“คุณธันวาคะ... คือพริ้มไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ เรื่องเชือกนั่นมัน... มันคงเก่าจนขาดเองหรือเปล่าคะ?”
เสียงของพริ้มเพราสั่นพร่าขณะก้มหน้ามองเงื่อนปมที่เหลือเพียงเศษเชือกห้อยต่องแต่งอยู่กับเสาไม้ผุบนท่าเรือส่วนตัว เกาะร้างที่ควรจะเป็นสถานที่พักผ่อนสั้นๆ ของทริปสัมมนาบริษัท กลับกลายเป็นคุกธรรมชาติที่กักขังเธอกับชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายไว้ด้วยกัน เรือสปีดโบ๊ทลำเล็กที่จอดเทียบท่าไว้เมื่อครู่ กำลังลอยละล่องห่างออกไปเรื่อยๆ เพราะความสะเพร่าของเธอที่ดันไปปลดปมเชือกออกเพียงเพราะคิดว่า ‘มันผูกไม่สวย’
ธันวายืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลมบัดนี้กลับตึงเครียด มือหนาทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองเรือที่ลอยไปตามกระแสน้ำสลับกับร่างเล็กที่ทำตัวลีบติดเสาไม้
“คุณรู้ไหมพริ้มเพรา ว่าเรือลำนั้นคือนัดสุดท้ายของวัน... และสัญญาณโทรศัพท์บนเกาะนี้มันแทบจะเป็นศูนย์”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นเฉียบจนพริ้มเพราใจหายวาบ เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้เหตุการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนจากตอนก่อนหน้าที่เขาสะดุ้งโหยงตอนเธอแตะตัว กลายเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัดกว่าเดิม แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหว
“เมษาบอกว่าเกาะนี้มีคนดูแลไม่ใช่เหรอคะ? เดี๋ยวเขาก็คงมา... หรือไม่ก็...”
“หรือไม่ก็อะไร?” ธันวาหันขวับมามอง แววตาคมกริบนั้นมีความหงุดหงิดปนความกังวลที่ปิดไม่มิด “เราไม่ได้เตรียมเสบียง ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ค้างคืน และที่สำคัญ พรุ่งนี้ผมมีประชุมผู้ถือหุ้นที่เลื่อนไม่ได้เด็ดขาด”
พริ้มเพราเม้มปากแน่น เธอทำพลาดอีกแล้ว พังตั้งแต่เรื่องความรู้สึกของเขาเมื่อครู่ จนมาถึงเรื่องความปลอดภัยในตอนนี้ เธอตัดสินใจเดินไปนั่งแหมะลงบนพื้นทรายอย่างหมดแรง ความโก๊ะที่มักจะเป็นเสน่ห์ของเธอกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงตัวเองจนยับเยิน
ธันวามองท่าทางสิ้นฤทธิ์ของหญิงสาว เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ถูกทำลายลงด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่เริ่มดังขึ้นเพราะตะวันเริ่มคล้อยต่ำ
“ลุกขึ้นเถอะ ตรงนี้ทรายเริ่มชื้นแล้ว” ธันวายื่นมือมาให้
พริ้มเพราเงยหน้ามองด้วยแววตาสั่นระริก “คุณ... โกรธมากไหมคะ?”
“ผมไม่ได้โกรธที่คุณทำเรือหลุดหรอกพริ้ม” เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น “ผมแค่... หงุดหงิดตัวเองที่ปล่อยให้สถานการณ์มันบานปลายมาถึงขั้นนี้”
ทั้งคู่เดินไปตามแนวหาดเพื่อหาที่พักพิงจากลมหนาวที่เริ่มพัดผ่าน พริ้มเพราพยายามมองหาจุดที่จะตั้งแคมป์ไฟเล็กๆ ตามที่เคยเห็นในซีรีส์ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เธอมองเห็นกระท่อมร้างหลังหนึ่งที่เกือบจะถล่มอยู่รอมร่อท่ามกลางแนวป่าหลังหาด
“นั่นไงคะ! อย่างน้อยเราก็น่าจะมีที่บังลม” เธอชี้มืออย่างตื่นเต้น หวังจะให้บรรยากาศมันดูผ่อนคลายขึ้น
ธันวาเดินตามไป เขาสำรวจกระท่อมหลังนั้นอย่างเงียบๆ ก่อนจะถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วคลุมไหล่ให้เธออย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอทะเลทำให้หัวใจของพริ้มเพราเต้นผิดจังหวะ
“ขอบคุณค่ะ...”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก” เขากระซิบเบาๆ ในขณะที่นั่งลงข้างๆ เธอในกระท่อมไม้เก่าๆ นั้น “ผมแค่ไม่อยากให้ลูกน้องต้องมาป่วยตายเพราะความโก๊ะของคุณกลางเกาะร้าง”
แม้คำพูดจะดูดุดัน แต่แววตาของธันวาที่มองเธอในแสงสลัวกลับมีความอ่อนโยนอย่างประหลาด เขาหยิบไม้ขีดไฟสองสามก้านที่พกติดตัวออกมาจุดไฟกองเล็กๆ พริ้มเพรานั่งมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่ถูกแสงไฟส้มๆ กระทบจนดูมีเสน่ห์เหลือเกิน เธอเผลอไผลจ้องมองจนกระทั่งเขาหันมาสบตาพอดี
“จ้องขนาดนี้ มีอะไรจะสารภาพหรือเปล่า?”
“คะ? คือ... พริ้มแค่นึกขึ้นได้ว่าตอนที่เรือลอยไป พริ้มเห็นใครบางคนแอบมองเราอยู่หลังโขดหินนะคะ”
คำพูดของพริ้มเพราทำให้ธันวาชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความระแวดระวังทันที “คุณแน่ใจเหรอ? ใคร?”
“พริ้มไม่แน่ใจค่ะ แต่ออร่าเขามันคุ้นๆ เหมือน... เหมือนคุณกวิน?”
หัวใจของธันวากระตุกวูบ หากกวินอยู่ที่นี่จริง นั่นหมายความว่าการติดเกาะครั้งนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นแผนการบางอย่างที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า เขาลุกขึ้นยืนทันทีอย่างรวดเร็ว กวาดสายตาไปรอบๆ ความมืดมิดของผืนป่าราวกับจะค้นหาศัตรู
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เหยียบกิ่งไม้แห้งก็ดังมาจากทางด้านหลังของกระท่อม... ไม่ใช่เสียงเดียว แต่เป็นเสียงของคนหลายคนที่กำลังล้อมเข้ามา
“คุณธันวาคะ...” พริ้มเพราดึงชายเสื้อเขาไว้ด้วยความกลัว
ธันวาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว “หมอบลงพริ้ม! ไม่ว่าใครจะมา ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด”
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้ากระท่อม ร่างสูงโปร่งในชุดสีเข้มที่ดูคุ้นตาก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่เห็นได้ชัดแม้ในแสงไฟสลัว พริ้มเพราเบิกตากว้างเมื่อจำใบหน้านั้นได้แม่นยำ... กวินจริงๆ ด้วย!
“มาเที่ยวพักผ่อนกันเหรอครับ ธันวา? น่าเสียดายนะ ที่ทริปนี้มันดันมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมสนุกด้วย” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูน่าขนลุก พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งขึ้นมา “และโชคดีมากที่ผมดันถ่ายคลิปตอนที่ ‘เลขาหน้าห้อง’ ของคุณกำลังทำเรือหลุดไว้ได้พอดี... คลิปนี้ถ้าหลุดไปถึงสื่อ พรุ่งนี้หุ้นบริษัทคุณจะสั่นสะเทือนขนาดไหนกันนะ?”
ธันวากำหมัดแน่น พริ้มเพราใจหายวาบ เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้จริงๆ ด้วยความรู้สึกผิดและกลัวที่ตีตื้นขึ้นมา พริ้มเพราจึงทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... เธอพุ่งตัวออกไปขวางหน้าธันวาแล้วตะโกนขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่หนักแน่น
“จะทำอะไรก็ทำมาเลยค่ะ แต่อย่าดึงเรื่องงานมาเกี่ยว ถ้าจะเล่นงานคน ก็มาลงที่พริ้มคนเดียว!”
ธันวากระชากแขนเธอมาไว้ข้างหลังอย่างแรง แววตาของเขาลุกโชนด้วยความโกรธที่กวินกล้าแตะต้องเธอ “ถอยไปพริ้ม... กวิน แกอยากได้อะไรก็พูดมา แต่อย่าคิดจะแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ”
กวินหัวเราะร่า ก่อนจะชี้ปืนที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อมาทางทั้งสองคน “ผมไม่ได้อยากได้อะไรมากหรอก... แค่อยากเห็นคุณก้มหัวให้ผมต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัทเท่านั้นเอง คุณธันวา... เลือกเอาแล้วกันครับ ว่าจะรักษา ‘ศักดิ์ศรี’ หรือจะรักษา ‘ยัยโก๊ะ’ คนนี้ไว้?”
บรรยากาศรอบข้างเงียบงันเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันมาสบตาพริ้มเพราด้วยแววตาที่ทำให้เธอต้องหยุดหายใจ... เขาตัดสินใจบางอย่างที่เดิมพันด้วยทุกอย่างในชีวิต
หวังว่าตอนต่อไปเพื่อนๆ จะยังคงเอาใจช่วยพริ้มเพรากับคุณธันวานะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอค่ะ!
เค้กวานิลลาค่ะ
วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน•ตอนที่ 14
ทริปสัมมนาที่ลืมไม่ลง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!