เศษซากคาร์บอนและโลหะผสมไทเทเนียมที่ยังคุกกรุ่นด้วยไอความร้อนจากแรงระเบิด ยังคงลอยละล่องอยู่บนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วน
ดวงตาของลินินเบิกกว้าง ร่างบางสั่นสะท้านจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่เมื่อโทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นคอนกรีต ปลายสายตัดไปแล้ว เหลือไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่รายล้อมรอบตัวพวกเขา
เครื่องบินเจ็ตมูลค่าหลายพันล้านที่ควรจะพาพวกเขาเหินฟ้าสู่ดินแดนอุตสาหกรรมทางตอนใต้ ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นลูกไฟสีส้มฉานในชั่วพริบตา หากพวกเขาย่างก้าวขึ้นไปช้ากว่านั้นอีกเพียงสามนาที ร่างของทั้งคู่คงแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก
"พวกมัน... ลงมือเร็วกว่าที่คาดไว้มากสินะครับ"
น้ำเสียงของคีย์ราบเรียบจนน่ากลัว ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกมองกลุ่มควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามวิกาล แสงไฟจากเปลวเพลิงสะท้อนลงบนแว่นตากรอบโลหะของเขา ทอประกายเย็นเยียบดุจปีศาจที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกำมือ
"ท่านประธาน... คะ... เอ่อ ผมหมายถึง ท่านประธานครับ!" ลินินละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว "นี่มันฝีมือของตระกูลวานิช... พวกมาเฟียคุมท่าเรือแน่ๆ ครับ! พวกมันรู้ว่าเรากำลังจะไปยึดหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทขนส่งสินค้าเถื่อน!"
"รู้แล้วอย่างไร ไม่รู้แล้วอย่างไรล่ะครับ"
คีย์เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขายื่นมือหนาไปแตะไหล่บางที่กำลังสั่นเทาเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ลินินสงบสติอารมณ์ลงได้บ้างอย่างน่าประหลาด
"คนพวกนั้นคิดว่าการทำลายเครื่องบิน จะทำให้ผมยอมถอยกลับไปซุกหัวนอนในห้องทำงานง่อยๆ แบบเดิมสินะครับ ช่างเป็นพวกไร้เดียงสาที่นั่งอยู่บนกองเงินกู้เสียจริง"
มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมล้นด้วยอำนาจที่สามารถกดขี่ผู้คนนับล้านได้ในพริบตาเดียว หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าเขา มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
[ แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบเหตุการณ์คุกคามชีวิตระดับวิกฤต ]
[ สถานะปัจจุบัน: ทรัพย์สินของบริษัทเสียหาย (เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรุ่น G650) ]
[ มาตรการตอบโต้ฉุกเฉินระดับที่ 1: เปิดใช้งาน "แผนกวาดล้างเงา" (Shadow Liquidation Protocol) ]
[ วงเงินสำรองฉุกเฉินถูกปลดล็อก: 50,000,000,000 บาท (ห้าหมื่นล้านบาทถ้วน) ]
คีย์กวาดสายตาอ่านตัวเลขที่ยาวเหยียดด้วยความเบื่อหน่าย เงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อเกาะส่วนตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกได้ทั้งเกาะ หรือไม่ก็ซื้อชีวิตของพวกเศษสวะที่กล้าลองดีกับเขาได้นับร้อยชีวิต
"ลินินครับ"
"คะ... ครับท่านประธาน!"
"หยิบแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วเปิดดูรายงานบัญชีลับของตระกูลวานิช ที่เราแอบเจาะระบบเข้าไปได้เมื่อสามชั่วโมงก่อนสครับ"
ลินินรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา มือเรียวบางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาจากกระเป๋าเอกสารอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวปัดหน้าจอเรียกไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดขึ้นมาแสดงผล ใบหน้าหวานซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลและการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายนับร้อยรายการ
"นี่คือ... เส้นทางการเงินของพวกมันทั้งหมดค่ะ... ทั้งการฟอกเงิน ค่าคุ้มครอง ท่าเรือเถื่อน และ... การค้าอาวุธข้ามชาติ" ลินินรายงานด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมามั่นคงขึ้นทีละน้อย เมื่อความเป็นมืออาชีพเข้าครอบงำ "ถ้าเราปล่อยข้อมูลชุดนี้ให้ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในคืนนี้ ตระกูลวานิชจะล่มสลายภายในชั่วโมงเดียวค่ะ!"
"คุณกำลังคิดแบบเด็กๆ อยู่นะครับ ลินิน"
คีย์ส่ายหน้าช้าๆ สายตาคมกริบมองทอดออกไปเบื้องล่างตึกสูงระฟ้า แสงไฟของเมืองหลวงยามค่ำคืนช่างดูราวกับดวงดาวที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า
"การส่งมอบให้ตำรวจ มันคือวิธีที่ใจดีเกินไปสำหรับพวกสวะที่บังaniชาญกล้ามาลอบสังหารเรา การเข้าแทรกแซงธุรกิจเถื่อนของมาเฟีย เราจะไม่ทำแบบผู้พิทักษ์ความยุติธรรมครับ... แต่เราจะทำในฐานะ 'เจ้าหนี้รายใหม่' ที่จะเข้าไปยึดทุกอย่างของพวกมันมาเป็นของเรา"
ดวงตาของลินินเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า
"ท่านประธาน... หมายความว่า..."
"ใช่ครับ" คีย์ยกมือขึ้นปัดอากาศเบื้องหน้า หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นแผนผังของท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักร้อยล้านต่อเดือนของตระกูลวานิช "ในเมื่อพวกมันใช้ความรุนแรง เราก็จะใช้ 'เงิน' ซื้อความรุนแรงนั้นกลับคืนไป... ทุกตารางเมตรของท่าเรือหมายเลข 4 ทุกตู้คอนเทนเนอร์สินค้าหนีภาษี และทุกรอยยิ้มของพวกมันในคืนนี้ จะต้องเปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์ของ 'บริษัทโกลบอล อินเวสต์เมนต์ จำกัด' ภายในเวลาเที่ยงคืนตรง"
เสียงโทรศัพท์มือถือของลินินสั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ เธอหยิบขึ้นมาดู ปลายสายคือหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาพวกเขาจากมุมตึก
"ท่านประธานครับ! ลุงพลรายงานมาว่า... มีกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าสามสิบคน พร้อมอาวุธครบมือ กำลังบุกขึ้นมาบนดาดฟ้าตึกนี้แล้วครับ! พวกมันบอกว่าจะมาเก็บงานที่ค้างไว้ให้เสร็จ!"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดหนีไฟ เสียงโลหะกระแทกประตูดังโครมครามบ่งบอกว่าพวกมันมาถึงชั้นบนสุดแล้ว และกำลังจะพังประตูเหล็กกล้าเข้ามาในไม่ช้า
ลินินหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว แม้เธอจะเก่งเรื่องงานเอกสารและการบริหารแค่ไหน แต่สถานการณ์เผชิญหน้ากับมือปรับระดับพระกาฬเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะรับมือไหว เธอยกมือขึ้นจับแขนเสื้อของคีย์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
"ท่านประธาน... หนีไปทางอื่นก่อนเถอะค่ะ! ทางลิฟต์ส่วนตัวยังใช้งานได้!"
คีย์ไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนกอดอกด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึกราวกับกำลังรอคอยแขกผู้มีเกียรติมาเยือน รอยยิ้มเยارเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาอย่างชัดเจน
"หนีทำไมล่ะครับ ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์มาส่งสาส์นถึงที่..."
ปัง!
ประตูเหล็กกล้าบนดาดฟ้าถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสวมแว่นตากันแดดท่ามกลางความมืด รูปร่างกำยำและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ท่าทางดุกดาลราวกับสัตว์ป่าหลุดกรง เดินทะลักเข้ามาพร้อมกับปืนพกติดท่อเก็บเสียงในมือ
ผู้นำกลุ่ม เป็นชายร่างยักษ์หนวดเคราเฟิ้ม นัยน์ตาดุดลราวกับเหยี่ยว มันกวาดสายตามองคีย์และลินินด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าผากของคีย์ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง
"ไอ้หนู... แกสินะ ประธานบริษัทหน้าอ่อนที่พวกเบื้องบนสั่งให้เก็บกวาด รู้ไหมว่าพวกแกทำให้เจ้านายกูหงุดหงิดแค่ไหน ทางที่ดีก็คุกเข่าลงแล้วอธิษฐานซะเถอะวะ จะได้ตายแบบไม่เจ็บตัวมากนัก!"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากลูกสมุนรอบกาย บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายและความกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ลินินหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว เธอเตรียมใจรับเสียงปืนที่จะดังขึ้นในเสี้ยววินาทีนี้
ทว่า... ไม่มีเสียงปืนลั่นกลไก
มีเพียงเสียงดีดนิ้วเบาๆ ของคีย์ ที่ดังขึ้นทลายความเงียบงัน
แปะ.
สิ้นเสียงดีดนิ้ว หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าคีย์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาคนเดียว
[ ยืนยันการทำธุรกรรม: ซื้อกิจการทั้งหมดของ "บริษัท วานิช ชิปปิ้ง แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด" เรียบร้อยแล้ว ]
[ ยอดเงินที่หัก: 12,450,000,000 บาท ]
[ สถานะปัจจุบัน: ท่านคือผู้ถือหุ้นใหญ่ 100% และเป็นเจ้าหนี้จำนองทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลวานิช ]
คีย์ค่อยๆ ลดมือลงจากอก เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีอำนาจกดดันจนพวกมือปืนระดับพระกาฬถึงกับชะงัก ชายหนุ่มส่งยิ้มสุภาพให้อย่างใจดี ราวกับกำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือนในงานเลี้ยงน้ำชา
"ก่อนจะเหนี่ยวไกปืนใส่ผม..."
คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กังวานก้องไปทั่วดาดฟ้าตึกราวกับเสียงประกาศิตจากเบื้องบน
"ผมแนะนำให้พวกคุณเช็คโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อดูสักนิดนะครับ... ว่าตอนนี้ 'นายจ้าง' ของพวกคุณ ที่สั่งให้มาเก็บผมเนี่ย... เขายังมีสถานะเป็นเจ้านายของพวกคุณอยู่หรือเปล่า?"
หัวหน้ามือปืนขมวดคิ้วแน่นด้วยความฉงน มันส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องชะลอการยิง ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่เต็มใจนัก หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากธนาคารและสำนักงานใหญ่ที่เด้งขึ้นมานับสิบข้อความติดๆ กัน
สีหน้าของไอ้ยักษ์หนวดเคราเปลี่ยนจากความดุดDาล เป็นความซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบจะถือไม่อยู่เมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้าย
*[ประกาศด่วนจากตระกูลวานิช: ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัด บริษัทถูกยึดโดยเจ้าหนี้รายใหม่ คำสั่งทั้งหมดเป็นโมฆะ]*
หัวหน้ามือปืนหันขวับกลับมามองหน้าคีย์ที่ยืนยิ้มแยบยลอยู่เบื้องหน้า ขาของมันอ่อนแรงลงฉับพลันจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น คราบความเหี้ยมเกรียมเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ
ดวงตาสีดำสนิทของคีย์จ้องมองพวกมันกลับด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ดุจพญามัจจุราชที่กำลังชูเคียวเตรียมเกี่ยววิญญาณ
"ยินดีต้อนรับสู่บริษัทของผมนะครับ... ลูกจ้างชั้นต่ำทั้งหลาย" คีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับสุภาพบุรุษผู้ดีงาม "ทีนี้... ช่วยคุกเข่าลงแล้วส่งปืนในมือพวกคุณมาให้เลขาของผมด้วยครับ"
---
(จากใจนักเขียน: ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ด้วยกันเสมอมานะครับ!)
ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 20
ความลับของตระกูลมาเฟีย
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!