"ในที่สุดแกก็โผล่หัวออกมาจนได้สินะ... 'ท่านประธาน' จอมปลอม"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบา ๆ ในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของโรงแรมระดับเจ็ดดาว แชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนภาพของเหล่าไฮโซและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังจ้องมองมายังจุดเดียว สายตานับร้อยคู่เต็มไปด้วยความดูแคลน สมเพช และรอคอยที่จะเหยียบย่ำผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่
คีย์ยืนนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้ชุดสูทสั่งตัดพิเศษราคามหาศาลไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยัง 'ภาคภูมิ' ทายาทรุ่นที่สองของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้กำลังถือแก้วไวน์ราคาแพงเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางกร่าง ชายผู้เคยเหยียบย่ำและไล่เขาออกจากบริษัทในวันที่เขาตกอับที่สุด
"คิดไม่ถึงเลยนะว่าคนอย่างแกจะกล้าปลอมแปลงบัตรเชิญเข้ามาในงานกาล่าการกุศลระดับนี้ได้" ภาคภูมิยกยิ้มมุมปาก พลางปรายตาไปยังร่างระหงในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ยืนเคียงข้างคีย์ "แถมยังลากผู้หญิงต๊อกต๋อยมาเป็นฉากหน้าอีก... ลินิน เธอคงไม่รู้สินะว่าไอ้หมอนี่มันก็แค่ยาจกที่เพิ่งตกงานมาหมาด ๆ"
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวที่เกาะอยู่บนแขนของคีย์สั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภาคภูมิด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน
"คนที่ควรจะอับอาย น่าจะเป็นคุณภาคภูมิมากกว่านะคะ ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตเกาะบุญเก่าของครอบครัว แต่กลับไม่มีปัญญาแม้แต่จะมองคนให้ขาด" เสียงของลินินนุ่มนวลแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้รอบข้างเงียบกริบลงชั่วขณะ
"ปากเก่งนักนะนังนี่!" ภาคภูมิหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "การ์ดเชิญของพวกแกมันปลอม! รปภ.! เชิญแขกไร้มარยาทสองคนนี้ออกไปจากงานเดี๋ยวนี้!"
สิ้นคำสั่งของภาคภูมิ การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสากลสี่นายก็ก้าวเข้ามาล้อมกรอบคีย์และลินินทันที เสียงซุบซิบนินทาดังระงับไปทั่วห้อง ทุกคนต่างพากันรอดูจุดจบของไอ้หนุ่มจอมปลอมที่กล้าอาจหาญมาท้าทายอำนาจของตระกูลใหญ่ในถิ่นของพวกเขาเอง
คีย์ยังคงไม่ขยับเขยื้อน เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นเย็นชาเสียจนผู้ที่ได้พบเห็นต้องรู้สึกหนสันหลังวาบ
"การ์ดเชิญปลอมงั้นหรือครับ?" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "คุณภาคภูมินี่ช่างมีความพยายามในการหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนความโง่เขลาของตัวเองเสียจริง"
"แก! ปากดีนักนะ!" ภาคภูมิพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อของคีย์ แต่ทว่า...
*แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือดังขึ้นสองครั้งจากปลายห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของประธานกรรมการอาวุโสแห่งสมาคมธุรกิจแห่งประเทศไทย ชายชราวัยเจ็ดสิบปีผู้มีอิทธิพลสูงสุดในค่ำคืนนี้เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
"ท่านประธานกิตติมศักดิ์มาพอดีเลยครับ!" ภาคภูมิรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วเดินเข้าไปหา "ไอ้สารเลวค่านี่มันปลอมบัตรเชิญเข้ามาป่วนในงานครับ ท่านต้องจัดการมันให้..."
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ภาคภูมิเซถอยหลังไปหลายก้าว มือข้างหนึ่งกุมแก้มซีกที่ขึ้นรอยแดงเป็นปื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด ไม่เพียงแค่เขา แต่แขกเหรื่อทุกคนต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง
ประธานอาวุโสหาได้สนใจสายตาใคร่รู้ของคนรอบข้างไม่ ชายชราเดินดุ่ม ๆ ตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของคีย์ ก่อนจะโค้งคำนับลงเก้าสิบองศาด้วยความนอบน้อมสูงสุด จนแทบจะแนบชิดกับพื้นพรม
"ขออภัยอย่างยิ่งครับ ท่านประธานคีย์ ที่เกิดเรื่องไร้มარยาทเช่นนี้ขึ้นในงานที่ผมเป็นเจ้าภาพ"
ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ ทุกสายตาเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกราวกับโลกกำลังจะแตกตลปัด คนที่พวกเขาเพิ่งดูถูกเหยียดหยามว่าเป็น 'ยาจกจอมปลอม' แท้จริงแล้วคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและเจ้าของตัวจริงของกลุ่มทุนระดับโลกที่แม้แต่สมาคมธุรกิจยังต้องก้มหัวให้!
ภาคภูมิหน้าซีดเผือก ร่างกายสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงราวกับไร้กระดูก
คีย์ปรายตาลงมองภาคภูมิที่กำลังทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากของชายหนุ่ม
"คุณบอกว่าการ์ดของผมปลอมสินะครับ..." คีย์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรสีดำสนิทที่ทำจากโลหะหายากและฝังเพชรแท้สะท้อนแสงไฟระยิบระยับออกมา "และคุณก็บอกว่าผมไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้ออะไรในงานนี้ด้วยเงินของตัวเองใช่ไหมครับ?"
คีย์ส่งสัญญาณมือเพียงเล็กน้อย ผู้จัดการโรงแรมรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับเครื่องรูดบัตรวีไอพีรุ่นพิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบการเงินระดับโลก
"ช่วยรูดค่าใช้จ่ายทั้งหมดของงานกาล่าการกุศลในค่ำคืนนี้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเหมาโรงแรมแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม... ด้วยบัตรใบนี้ทีครับ"
คีย์ยื่นบัตรสีดำสนิทให้กับผู้จัดการ พร้อมกับจ้องมองภาคภูมิที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้น *ปี๊ด... ติ๊ด!* ตามด้วยแถบกระดาษใบเสร็จที่ยาวเหยียดพ่นออกมาพร้อมกับข้อความอนุมัติวงเงินมหาศาลที่สว่างวาบเป็นสีเขียวเด่นชัด ท่ามกลางความเงียบงันและลมหายใจที่สะดุดกึกของมหาเศรษฐีร้อยล้านนับร้อยชีวิตในห้องนั้น
รอยยิ้มของคีย์แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ขณะที่เขาก้มลงกระซิบเบา ๆ ข้างหูของคนที่กำลังหมอบกราบอยู่แทบเท้า
"ทีนี้... แกยังคิดว่าฉันควรถูกเชิญให้ออกไปจากที่นี่... หรือควรเป็นแกที่ต้องไสหัวออกไปกันแน่ครับ?"
จอมเวทไร้นาม
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)
ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 6
งานเลี้ยงไฮโซที่กลายเป็นละครตลก
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!