ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 17

แผนลอบสังหาร?

ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..." เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของอาคารลักซ์ชูรีทาวเวอร์ดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่เป็นจังหวะ มันไม่ใช่เสียงเคาะของพนักงานส่งเอกสารหรือผู้ถือหุ้นที่เข้ามาด้วยความเคารพ แต่มันคือเสียงเคาะที่แฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนและคุกคามอย่างชัดเจน ลินินที่กำลังยืนตรวจสอบงบการเงินอยู่เบื้องโต๊ะทำงานหรูหรา ชะงักมือที่กำลังถือแท็บเล็ต เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับผม แววตาของหญิงสาวฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้เธอจะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายเคียงบ่าเคียงไหล่ผมมานับไม่ถ้วน แต่สัญชาตญาณบางอย่างกำลังบอกว่า แขกผู้มาเยือนในยามวิกาลนี้ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน "ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาครับ ลินิน" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉย ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆ มือเรียวยาวหยิบแก้วกาแฟคั่วเข้มขึ้นจิบเบาๆ ราวกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ ประตูกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายฉกรรจ์สี่คนในชุดสูทสีเข้มราคาถูกที่พยายามอำพรางรอยสักน่าเกลียดตามลำคอเดินก้าวเข้ามาในห้องอย่างกร่าง ดวงตาของพวกมันกวาดมองไปรอบห้องด้วยความโลภและเย้ยหยัน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผม—ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาเจ็ดหลัก "ฮึ! นึกว่าใคร... ประธานบริษัทคนใหม่ที่พนักงานพูดถึงกันนักหนา ที่แท้ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนหน้าตาอ่อนหัดคนนี้นี่เอง" หัวหน้าแก๊งนักเลงที่มีแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางคิ้วจนถึงมุมปาก หัวเราะในลำคอด้วยความดูถูก มันก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับวางมือหยาบกร้านลงบนพื้นโต๊ะกระจกใสเสียงดัง "ปัง!" ลินินขยับตัวทำท่าจะก้าวเข้ามาขวางหน้าผม แต่ผมยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไว้ เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยอมถอยหลังกลับไปยืนสงบเสงี่ยมข้างกายผมตามคำสั่งอย่างรู้หน้าที่ "พวกคุณคงไม่ใช่พนักงานตรวจสอบบัญชีสินะครับ มีธุระอะไรกับบริษัทของเราในยามวิกาลแบบนี้" ผมถามพลางประสานมือไว้บนตัก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ธุระเรอะ? หึ นายจ้างของเราเขาฝากความคิดถึงมาให้... เขาบอกว่าเก้าอี้ประธานที่แกนั่งอยู่น่ะ มันร้อนเกินไปสำหรับเด็กกะโปโลอย่างแก ถ้าไม่อยากให้กระดูกสันหลังหักไปเสียก่อน ก็ควรจะเซ็นเอกสารโอนหุ้นทั้งหมดนี่ซะ แล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะตั้งแต่ตอนนี้!" ชายมีแผลเป็นโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลยับเยินลงบนโต๊ะตรงหน้าผม เสียงกระดาษกระทบกระจกดังสนั่น ลูกน้องอีกสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างแยกเขี้ยวหัวเราะชอบใจในความเถื่อนของหัวหน้าพวกมัน บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ผมก้มลงมองแฟ้มเอกสารนั้นช้าๆ เปิดพลิกดูหน้าแรกผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมันด้วยแววตาที่ว่างเปล่า "นายจ้างของพวกคุณ... ให้เงินพวกคุณมาเท่าไหร่ครับ สำหรับงานเศษสวะชิ้นนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ หัวหน้าแก๊งนักเลงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะลั่นออกมา "ฮ่าๆๆ! ถามได้เข้าท่าดีนี่หว่า... อยากรู้เหรอ? มันให้พวกกูมาห้าแสน! แลกกับการมาสั่งสอนให้แกตา Sva สว่างขึ้นมานิดหน่อย!" "ห้าแสนบาท..." ผมทวนคำ น้ำเสียงเจือความขบขันจางๆ "ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เลวสำหรับพวกไร้ค่าอย่างพวกคุณนะ... แต่น่าเสียดาย ที่พวกคุณดันเลือกเดินหมากผิดตาไปเสียแล้ว" "ไอ้เด็กเวร! มึงกล้าด่าพวกกูเรอะ!" ชายมีแผลเป็นโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด มันชักมีดพับเล่มยาวออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ปลายคมกริบจ่อตรงมาที่ลำคอของผมทันที "อยากลองลิ้มรสความเจ็บปวดดูก่อนสักแผลไหมวะ ถึงจะฉลาดขึ้นมาได้!" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา ลินินสะดุ้งเฮือก มือเรียวเผลอคว้าชายเสื้อสูทของผมไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนก แต่ทว่า... สีหน้าของผมกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันที่ฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ ผมค่อยๆ เลื่อนมือหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้สีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในอย่างใจเย็น นิ้วเรียวกดเปิดระบบแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทที่เชื่อมต่อกับระบบเงินไร้ขีดจำกัดของผม หน้าจอโฮโลแกรมเรืองแสงสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นเทคโนโลยีที่เหนือล้ำกว่าโลกปัจจุบัน "ก่อนจะลงมือทำอะไรโง่ๆ... ผมอยากให้พวกคุณดูตัวเลขในนี้เสียก่อน" ผมเลื่อนหน้าจอสีทองไปตรงหน้าของหัวหน้าแก๊งนักเลง ปลายมีดที่จ่ออยู่หยุดชะงัก ดวงตาสดรีของโจรรับจ้างเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหลุดออกจากเบ้า เมื่อมันกวาดสายตาผ่านจำนวนเลขศูนย์ที่เรียงรายกันยาวเหยียด *50,000,000.00 บาท* "สะ... ห้า... ห้าสิบล้าน..." เสียงของหัวหน้าแก๊งสั่นเครือ เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า มือที่ถือมีดเริ่มสั่นเทาจนเกือบจะหลุดร่วงลงพื้น "เงินห้าแสนที่นายจ้างกากๆ ของพวกคุณจ้างมา มันเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็นสำหรับผมครับ..." ผมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจกดดัน "ถ้าพวกคุณฉลาดพอ... น่าจะรู้ว่าควรจะเลือกจภักดีกับใครระหว่างคนที่ให้ห้าแสน กับคนที่พร้อมจะโยนเงินห้าสิบล้านให้พวกคุณในฐานะ... 'ค่าขนม'" ชายมีแผลเป็นกลืนน้ำลงคอเสียงดังเอื๊อก ความโลภและสัญชาตญาณดิบตีรวนกันอยู่ในหัว สมองของมันประมวลผลอย่างรวดเร็วระหว่างการทำงานเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางให้พวกนักการเมืองท้องถิ่น กับการพลิกตัวมาเป็นสุนัขรับใช้ใต้เท้าเศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัดตรงหน้า "ปะ... ประธานคีย์..." เสียงของมันเปลี่ยนจากความกร่างกลายเป็นความนอบน้อมในทันทีทันใด เข่าทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทา "ะ... พวกผมมันตาถั่ว! ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ! นายจ้างบ้าบออะไรนั่น... พวกผมไม่รู้จักมันแล้วครับ!" "ดีมากครับ..." ผมยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ "ในเมื่อพวกคุณฉลาดพอตัว... ลินิน ช่วยจัดการโอนเงินมัดจำก้อนแรกให้พวกเขาสักห้าล้านบาทสิครับ ให้พวกเขาเอาไปแบ่งกันกินขนมเล่นๆ ก่อน" "รับทราบค่ะ ท่านประธาน" ลินินตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แฝงความสะใจไว้ลึกๆ เธอกดทำรายการผ่านแท็บเล็ตส่วนตัวไม่ถึงสามวินาที เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีของโทรศัพท์มือถือของพวกนักเลงก็ดังขึ้นพร้อมกันทั้งสี่เครื่อง "ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!" กลุ่มนักเลงอ้าปากค้าง มองยอดเงินในโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของผมด้วยความเนื้อเต้น พวกมันทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นพรมราคาแพงทันทีอย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรี "นับแต่นี้ไป... พวกผมสี่คนจะเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่สุดของท่านประธานครับ! ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องท่าน... ต้องผ่านศพพวกผมไปก่อน!" หัวหน้าแก๊งประกาศกร้าวด้วยความภักดีที่ถูกซื้อด้วยเงินตรามหาศาล ผมมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง อำนาจเงินสามารถซื้อได้ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ แม้แต่ความจงรักภักดีของพวกเดรัจฉานข้างถนนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นไปตามแผนการที่ผมวางไว้นั้นเอง... "Rrrrrrr..." เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะทำงานของผมกลับดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าเป็นหมายเลขปริศนาที่ไม่มีการบันทึกชื่อไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วมุ่น ไม่ใช่เพราะการโทรเข้ามายามวิกาล... ...แต่มันคือเบอร์โทรศัพท์สายตรงจากห้องทำงานส่วนตัวของ *ประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งกลุ่มบริษัทคู่แข่ง* คนที่ควรจะนอนรอรับข่าวความล้มเหลวของผมจากปากของพวกนักเลงกลุ่มนี้ไม่ใช่หรือ? ผมกดรับสายด้วยมือเดียว ชำระสายตานิ่งสนิทไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นเคยอย่างประหลาดจะดังลอดออกมาจากปลายสาย *"เกมสนุกดีนี่ครับ... คุณคีย์... แต่ดูเหมือนคุณจะยังไม่รู้ตัวสินะครับ ว่าตัวหมากจริงๆ ที่ผมส่งมา... ไม่ใช่ไอ้พวกสวะสี่ตัวนั้น"* สิ้นเสียงปริศนาจากปลายสาย... เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากชั้นใต้ดินของอาคารลักซ์ชูรีทาวเวอร์ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงทำให้ตัวตึกสูงร้อยชั้นโคลงเคลงอย่างน่ากลัว ไฟฟ้าภายในห้องดับวูบลงในพริบตา เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบสลับไปมาสาดส่องใบหน้าตื่นตระหนกของทุกคน! --- ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ "จอมเวทไร้นาม"
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%