"สวัสดีครับคุณประธานบริษัทคนใหม่..."
เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์มือถือของ นายแพทย์วิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังและกรรมการผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ‘โครนอส เอนเทอร์ไพรส์’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงต้อนรับอันหรูหรา บรรยากาศรอบตัวในขณะนั้นเงียบงันราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยคำรามเบาๆ กลับกลายเป็นเสียงเดียวที่เหลืออยู่
วิชัยหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก มือที่ถือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดสั่นเทาจนแทบจะควบคุมไม่ได้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักว่า ปลายสายที่พูดคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่น่าเกรงขามนั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือชายหนุ่มชุดสูทราคาถูกที่เขากำลังเหยียดหยามและขับไล่ออกจากตึกเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้
คีย์ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นชา เขายังคงสอดมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อกางเกง ท่าทีผ่อนคลายและสงบนิ่งราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองดูเหยื่อดิ้นรนในกรงขัง
"คะ... คุณคีย์ครับ..." วิชัยพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "นี่มัน... เรื่องอะไรกันครับ? เสียงในโทรศัพท์เมื่อครู่นี้... หรือว่า..."
"ผมคิดว่าผมพูดชัดเจนแล้วนะฃครับ, คุณวิชัย" คีย์เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ดังก้องกังวานไปทั่วโถงต้อนรับ "ในเมื่อหุ้นส่วนใหญ่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทนี้อยู่ในมือผมแล้ว การที่ผมจะไล่ใครออก หรือจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารใหม่ทั้งหมด มันก็คงเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของผม... ใช่ไหมครับ?"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กอันมหึมาที่ทุบลงกลางศีรษะของทุกคนในที่นั้น พนักงานต้อนรับที่เคยหัวเราะเยาะคีย์ต่างหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง รปภ. ร่างยักษ์ที่เคยทำท่าจะเข้ามาลากตัวคีย์ออกไป ตอนนี้กลับตัวสั่นงันท่าทางน่าเวทนา พวกเขารู้ดีว่าอนาคตการทำงานในวงการนี้ได้จบสิ้นลงแล้วโดยสมบูรณ์
แต่สายตาของคีย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่พวกเศษสวะที่คอยเหยียบย่ำเขาในอดีต สายตาคมกริบของเขาเบนกลับมามองร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย
ลินิน หญิงสาวในชุดสูททำงานสีดำเรียบง่ายที่เก่าจนเห็นรอยตะเข็บ เธอยังคงยืนตัวสั่นด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก ภาพของชายหนุ่มที่เคยนั่งกุมขมับเครียดเรื่องค่าห้องเช่าและบิลค่ารักษาพยาบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ในพริบตาเดียว
คีย์หันไปมองเธอ แววตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด เขายกมือขึ้นตบไหล่บางเบาๆ เพื่อให้เธอนิ่งสงบลง
"ลินินครับ..." คีย์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
"คะ... คุณคีย์..." เธอกล่าวเสียงสั่น เยยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่เชื่อสายตา "นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ? ฉัน... ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?"
"คุณไม่ได้ฝันหรอครับ" คีย์ยิ้มบางๆ "และตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณจะไม่ต้องทนก้มหน้าให้ใครดูถูกอีกแล้ว"
พูดจบ คีย์ก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับวิชัยที่ตอนนี้คุกเข่าลงแทบเท้าของเขา ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด วิชัยพยายามจะเอื้อมมือมาจับชายกางเกงของคีย์ แต่ถูกสายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองจนต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน
"ท่านประธานครับ! ผม... ผมขอร้อง! โปรดเมตตาผมด้วย!" วิชัยโขกศีรษะลงกับพื้นกระเบื้องมันวาว เสียงร้องขอชีวิตดังระงม "ผมมีครอบครัว มีภาระที่ต้องดูแล... อย่าไล่ผมออกเลยครับ! ผมสัญญาว่าผมจะก้มหัวรับใช้ท่านด้วยความจงรักภักดี!"
คีย์มองดูภาพนั้นด้วยความรู้สึกเฉยเมย ความเมตตาไม่ใช่สิ่งที่เขามีให้คนประเภทนี้ ในวันที่เขาตกอับและไร้ทางสู้ วิชัยและคนพวกนี้ไม่เคยให้อะไรนอกจากรอยยิ้มเยาะเย้ยและการเหยียบย่ำซ้ำเติม
"ความจงรักภักดีเหรอครับ?" คีย์แค่นหัวเราะเบาๆ "น่าเสียดายนะฃครับ ที่คนอย่างคุณไม่มีค่าพอที่จะใช้คำนั้น"
คีย์หันหลังให้วิชัยที่ไม่เหลือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อีกต่อไป ก่อนจะก้าวเดินไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าลินิน หญิงสาวผู้เป็นแสงสว่างเดียวในวันที่มืดมนที่สุดของเขา
"ลินินครับ" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและชัดถ้อยชัดคำ จนทุกคนในโถงต้อนรับต้องเงียบเสียงลงและเงี่ยหูฟัง "บริษัท ‘โครนอส เอนเทอร์ไพรส์’ กำลังต้องการผู้บริหารจัดการระบบภายในและดูแลภาพรวมทั้งหมด... ผมขอแต่งตั้งให้คุณเป็น 'เลขาส่วนตัว' ของประธานบริษัทอย่างเป็นทางการครับ"
ลินินเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม "ล่ะ... เลขาส่วนตัว? แต่... ฉันเป็นแค่พนักงานฝ่ายบัญชีระดับล่างนะฃคะ! อีกอย่าง... ฉันไม่มีประสบการณ์บริหารระดับสูงเลยด้วยซ้ำ..."
"ประสบการณ์มันสร้างกันได้ครับ" คีย์สบตาเธอด้วยแววตาที่มั่นคงและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "แต่ความซื่อสัตย์และความจริงใจ... หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินพันล้าน และคุณคือคนเดียวที่มีสิ่งนั้นในบริษัทนี้"
หัวใจของลินินเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกตื้นตันใจ ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีทะลักล้นออกมาเป็นหยาดน้ำตารินไหลอาบแก้ม เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะื้น แต่รอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างปิดไม่มิด
"ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณนะคะคุณคีย์" เธอกระซิบเสียงเครือ
"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอครับ" คีย์หยิบสมุดเช็คเล่มพิเศษขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อสูท พร้อมกับปากกาหมึกซึมราคาแพงที่ระบบเพิ่งมอบให้เขาเมื่อตอนเข้าสู่ระบบ "ในเมื่อคุณมาทำงานเป็นเลขาส่วนตัวให้ผมแล้ว เรื่องแรกที่เราต้องคุยกันคือ... 'เงินเดือน' ครับ"
คีย์เปิดสมุดเช็ค วางมันลงบนโต๊ะประชาสัมพันธ์ที่ว่างเปล่า แล้วจรดปากกาเขียนตัวเลขลงไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
พนักงานและผู้บริหารรอบข้างต่างชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าประธานคนใหม่จะให้เงินเดือนพนักงานระดับล่างที่ถูกดึงขึ้นมาเป็นเลขาเท่าไหร่... สองหมื่น? ห้าหมื่น? หรืออาจจะถึงแสนบาท?
แต่เมื่อคีย์ฉีกแผ่นเช็คนั้นยื่นให้กับลินิน ทุกคนในห้องถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาแทบถลนออกมาจากเบ้า
ตัวเลขห้าหลัก? หกหลัก?
ไม่ใช่... บนเช็คนั้นปรากฏตัวเลข 'เจ็ดหลัก' ถ้วน พร้อมกับเครื่องหมายคอมมาที่แสดงถึงจำนวนเงินเดือนหลักล้านบาทต่อเดือน! และไม่ใช่แค่เดือนเดียว แต่มันคือสัญญาจ้างระยะยาวที่มาพร้อมกับโบนัสพิเศษและหุ้นส่วนย่อยในเครืออีกสัดส่วนหนึ่ง
"อะ... หนึ่งล้าน... ต่อเดือน?" ลินินพึมพำอ่านตัวเลขบนเช็คด้วยมือที่สั่นเทา เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง "คุณคีย์คะ... นี่มัน... มันมากเกินไปแล้วค่ะ! ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก..."
"รับไว้เถอะครับ" คีย์พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่เด็ดขาด "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น... ต่อไปนี้ ชีวิตของคุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีกต่อไปแล้ว"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งและเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงของคนรอบข้าง จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของคีย์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
*ติ๊ง!*
คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลข้อความจากระบบลับที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายการเงินระดับโลก พร้อมกับพิกัดจีพีเอสที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ตึกแห่งนี้ด้วยความเร็วสูง
รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริงกำลังจะมาถึงแล้วสินะฃครับ" คีย์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
ก่อนที่ลินินจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูบานกระจกขนาดใหญ่หน้าบริษัทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีกรมท่าเข้มผู้มีใบหน้าดุดันและแววตาน่ากลัวก้าวเข้ามาในโถงต้อนรับอย่างอวดดี
ผู้ชายคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ก่อนจะหยุดสายตามาที่คีย์และหัวเราะเสียงดังลั่น
"ฮ่าๆๆ! ได้ยินว่ามีไก่รองบ่อนคนไหนไม่รู้บังอาจซื้อหุ้นบริษัทนี้จนหมดงั้นสินะฃ? แกใช่ไหมไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่กล้ามาประกาศศักดาแถวนี้!"
คีย์หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยหางตา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว ในขณะที่ลินินรีบก้าวเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของเขาด้วยความหวาดระแวง
"ในที่สุดแกก็โผล่หัวออกมาจนได้สินะฃ... 'ท่านประธาน' จอมปลอม"
[ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 5 แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!]
ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 5
ยัยเด็กขี้แยกลายเป็นเลขาสาว
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!