คีย์หยุดชะงักฝีเท้าลงทันที นัยน์ตาสีดำสนิทหรี่แคบลงเล็กน้อย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลังเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งจากความมืดที่มุมห้องทำงานกระจกใส บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดดันระดับมหาศาล ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าคมคายนั้นปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันที่ฉาบไว้ด้วยความดูแคลน "นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน... ที่แท้ก็เป็นแค่ไอ้หนูหลงทางที่บังเอิญจับพลัดจับผลูได้เงินทุนมานอนกอดเล่นสินะครับ ท่านประธานคีย์"
ดนัย ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทในเครือเซนith คอร์ปอเรEชัน คู่ปรับคนสำคัญที่พยายามบดขยี้บริษัทของเขามาโดยตลอด กำลังยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาราวกับผู้ล่ากำลังมองเหยื่อในกรง
คีย์ไม่ได้ขยับตัวหนี ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ทว่าภายในหัวสมองกลับหมุนวนด้วยตัวเลขและระบบแจ้งเตือนที่สว่างวาบเป็นสีแดงฉาน
[ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูง: คู่แข่งทางการค้าพยายามเข้าซื้อหุ้นตัดราคาและปิดกั้นช่องทางการจัดจำหน่ายทุกแพลตฟอร์ม]
[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: พลังอำนาจแห่ง "เงินสดไร้ขีดจำกัด" พร้อมตอบสนองต่อคำสั่งของคุณแล้วครับ]
ลินินที่ยืนอยู่เคียงข้างสะดุ้งตกใจเล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมมาจับชายเสื้อสูทของคีย์ไว้แน่นเพื่อส่งสัญญาณเตือน เธอกวาดตามองกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและทีมทนายความฝั่งตรงข้ามที่เดินตามหลังดนัยเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือก พวกเขาพกแฟ้มเอกสารหนาเตอะมาเพื่อประกาศชัยชนะและบังคับให้บริษัทของคีย์ยื่นล้มละลายภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้
"คุณดนัยมาเร็วเกินคาดนะครับ" คีย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือไปด้วยความเย็นชาที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด
"โลกธุรกิจไม่ได้มีความปรานีไว้ให้คนอ่อนแอหรอกนะคีย์ วันนี้ฉันมาเพื่อซื้อกิจการเน่าๆ ของนายในราคาเศษเงิน... เก็บกระเป๋าแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนนายไม่มีแผ่นดินจะ ――"
"แผนการตลาดเงินทุ่ม" คีย์พูดแทรกขึ้นมาลอยๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนดนัยต้องชะงักคำพูดที่เหลือค้างไว้ในลำคอ
ดนัยขมวดคิ้ว "แกพูดบ้าอะไรของแก?"
คีย์หันไปมองลินินที่ยืนข้างกาย เขาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอบอุ่นให้เธอก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับฝูงชนอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดอย่างไม่รีบร้อน
"คุณคิดว่าเงินสามร้อยล้านที่พวกคุณระดมทุนมาได้ จะใช้ทำสงครามราคาได้นานแค่ไหนกันครับ?" คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ดนัยรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก "สำหรับผมแล้ว ตัวเลขแค่นั้นมันเป็นได้แค่เศษเหรียญในกระเป๋าเสื้อนอกเท่านั้นเอง"
"อย่ามาปากดี! ต่อให้แกมีเงินสำรองอยู่บ้าง แต่ช่องทางการตลาดทั้งหมดในประเทศนี้อยู่ในกำมือฉัน สื่อ โฆษณา แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือแม้แต่โลจิสติกส์ ไม่มีใครกล้ารับงานจากบริษัทเล็กๆ ของแกหรอก!" ดนัยตะคอกกลับด้วยความโมโห สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยอำนาจเหนือกว่า
"ถ้าไม่มีใครกล้ารับ... เราก็แค่สร้างมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมดก็สิ้นเรื่องครับ"
คีย์กดปุ่มยืนยันคำสั่งบนหน้าจอระบบลับทันที
[ท่านได้ทำการเบิกจ่ายงบประมาณฉุกเฉิน: 10,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นล้านบาทถ้วน)]
[สถานะ: ทำธุรกรรมสำเร็จผ่านระบบบล็อกเชนไร้รอยต่อ เงินเข้าสู่บัญชีบริษัทหลักเรียบร้อยแล้ว]
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของทีมบริหารฝั่งดนัยดังขึ้นพร้อมเพรียงกันราวกับเสียงนัดหมาย ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เป็นโทรศัพท์ของทุกคนในห้องทำงานนั้น
ดนัยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทราระริก ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เมื่อตัวเลขยอดเงินในบัญชีกลางและประกาศด่วนจากตลาดหลักทรัพย์ปรากฏขึ้นต่อหน้า
บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่สามอันดับแรกของประเทศเพิ่งถูกกว้านซื้อกิจการทั้งหมดโดยกลุ่มทุนนิรนามที่มีคีย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สิทธิ์ขาด และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง หน้าจอ LED ขนาดยักษ์ทั่วเมืองหลวงก็เปลี่ยนภาพเป็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ของบริษัทคีย์โดยพร้อมเพรียงกันอย่างไร้รอยต่อ เม็ดเงินนับหมื่นล้านถูกเทลงสู่ตลาดเพื่อซื้อพื้นที่สื่อและแจกสินค้าฟรีให้ผู้บริโภคทั่วประเทศภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของดนัย
ลินินมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง มือที่เคยกำชายเสื้อของคีย์เปลี่ยนมาปิดปากตัวเองไว้ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ
คีย์ก้าวเท้าเข้าไปหาดนัยทีละก้าวอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นห้องเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายสำหรับศัตรู
เข้มหยุดยืนอยู่ตรงหน้าดนัยที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
"ทีนี้..." คีย์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของชายผู้โอหังด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูประสาท "คุณยังคิดว่าผมควรจะเก็บกระเป๋าไสหัวไปไหนอีกไหมครับ... หรือว่าคุณอยากจะลองมาเป็นลูกจ้างในบริษัทที่ผมเพิ่งซื้อมาเมื่อกี้ดูสักวันดีล่ะ?"
ดนัยทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมทันที แรงกดดันมหาศาลทำให้เขาไม่สามารถแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคีย์ได้อีกต่อไป
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็บินมาจอดนิ่งสนิทอยู่เหนือลานดาดฟ้าของตึกสำนักงานกระจกแห่งนี้ แรงลมจากการหมุนของใบพัดตีผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมาจากดาดฟ้าเปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน...
ร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทราชสำนักโบราณก้าวเดินออกมาจากลิฟต์ พร้อมกับซองเอกสารตราประทับสีทองอร่ามที่ถูกยื่นส่งตรงมาให้คีย์ด้วยความนอบน้อมสูงสุด
"ท่านประธานครับ... ทางเบื้องบนส่งคำสั่งด่วนที่สุดมาถึงท่านแล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "จอมเวทไร้นาม" มาโดยตลอดนะครับ
ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 13
แผนการตลาดเงินทุ่ม
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!