจนโครงสร้างเหล็กชั่วคราวของไซต์งานสั่นสะเทือน เม็ดฝนขนาดมหึมาซัดสาดกระหน่ำลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดราวกับถูกหมึกดำสาดทับ แรงลมกรรโชกพัดเอาละอองน้ำฝนตีทะลุกำแพงผ้าใบพลาสติกเข้ามาด้านในจนเปียกชื้นไปทั่วบริเวณพื้นที่ก่อสร้างชั้นล่าง ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นห้องทำงานชั่วคราวของสถาปนิกและทีมงาน "ให้ตายสิ ทางลงเขาดินถล่มลงมาแบบนี้ สัญญาณโทรศัพท์คงไม่ต้องพูดถึง... ดับสนิททั้งแถบ" ลินินสบถเบาๆ พลางวางสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดลงบนโต๊ะไม้กระดานอัด หน้าจอสีดำสนิทไร้ซึ่งสัญญาณใดๆ ปรากฏขึ้นมาให้เห็น เธอปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มออกด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบที่ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่ไม่ไกล รณกรยังคงรักษามาดนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายติดจะบึ้งตึงตามแบบฉบับของเขา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สายตามองประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างสุขุม แม้ในยามที่สภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังวิกฤตจนน่าหงุดหงิด เขาก็ยังดูเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ไร้ความตื่นตระหนก "มองหน้าผมแบบนั้น มีปัญหาอะไรจะบ่นอีกไหมครับ คุณนักจัดสวน" รณกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงแววเย้าหยวนระคนรำคาญใจนิดๆ ตามประสาคนปากร้ายที่มักหาเรื่องหยอกล้อเธอได้ตลอดเวลาแม้ในยามคับขัน "ฉันไม่ได้จะบ่นค่ะ... เอ่อ ผมไม่ได้จะบ่นครับ!" ลินินเผลอหลุดเสียงแข็งใส่ตามความคุ้นชิน ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเมื่อเห็นมุมปากของอีกฝ่ายกระตุกยิ้มหยัน "ฉันแค่กำลังคิดว่าเราซวยขนาดไหนที่ติดแหง็กอยู่กันสองคนในไซต์งานกลางป่าเขาแบบนี้ แถมไฟก็ดับสนิทเหลือแค่แสงไฟฉุกเฉินดวงเดียว" "ถ้ากลואהความมืด ก็มาเกาะแขนผมได้นะครับ... ผมไม่ถือ" "ใครกลัวกัน! ฝันไปเถอะค่ะ... เอ๊ย ฝันไปเถอะครับ!" ลินินเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อบรรยากาศน่ากลัวรอบตัวเลยแม้แต่น้อย แม้ในใจจะแอบสะดุ้งทุกครั้งที่เสียงฟ้าคำรามดังขึ้นก็ตาม รณกรหรี่ตามองท่าทางอวดดีนั้น แววตาที่มองมาทอประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกของหญิงสาว "ปากเก่งจริงๆ นะครับ... ตัวแค่นี้ ทำไมชอบทำตัวเป็นปัญหารungรอบตัวอยู่เรื่อย" "ฉันเป็นปัญหาตรงไหนคะ—เอ๊ย ตรงไหนครับคุณรณกร! ฉันแค่อยู่ถูกที่ถูกเวลา... ไม่สิ ผิดที่ผิดเวลาต่างหาก เพราะคุณนั่นแหละที่ชวนฉันอยู่ตรวจแบบร่างต่อจนดึกดื่น ทั้งที่ฝนทำท่าจะตกตั้งแต่บ่ายแล้ว" "โทษผมฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนะครับ คุณเป็นคนเสนอเองไม่ใช่เหรอว่าอยากแก้แบบสวนหย่อมโซน C ให้เสร็จภายในคืนนี้ เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้เอาไปเสนอประธานบริษัท" รณกรสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายและน้ำเสียงนิ่งๆ ของเขาทำเอาลินินถึงกับอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนด้านนอกที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดอย่างไร้ความปรานี แสงไฟฉุกเฉินสีส้มอมเหลืองดวงเดียวสาดส่องกระทบใบหน้าของทั้งสองคน ทอดเงาทอดยาวไปบนผนังปูนเปลือย เกิดเป็นบรรยากาศที่ทั้งอึดอัดและชวนใจเต้นแรงอย่างประหลาด รณกรทอดสายงามมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคู่คมสำรวจสำนวนอารมณ์บนใบหน้าหวานที่ตอนนี้เปียกชื้นไปด้วยละอองฝน เสื้อเชิ้ตสีขาวบางส่วนแนบไปกับเรือนร่างระหงเนื่องจากความชื้น ทำให้เขาต้องรีบเบนสายตาหนีอย่างรวดเร็วด้วยความกระอักกระอ่วนใจ พร้อมกับถอดเสื้อแจ็คเก็ตสูทเนื้อหนาของตนเองออกคลุมไหล่ให้เธออย่างไม่ลังเล "ใส่ซะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย... ถึงปากจะจัด แต่ถ้าป่วยขึ้นมา งานผมก็สะดุดอีก" คำพูดปากร้ายตามฟอร์มพระเอกสายซึนถูกพ่นออกมา แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ลินินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่หลงเหลือจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า เธอก้มมองเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่งที่คลุมอยู่บนไหล่สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เบือนหน้าร่องหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อจางๆ "ปากแข็ง... แต่ใจดีเหลือเกินนะคะ—เอ๊ย ครับ!" ลินินพึมพำเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนมุมปากอย่างไม่รู้ตัว รณกรทำเป็นไม่ได้ยินคำแซวนั้น เขาก้าวเดินเลี่ยงไปหยิบแฟ้มเอกสารแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่กองอยู่บนโต๊ะทำงาน เพื่อเปลี่ยนเรื่องคุยกลบเกลื่อนความเขิน "ไหนๆ ก็ออกไปไหนไม่ได้แล้ว เรามาเช็คแบบแปลนส่วนที่เหลือให้จบๆ ไปดีกว่าครับ... ไหนลองบอกไอเดียที่คุณดราฟต์ไว้ล่าสุดซิ ว่ามันแก้ปัญหาเรื่องการระบายน้ำในสวนหย่อมยังไง" ลินินปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่มีแสงไฟฉุกเฉินส่องถึง ร่างบางโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อชี้ไปยังจุดปัญหาบนกระดาษแบบแปลนแผ่นใหญ่ โดยมีรณกรยืนโน้มตัวเข้ามาใกล้ในองศาเดียวกันเพื่อพิจารณาอย่างตั้งใจ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ไหล่ของเขาสัมผัสกับไหล่ของเธอเบาๆ ทุกครั้งที่เธอขยับตัวอธิบายรายละเอียด กลิ่นกายสะอาดผสมกับความอบอุ่นจากตัวของสถาปนิกหนุ่มทำให้สมาธิของนักจัดสวนสาวเริ่มกระเจิง สมองที่เคยแล่นฉิวกลับตื้อตันอย่างกะทันหัน "เอ่อ... ตรงนี้... ทางเดินหิน... มันควรจะ..." ลินินพูดติดๆ ขัดๆ น้ำเสียงเริ่มเบาลงเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่บริเวณต้นคอ เนื่องจากรณกรโน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิมเพื่อมองจุดที่เธอกำลังชี้ "ตรงไหนล่ะครับ หืม?" รณกรเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มต่ำที่จงใจดึงให้ต่ำลงกว่าปกติทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ตั้งใจหน่อยสิครับ คุณนักจัดสวน... หรือว่าระยะห่างแค่นี้ มันทำให้คุณเสียสมาธิมากกว่าตัวเลขในแบบแปลนกันแน่" ลินินสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าคนเจ้าเล่ห์ แต่ทว่า... ปลายจมูกของทั้งคู่กลับเฉียดผ่านกันไปเพียงเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ สบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่พราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ เวลาในไซต์งานท่ามกลางพายุฝนคล้ายหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนดังแข่งกับเสียงฝน รณกรไม่ขยับหนี เขายังคงใช้สายตาคมกริบคู่นั้นตรึงร่างของเธอไว้กับที่ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะเพื่อกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย "คุณกร..." ลินินกระซิบเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่ฟาดฟันกันมาตลอดหลายวันราวกับระเบิดปะทุขึ้นในระยะประชิด รณกรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์แต่แฝงความจริงจังไว้อย่างล้นปรี่ เขาเตรียมจะเอ่ยคำพูดบางอย่างที่ซ่อนไว้ในใจมานานเพื่อทำลายกำแพงความซึนของตัวเอง ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและชวนจิกหมอนถึงขีดสุด เสียงกุกกักแปลกปลอมก็ดังขึ้นจากบริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าไซต์งาน ซึ่งควรจะถูกล็อกสนิทและไม่มีใครสามารถเข้ามาได้ในสภาพอากาศแบบนี้ แกร็ก! เสียงบานประตูเหล็กถูกผลักเปิดออก พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องทำงานชั่วคราว ร่างสูงของใครบางคนที่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รณกรและลินินผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต "โอ๊ะ... ขอโทษทีครับ รบกวนเวลาสวีตกันหรือเปล่า พอดีผมผ่านมาแถวนี้แล้วเห็นไฟเปิดอยู่ นึกว่าขโมยซะอีก" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายที่ส่องตรงมายังใบหน้าของทั้งคู่เต็มๆ ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์ดังเปียกปอนปรากฏตัวขึ้นเต็มตา—**ภีม** คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่ยืนถือร่มยิ้มเยาะเย้ยอยู่ตรงหน้าประตู โดยมีลูกน้องอีกสองคนยืนประกบอยู่ด้านหลังพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัย! รณกรขบกรามแน่น นัยน์ตาสีเข้มฉายแวววาวโรจน์ขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธทันทีที่เห็นหน้าศัตรูตัวฉกาจในเวลาและสถานที่แบบนี้ —ฟีนิกซ์สีทอง—
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%