"ทีนี้... แกยังคิดว่าฉันควรถูกเชิญให้ออกไปจากที่นี่... หรือควรเป็นแกที่ต้องไสหัวออกไปกันแน่ครับ?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมไปทั่วชั้นวีไอพีของห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของคีย์ ชายหนุ่มผู้ซึ่งเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังเป็นแค่เป้าสายตาให้คนกลุ่มนี้เหยียบย่ำ แต่เวลานี้ แววตาคู่คมกลับกวาดมองผู้จัดการแผนกและพนักงานขายหน้าซีดเผือดราวกับพวกเขาก1ำลังยืนอยู่เบื้องหน้าพิพากษา
ผู้จัดการห้างหน้าผะเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับจนเปียกชุ่มเสื้อสูทแบรนด์เนม เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ขาที่เคยยืนหยิ่งผยองสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองเพิ่งจะไล่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด—หรืออาจเป็นเจ้าของตัวจริงของห้างแห่งนี้—ให้ออกไปจากอาณาจักรของเขาเอง
"มะ... ไม่... ท่านครับ ผม... ผมไม่ได้..." ผู้จัดการละล่ำละลักแก้ตัว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เขาก้มหัวลงต่ำจนหน้าผากเกือบจะชิดกับพื้นพรมราคาแพง
ลินินยืนมองภาพตรงด้วยความรู้สึกที่ยังเรียบเรียงไม่ถูก หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและตกตะลึง มือเรียวบางที่กำชายเสื้อสูทของคีย์ไว้แน่นสั่นเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ชายที่คอยนั่งทำงานล่วงเวลาเคียงบ่าเคียงไหล่กับเธอในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เมื่อสัปดาห์ก่อน จะก้าวขึ้นมาอยู่จุดที่ทรงอำนาจเหนือผู้คนนับหมื่นได้ในพริบตาเดียว
สายตาที่ลินินใช้มองคีย์ในตอนนี้ จึงไม่ใช่แค่ความรู้สึกขอบคุณ หรือความผูกพันในฐานะเพื่อนร่วมงานอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความภักดีและความชื่นชมอย่างสุดหัวใจ
"ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นครับ" คีย์ตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่กลับน่ากลัวยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำ "สิ่งเดียวที่คุณควรทำตอนนี้ คือการเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ผมจะทำให้คุณไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะยืน"
สิ้นคำประกาศิตนั้น ผู้จัดการห้างก็ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร พนักงานขายรอบข้างต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่จะส่งเสียงกระซิบก็ยังไม่มี
คีย์ไม่ได้สนใจเศษสวะที่กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิตเหล่านั้นอีก เขากวาดสายตามองไปรอบร้านเสื้อผ้าแบรนด์หรูระดับโลกที่เต็มไปด้วยชุดสวยงามมากมาย ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงมีอาการประหม่า
"ลินินครับ" คีย์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ส่งผ่านทางดวงตา
"คะ... ค่ะ?" ลินินสะดุ้งเล็กน้อย รีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อ
"เลือกชุดทั้งหมดในร้านนี้ครับ" คีย์ผายมือไปยังราวเสื้อผ้าที่เรียงรายอยู่รอบด้าน "รวมถึงกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับทุกชิ้นที่เข้าชุดกัน... เลือกมาให้หมด"
ดวงตากลมโตของลินินเบิกกว้างขึ้นทันที เธอมองหน้าคีย์สลับกับราวเสื้อผ้าที่มูลค่าแต่ละชิ้นน่าจะซื้อรถยนต์คันเล็กๆ ได้สบาย "ด...เดี๋ยวก่อนนะคะ คีย์! จะ... จะให้เลือกทั้งหมดนี่เลยเหรอคะ? มัน... มันแพงเกินไป..."
"สำหรับคุณ ไม่มีอะไรที่แพงเกินไปหรอกครับ" คีย์แย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์จนทำให้พนักงานหญิงคนอื่นๆ ที่ยืนแอบมองอยู่ถึงกับใจเต้นระส่ำ "คุณเหนื่อยเพื่อผมมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่คุณควรจะได้รับสิ่งตอบแทนที่คู่ควรเสียที"
พนักงานขายสาวคนหนึ่งที่เคยทำหน้าดูถูกลินินเมื่อครู่ รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่ปั้นแต่งจนแทบจะฉีกถึงใบหู หล่อนโค้งตัวลงเกือบเก้าสิบองศาด้วยความนอบน้อมยิ่งกว่าเจอพระเจ้า
"ท... ทางเรายินดีให้บริการค่ะคุณผู้หญิง! เชิญทางนี้ได้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะจัดเตรียมชุดคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากปารีสมาให้เลือกเป็นพิเศษเลยค่ะ!"
ลินินยังคงยืนลังเล หันไปมองคีย์ราวกับต้องการความมั่นใจอีกครั้ง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงจัง เธอก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้พนักงานสาวกลุ่มนั้นพาเดินเลือกสินค้าด้วยความตื่นตระหนกแกมตื่นเต้น
เวลาผ่านไปไม่ถึงยี่นาที ลินินก็เดินกลับออกมาในชุดราตรีสั้นสีน้ำเงินเข้มปักเลื่อมระยิบระยับ ขับเน้นผิวขาวผ่องและรูปร่างอรชรให้ดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงหลุดออกมาจากเทพนิยาย รองเท้าส้นสูงคริสตัลประกายระยิบและกระเป๋าถือแบรนด์ดังที่เข้าชุดกัน ยิ่งส่งเสริมให้เธอดูล้ำค่าจนผู้คนในชั้นนั้นแทบละสายตาไม่ได้
คีย์พยักหน้าช้าๆ อย่างพึงพอใจ "งดงามมากครับ... เหมาะกับคุณที่สุด"
คำชมเรียบง่ายนั้นทำเอาลินินแก้มแดงซ่าน ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?" คีย์หันไปถามหัวหน้าพนักงานขายคนใหม่ที่ยืนยิ้มรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล
พนักงานคนนั้นรีบกดเครื่องคิดเลขบนแท็บเล็ตส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ เจือความประหม่า "ย... ยอดรวมทั้งหมดของสินค้าในกลุ่มพรีเมียมและลิมิเต็ดอิดิชัน... อยู่ที่แปดล้านหสนแสนห้าหมื่นบาทถ้วนค่ะคุณคีย์"
ตัวเลขแปดหลักทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงอีกครั้ง แม้แต่ลูกเศรษฐีที่เดินช็อปปิ้งอยู่ในโซนใกล้เคียงยังต้องหันมามองด้วยความตกใจกับการจ่ายเงินก้อนโตในพริบตาเดียว
คีย์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขาควักกระเป๋าเสื้อสูทรุ่นพิเศษหยิบกระเป๋าหนังจระเข้สีดำสนิทออกมา เปิดมันออกแล้วหยิบการ์ดโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววับออกมา บัตรใบนั้นไม่มีลวดลายซับซ้อน ไม่มีชิปสีทองธรรมดา มีเพียงลวดลายสลักนูนต่ำรูปมังกรตวัดหางอย่างดุดัน และชื่อของเขาที่สลักด้วยทองคำบริสุทธิ์
บัตรดำที่ไม่จำกัดวงเงิน... บัตรที่ทั่วโลกมีผู้ถือครองไม่ถึงสิบคัน!
คีย์วางพาดการ์ดใบนั้นลงบนเครื่องรูดบัตรสีขาวของทางร้านด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมันเป็นเพียงแค่กระดาษเศษใบหนึ่ง
"รูดเลยครับ"
เสียงพูดราบเรียบแต่ทรงพลังดังก้องไปทั่วพื้นที่
พนักงานขายรับบัตรด้วยมือที่สั่นเทาอย่างระมัดระวังราวกับมันคือวัตถุโบราณล้ำค่า หล่อนบรรจงรูดบัตรผ่านเครื่องอ่านช้าๆ
*ติ๊ด—!*
แสงไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงเครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่เริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว...
ทันทีที่เสียงเครื่องพิมพ์หยุดลง ประตูลิฟต์แก้วส่วนตัวที่เชื่อมตรงมาจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ดาดฟ้าก็เปิดออกพร้อมเสียงสัญญาณเตือน พร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ผู้มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารสูงสุดของกลุ่มบริษัทในเครือทั้งหมด กำลังก้าวเดินออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย...
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนพลังอำนาจนี้ไปด้วยกันนะครับ!
ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 7
บัตรดำที่ไม่จำกัดวงเงิน
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!