กลิ่นสีน้ำมันและฝุ่นปูนในไซต์งานยามนี้ไม่ได้ระคายจมูกเท่ากับสายตาเย้ยหยันของภีม ที่กำลังยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่รณกรเกลียดแสนเกลียด
"เหลือเวลาอีกแค่สามชั่วโมงนะครับ คุณสถาปนิกอัจฉริยะ" ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จงใจลากยาวให้ได้ยินกันทั่วทั้งทีมงาน "ถ้าไอเดียจัดสวนที่เป็นหัวใจหลักของโปรเจกต์นี้ยังเป็นแค่ลานดินแห้งๆ แบบนี้ ผมเกรงว่าคณะกรรมการจากบริษัทแม่คงต้องพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนมือผู้รับเหมา... หรือพูดง่ายๆ คือ พวกคุณกำลังจะพังไม่เป็นท่า"
รณกรยืนนิ่ง ใบหน้าคมสันเรียบเฉยราดด้วยน้ำแข็ง มือทั้งสองข้างซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกางเกงเพื่อปกปิดอาการกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารู้ดีว่าภีมจงใจเล่นตุกติกด้วยการสกัดกั้นวัตถุดิบและต้นไม้พรีเมียมที่สั่งตรงมาจากต่างประเทศไม่ให้มาส่งตามกำหนด เพื่อบีบให้เขาและลินินจนมุม
สายตารณกรกวาดมองไปทางลานกว้างด้านนอก ซึ่งควรจะเป็นสวนหย่อมสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ผสมผสานความดิบของคอนกรีตกับความพลิ้วไหวของธรรมชาติได้อย่างลงตัว แต่มันกลับว่างเปล่า มีเพียงเศษอิฐและกองดินทรายที่ดูไร้ชีวิตชีวา
บ้าเอ๊ย... เขาประเมินความสกปรกของภีมต่ำเกินไป รณกรขบกรามแน่น ความกังวลแล่นพล่านในอก ไม่ใช่เพราะกลัวเสียชื่อเสียงของตัวเอง แต่เพราะเขารู้ว่าลินินทุ่มเทแรงกายแรงใจกับโปรเจกต์นี้มากแค่ไหน หญิงสาวอดหลับอดนอนติดต่อกันมาสามคืนเพื่อร่างแบบแปลนที่สมบูรณ์แบบที่สุด
"ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาหรอกครับคุณภีม" เสียงใสแต่กังวานและเปี่ยมด้วยความมั่นใจดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ลินินก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในพื้นที่ไซต์งานด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง สวมเสื้อเชิร์ตพับแขนและกางเกงยลลุยงานเปื้อนฝุ่นเล็กน้อย แต่ดวงตากลับประกายแสงระยิบระยับราวกับเด็กสาวที่ซ่อนแผนการร้ายไว้ในใจ
รณกรหันไปมองเธอ สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุ "นิน คุณไปไหนมา? เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว สถานการณ์ตอนนี้..."
"เชื่อใจฉันสิคะ... เอ๊ย เชื่อใจฉันเถอะค่ะ" ลินินเกือบหลุดคำพูดคุ้นปาก แต่รีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นคิ้วเข้มของรณกรกระตุกขึ้นด้วยความหมั่นไส้ "หมายถึงว่า... คุณกรเลิกทำหน้าเป็นยักษ์ปักหลั่นสักทีเถอะค่ะ เดี๋ยวตีนกาขึ้นหน้าผากไม่รู้ด้วยนะ"
ภีมหัวเราะหึๆ ในลำคอ "ปากดีเสียจริงนะครับคุณลินิน หวังว่าตอนผลงานออกมาจะคมคายเหมือนคำพูดนะ"
ลินินยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ภีมอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะหันไปตบมือเป็นสัญญาณให้คนงานด้านนอก
เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของรถบรรทุกสิบล้อสามคันแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าไซต์งาน พร้อมกับเสียงฮือฮาของเหล่าทีมงานและคณะกรรมการที่เพิ่งเดินตรวจงานเข้ามาพอดี
รณกรเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง เมื่อผืนผ้าใบคลุมรถคันแรกถูกดึงออก เผยให้เห็นต้นไม้ใหญ่รูปทรงแปลกตานานาพันธุ์ ทั้งปาล์มพัดจีน ต้นตีนเป็ดฝรั่งฟอร์มสวย และกลุ่มเฟิร์นป่าขนาดมหึมาที่ถูกขุดล้อมมาอย่างดีพร้อมปลูก ไม่ใช่แค่ต้นไม้ธรรมดา... แต่มันคือพันธุ์ไม้หายากที่เขาพยายามหาซื้อแต่ติดปัญหาโควตาการนำเข้า!
"คุณ... ไปเอาพวกนี้มาจากไหน?" รณกรหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยความทึ่งระคนตกใจ
ลินินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ "ความลับของมือโปรค่ะคุณสถาปนิก ในเมื่อคุณภีมเขาเล่นใต้ดิน สกัดกั้นเส้นทางขนส่งปกติของพวกเรา ฉันก็แค่ใช้เครือข่ายเพื่อนฝุ่นตลบของฉันติดต่อไปยังกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ทางภาคเหนือที่ส่งออกโดยตรง ขนส่งข้ามคืนแบบเร่งด่วน ใช้เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของรุ่นพี่บินสำรองเส้นทางด้วยซ้ำ... กว่าคุณภีมจะรู้ตัว สินค้าก็มานอนรออยู่ที่โกดังสำรองตั้งแต่ตีสามแล้วล่ะค่ะ"
ภีมหน้าถอดสี รอยยิ้มเย้ยหยันเมื่อครู่แข็งค้างบนใบหน้า "เป็นไปไม่ได้... ผมเช็คข้อมูลหมดแล้ว พวกคุณไม่มีทางหาไม้เหล่านี้ได้ทันในเวลาสัปดาห์เดียวแน่!"
"โลกนี้ยังมีอะไรที่คุณภีมไม่รู้อีกเยอะค่ะ" ลินินยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างสถาปนิกปากร้ายกับนักจัดสวนตัวป่วนอย่างพวกเรา... มันไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ"
รณกรยืนมองภาพตรงหน้า หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ทั้งทึ่ง โล่งอก และ... หลงใหลในตัวผู้หญิงคนนี้จนแทบถอนตัวไม่ขึ้น ผู้หญิงบ้าอะไร ทั้งดื้อรั้น กวนประสาท และเก่งกาจจนน่าตีให้ก้นลาย แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ทำให้เขาอยากดึงเข้ามาสวมกอดไว้แน่นๆ เพื่อขอบคุณให้สมกับความพยายาม
ลินินหันมาสบตากลับพอดี รอยยิ้มซุกซนฉาบอยู่บนใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อและฝุ่นจางๆ "มองอะไรคะคุณกร? ตะลึงในความสวยและความฉลาดของฉันหรือไง?"
"หลงตัวเอง" รณกรพ่นลมหายใจออกทางจมูก ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์ม ปากร้ายกลบเกลื่อนความรู้สึก "ก็แค่ฟลุ๊คทำได้น่า อย่าเพิ่งหางสูงไปหน่อยเลย งานปลูกยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ"
"ปากแข็งจริงนะคะพ่อคุณ" ลินินหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ไม่ถือสาความซึนของชายหนุ่มเลยสักนิด เพราะเธออ่านสายตาที่อ่อนแสงลงของเขาออกทะลุปรุโปร่งแล้ว "งั้นก็เชิญท่านสถาปนิกผู้สูงศักดิ์ยืนดู 'ปาฏิหาริย์' ที่ฉันสร้างขึ้นได้เลยค่ะ!"
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วภายใต้การทำงานแข่งกับเวลา ทีมงานทุกคนต่างเร่งมืออย่างขันแข็ง ลินินลงมือบัญชาการด้วยตัวเอง ทุกกิ่งก้าน ทุกมุมหิน และตำแหน่งการวางต้นไม้ถูกคำนวณอย่างแม่นยำราวกับงานศิลปะชั้น
รณกรยืนกอดอกพิงเสา มองดูร่างเพรียวบางที่เดินสั่งงานด้วยความคล่องแคล่ว แววตาของเขาเผลออ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางๆ เป็น "รอยยิ้มที่หายาก" ยิ่งกว่าเพชรเม็ดงาม ที่นานๆ ครั้งใครจะได้เห็นจากสถาปนิกหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้
จนกระทั่งงานชิ้นสุดท้ายถูกจัดวางลงตัว แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบผืนน้ำพุและพุ่มไม้เขียวขจี เกิดเป็นภาพสวนโมเดิร์นทรอปิคอลที่งดงามราวกับยกป่าดิบชื้นมาไว้กลางตึกระฟ้า คณะกรรมการปรบมือเสียงดังลั่นด้วยความประทับใจ ภีมเดินหนีหายลับไปจากไซต์งานด้วยความพ่ายแพ้
พื้นที่โล่งตรงหน้าบัดนี้เหลือเพียงแค่เขาก and เธอ รณกรสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ลินินที่กำลังยืนปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความเหนื่อยล้า แต่รอยยิ้มแห่งความสำเร็จยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
"เก่งมาก... ยัยตัวป่วน" รณกรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งคำถากถางใดๆ
ลินินชะงักเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจกระตุกวูบเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของชายหนุ่มปะทะเข้ากับพวงแก้ม นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ร้อนแรงและชัดเจนเสียจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคอ
"พูด... ชมฉันเหรอคะเนี่ย หูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ยคุณสถาปนิก" ลินินแกล้งแซวเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา
รณกรไม่ตอบคำถาม เขายื่นมือหนาออกไปอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่เปียกชุ่มเหงื่อออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้ลินินตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก
"ผมไม่เคยชมใครส่งเดช..." รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกจนคนฟังขนลุกซู่ "...และผมก็ไม่อนุญาตให้ใครมาเหนื่อยแทนคุณอีก เข้าใจไหมครับ"
ลินินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงราวกับกลองเพล ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย เธออ้าปากจะเถียงกลับ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง—
"ขอโทษนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำแปลกปลอมดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่สวนอย่างกะทันหัน "คุณลินินใช่ไหมครับ? ผมได้รับมอบหมายจาก 'ท่านประธานใหญ่' ให้มาเชิญคุณขึ้นไปพบเป็นการส่วนตัวเดี๋ยวนี้ครับ"
รณกรชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อหันไปสบตากับชายแปลกหน้าคนนั้น
—ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 7 ด้วยความตื่นเต้นนะครับ — ฟีนิกซ์สีทอง
เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์•ตอนที่ 7
รอยยิ้มที่หายาก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!