ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 14

งานแต่งที่ล่มสลาย

ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
"ท่านประธานครับ... ทางเบื้องบนส่งคำสั่งด่วนที่สุดมาถึงท่านแล้วครับ" เสียงของเลขาหนุ่มใหญ่สั่นเทาเล็กน้อยขณะยื่นซองเอกสารสีดำประทับตราโลโก้ทองคำแท้ให้กับผม ภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวง ทว่าผมไม่ได้สนใจซองเอกสารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สายตาของผมทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือมหานครที่เคยเหยียบย่ำผมให้จมดิน แต่ในวันนี้... ทุกตารางเมตรของเมืองนี้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของผมแล้ว ผม... คีย์ อดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่ถูกไล่ออกอย่างไร้เยื่อใย เพียงเพราะไม่มีเงินไปกราบกรานพวกผู้บริหารระดับสูง ตอนนี้ได้กลายเป็นเจ้าของกลุ่มบริษัทระดับโลกผ่านระบบ "ล็อกอินมหาเศรษฐี" ที่มอบอำนาจทางการเงินอย่างไร้ขีดจำกัดให้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมก้าวเข้าสู่โลกใบนี้ "เก็บไว้ก่อนครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ "วันนี้ผมมีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการ... เรื่องงานแต่งงานปลอมเปลือกของอดีตคนที่เคยทิ้งผมไปในวันที่ไร้ค่าไงล่ะครับ" ลินิน เลขาคู่ใจและหญิงสาวเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างผมในยวันที่ผมแม้แต่ค่าข้าวกินยังไม่มี ก้าวเข้ามาใกล้ เธอยื่นสูทสีดำสนิทตัดเย็บด้วยมือจากอิตาลีให้ผมสวมทับด้วยความนظอิ่มเอมใจ ดวงตาของเธอมองผมด้วยความเคารพรักและภักดีอย่างยิ่งยวด "ท่านประธานคะ... เอ่อ ขอประทานอภัยครับท่านประธาน ผมหมายถึง... ชุดนี้พร้อมแล้วครับ" ลินินรีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นสายตาคาดโทษอย่างอ่อนโยนจากผม เธอยิ้มบางๆ ก่อนจะช่วยจัดปกเสื้อให้ "ให้ฉันเตรียมรถโรลส์รอยซ์คันนั้นเลยไหมครับ?" "ไม่ต้องครับ... วันนี้เราจะไปกันแบบเรียบง่าย แต่รับรองว่ายิ่งใหญ่พอจะทำให้งานแต่งงานพังพินาศในพริบตาเดียวครับ" โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวใจกลางเมืองถูกเนรมิตขึ้นด้วยงบประมาณหลายสิบ миллион เพื่อจัดงานวิวาห์ระหว่าง "กรณ์" ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง กับ "พิมพ์ชนก" อดีตแฟนสาวที่เคยบอกเลิกผมอย่างไร้เยื่อใยด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า *'คุณมันก็แค่ไอ้กระจอกที่ไม่มีอนาคต'* ภายในห้องจัดเลี้ยงที่ประดับประดาด้วยดอกกุหลาบนำเข้าจากยุโรปนับแสนดอก แขกเหรื่อต่างแต่งกายด้วยชุดราตรีหรูหราและสูทสากลราคาแพง เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศโรแมนติก แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูไม้สักทองขนาดมหึมาถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักอันทรงพลัง บรรยากาศภายในงานก็พลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตานับร้อยคู่หันขวับมามองที่ผู้มาใหม่ ผมก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ด้านซ้ายมีลินินในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มเดินเคียงคู่มาด้วยความสง่างาม ท่าทีที่เยือกเย็นและรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวผมโดยไม่รู้ตัว ทำให้การ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าประตูถึงกับเข่าอ่อน ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถามบัตรเชิญ "นั่น... นั่นมันคีย์นี่!" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง "ไอ้จนตรอกคนนั้นน่ะนะ? กล้าดียังไงถึงโผล่มางานแต่งของคุณกรณ์กับคุณพิมพ์ชนกได้ หรือว่าแอบเข้ามาขโมยของ?" บนเวทีคู่บ่าวสาวในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ กรณ์กำลังสวมแหวนเพชรเม็ดโตให้กับพิมพ์ชนก แต่เมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับผม ใบหน้าที่เคยย้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขก็พลันซีดเผือดลงทันที สีเลือดบนริมฝีปากหายวับไปกับตา พิมพ์ชนกจำสูทราคาหลักแสนไม่ได้หรอก... แต่เธอจำแววตานิ่งสนิทที่ไร้ซึ่งความรู้สึกของผมได้แม่นยำ กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาหันไปส่งสัญญาณให้การ์ดร่างยักษ์สี่คนวิ่งเข้ามาขวางทางผมไว้ทันที "เฮ้ย! แกเป็นใครวะ? รู้ไหมว่าที่นี่งานแต่งใคร ออกไปซะก่อนที่ฉันจะให้คนลากตัวแกออกไปโยนทิ้งถังขยะ!" กรณ์ตะโกนลั่นไมค์ด้วยความกร่าง สายตาจ้องมองผมด้วยความเหยียดหยามเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ผมหยุดเดิน ปรายตามองการ์ดทั้งสี่คนก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ผมก็แค่อดีต... ที่พวกคุณคาดไม่ถึงว่าจะได้กลับมาทวงคืนไงล่ะครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าเกรงขาม "แกพูดเรื่องบ้าอะไรวะ! การ์ด! จัดการมัน!" กรณ์สั่งเสียงดังลั่น ก่อนที่การ์ดคนแรกจะทันได้แตะชายเสื้อของผม ลินินก็ก้าวออกไปข้างหน้า มือเรียวบางตบลงบนโต๊ะลงทะเบียนหน้างานเบาๆ พร้อมกับโยนกล่องของขวัญห่อด้วยกระดาษสีดำสนิทผูกโบว์สีทองคำลงบนพื้นเสียงดัง *ตุบ!* "ของขวัญจากท่านประธาน... มอบให้คู่บ่าวสาวในวันเริ่มต้นชีวิตคู่ครับ" ลินินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น กรณ์หัวเราะร่วนออกมาด้วยความขบขัน "ของขวัญบ้าอะไรวะ สีดำอัปมงคลชิบหาย หรือข้างในเป็นเศษเหรียญที่แกเก็บตกข้างถนนมาวะไอ้คีย์?" พิมพ์ชนกยืนตัวสั่นเทา เธอกุมมือกรณ์แน่น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เธอลางสังหรณ์ใจบางอย่างที่น่ากลัว... ลางสังหรณ์ที่บอกว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คีย์คนเดิมที่เธอเคยทิ้งอีกต่อไปแล้ว ผมเดินเข้าไปใกล้โต๊ะประธาน ยิ้มให้เจ้าบ่าวผู้โง่เขลาเบื้องหน้า ช้าๆ เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท กดเปิดหน้าจอระบบและกดส่งคำสั่งเสียงสั้นๆ เพียงประโยคเดียว "จัดการซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทกรณ์... ในราคาตลาดบวกเพิ่มห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และปลดเขาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ณ บัดนี้ครับ" เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของกรณ์และแขกเหรื่อหลายคนในงานดังขึ้นพร้อมกัน *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* กรณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความฉุนเฉียว แต่เมื่อสายตาไล่อ่านข้อความอีเมลจากบอร์ดบริหาร ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวราวกับคนใกล้ตาย โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นกระจกแตกกระจาย "มะ... ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! บริษัทของเรามูลค่าเป็นพันล้าน! แกเป็นใคร... แกทำแบบนี้ได้ยังไง!" กรณ์กรีดร้องออกมาสติหลุด เขาล้มพับลงคุกเข่ากับพื้นเวทีต่อหน้าแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิต ผมก้มตัวลงมองหน้าเขาในระยะประชิด เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วฮอลล์จัดเลี้ยงที่เงียบกริบดั่งป่าช้า "คุณบอกว่าผมไม่มีอนาคตใช่ไหมครับ... งั้นวันนี้ ผมจะแสดงให้ดูว่า 'อนาคต' ของคุณในกำมือผมน่ะ... มันมีค่าเท่ากับเศษธุลีดินยังไงล่ะครับ" ผมหันหลังกลับอย่างไม่ใยดี พร้อมกับยกข้อมือขึ้นกดนาฬิกาสมาร์ทวอทช์เพื่อส่งคำสั่งสุดท้ายของค่ำคืนนี้ นอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ ทันใดนั้น... แสงไฟสปอตไลท์นับร้อยดวงจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสามลำก็สาดส่องลงมายังลานจอดรถหน้าโรงแรม เสียงใบพัดกรรโชกแรงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนวงเงินในบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าผม... [ยอดการใช้จ่ายปัจจุบัน: 2,500,000,000 บาท - สำเร็จ] — ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%