"ถ้าเธอไม่มีปัญญาแม้แต่จะดาวน์อีโค่คาร์ ก็ไสหัวไปซะ! อย่ามาเกาะแกะให้ฉันอับอายขายขี้หน้าเพื่อนฝูงอีกเลย คีย์!"
เสียงกรีดแหลมสูงของ 'พิมพ์ชนก' อดีตแฟนสาวที่เพิ่งบอกเลิกเขาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้... สถานที่ที่พวกเขายืนเผชิญหน้ากันไม่ใช่ห้องพักรูหนูอับชื้นกลิ่นอับราอีกต่อไปแล้ว
เอี๊ยด—!
เสียงเบรกของยางรถยนต์ราคาแพงเสียดสีกับพื้นถนนแอสฟัลต์ดังสนั่นหวั่นไหว ดึงสติของบรรดาชาวบ้านและผู้คนที่เดินผ่านไปมาบริเวณหน้าตึกแถวเก่าแก่ให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว รถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงสีดำเงาราวกับห้วงอวกาศ ลวดลายโฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตาจอดนิ่งสนิทขวางหน้าทางเข้าอพาร์ตเมนต์ที่พิมพ์ชนกคุ้นเคยเป็นอย่างดี ประตูปีกนกค่อยๆ เปิดยกขึ้นช้าๆ ราวกับฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูด
คีย์ ก้าวเท้าลงจากเบาะหนังแท้ราคาแพงระยับด้วยท่าทีสงบนิ่ง ชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปขับเน้นรูปร่างให้ดูสง่างามและทรงอำนาจจนน่าเกรงขาม แววตาของเขาที่มองตรงไปยังเบื้องหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"นั่น... รถอะไรน่ะ? คันเป็นสิบๆ ล้านเลยนะนั่น!"
เสียงซุบซิบดังขึ้นจากกลุ่มคนที่มุงดู พิมพ์ชนกที่กำลังยืนถือถุงกาแฟราคาแพงคุยอยู่กับเพื่อนสนิทถึงกับชะงักกึก ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งและเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามค่อยๆ แข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ก้าวขาลงมาจากรถคันหรูนั้น
"ค... คีย์?" พิมพ์ชนกพึมพำชื่อชายหนุ่มออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง "เป็นไปได้ยังไง นาย... นายไปเอารถคันนี้มาจากไหน?!"
คีย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบแว่นกันแดดแบรนด์หรูขึ้นมาสวมทับใบหน้าคมคาย แล้วกวาดสายตามองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยโง่เขลาถึงขนาดทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดทำงานหาเงินมาปรนเปรอ
"ตกใจอะไรอย่างนั้นล่ะพิมพ์ชนก" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนอีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว "ไหนเธอบอกว่าฉันมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ไม่มีวันขับรถดีๆ ได้ไงล่ะ? หรือว่า... ตาเธอฝ้าฟางจนมองไม่ออกว่าคันนี้มันราคาเท่าไหร่กันแน่?"
"นาย... นายไปปล้นใครมา?!" พิมพ์ชนกหน้าซีดเผือด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่เพื่อนสาวข้างกายเธอเริ่มส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นป้ายทะเบียนรถและประเมินมูลค่าคร่าวๆ ได้
ในจังหวะนั้นเอง ประตูอีกด้านของรถสปอร์ตก็เปิดออก ลินิน ในชุดเลขาเข้ารูปสุดเป๊ะเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าวับแวม เธอก้าวลงมาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นและทรงอำนาจไม่แพ้เจ้านายหนุ่ม ลินินเดินเข้ามาเคียงข้างคีย์อย่างจงใจ ก่อนจะส่งเอกสารการครอบครองกรรมสิทธิ์รถยนต์มูลค่าแปดหลักให้หญิงสาวตรงหน้าได้เห็นชัดๆ เต็มสองตา
"เรียนคุณพิมพ์ชนกค่ะ ดิฉันลินิน เลขานุการส่วนตัวของคุณคีย์ พอดีท่านประธานของเรามีธุระต้องมาเคลียร์ค่าเช่าห้องเก่าที่ติดค้างไว้สามเดือน... แต่ดูท่าทางแล้ว เงินจำนวนนั้นคงไม่ระคายผิวท่านประธานของเราอีกต่อไปค่ะ" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด
พิมพ์ชนกหน้าชาดิกราวกับถูกตบด้วยฝ่าเหล็กนับร้อยครั้ง ความอับอายและริษยาพุ่งพล่านขึ้นมาจนริมฝีปากสั่นระริก เธอมองหน้าคีย์สลับกับรถสปอร์ตคันงามด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วซุม ทั้งเสียดาย ทั้งโกรธแค้น และไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายที่เธอเพิ่งถีบหัวส่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงกลายเป็นมหาเศรษฐีข้ามคืนได้
"คีย์... ฟังฉันก่อนสิคะ!" พิมพ์ชนกเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว เธอรีบก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับทำท่าจะเอื้อมมือมาแตะแขนเสื้อ "เมื่อกี้ฉันแค่ล้อเล่นเองนะ... เรายัง... เรายังกลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไม่ใช่เหรอ? นายก็รู้ว่าฉันรักนายแค่ไหน..."
คำพูดของเธอขาดห่วงเมื่อคีย์ยกมือขึ้นห้ามอย่างไม่ไยดี แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับเธอก็เป็นแค่เศษฝุ่นข้างทาง
"ความรักเหรอ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยพลังกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณห็ภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น "วันที่ฉันไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวแกงให้เธอกิน เธอบอกว่าความรักกินไม่ได้... แล้วตอนนี้ล่ะ พิมพ์ชนก เธอยังคิดว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้อยู่อีกหรือเปล่า?"
"ฉัน..." พิมพ์ชนกพูดไม่ออก น้ำตาแห่งความคับแค้นใจเอ่อคลอเบ้า เมื่อตระหนักได้ว่าเธอกำลังปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไปเพียงเพราะความโลภของตัวเอง
"จำเอาไว้..." คีย์โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด "คนที่เธอเหยียบย่ำเมื่อวาน... คือคนที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึงได้อีกตลอดชีวิต"
พูดจบ คีย์ก็สะบัดตัวหันหลังเตรียมก้าวกลับขึ้นรถ ทว่าในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็ส่งเสียงแจ้งเตือนสั่นสะท้อนขึ้นมา หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบเผยให้เห็นข้อความจากระบบปริศนาที่ผูกติดกับชีวิตเขา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนยอดเงินฝากในบัญชีธนาคารกลางที่เพิ่มขึ้นอีกยี่สิบล้านบาทจากการลงทุนพอร์ตหุ้นในพริบตาเดียว
คีย์หยุดชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองหน้าจอ และก่อนที่เขาจะทันได้กดปิดหน้าจอแจ้งเตือนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของพิมพ์ชนกที่ถืออยู่ในมือก็ดังขึ้นแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน... หน้าจอโทรศัพท์ของพิมพ์ชนกโชว์เบอร์สายเรียกเข้าจาก "ผู้บริหารใหญ่" ของบริษัทคู่ค้าที่เธอกำลังพยายามเลียแข้งเลียขาเพื่อไต่เต้า ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่เพิ่งถูกกลุ่มทุนปริศนาเข้าซื้อกิจการและปลดพนักงานออกยกแผงเมื่อเช้านี้!
ดวงตาของพิมพ์ชนกเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเธอนึกบางอย่างขึ้นมาได้ และเงยหน้ามองคีย์ที่กำลังกดรับโทรศัพท์สายนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากอันแสนเยือกเย็น
"สวัสดีครับคุณประธานบริษัทคนใหม่..." เสียงปลายสายดังลอดออกมาจากลำโพงท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและดื่มด่ำไปกับความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะครับ!
ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 4
ซูเปอร์คาร์จอดหน้าห้องเช่า
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!