กลิ่นกระดาษเอกสารราคาแพงและเสียงพลิกแฟ้มเสียงดังแกรกกรากในห้องทำงานกระจกใส แทบไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวพริ้มเพราผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตของหญิงสาวกวาดมองข้อความในกระดาษแผ่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สมองที่ปกติมักจะประมวลผลเรื่องงานช้ากว่าชาวบ้านอยู่ครึ่งก้าว ตอนนี้กลับทำงานหนักยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เอกสารลับเฉพาะที่หลุดออกมาจากโต๊ะทำงานของกวิน—คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของธันวา—ระบุชัดเจนถึงแผนการซื้อหุ้นกว้านซื้อบริษัทในเครือ และชื่อของ “พริ้มเพรา” ถูกปักหมุดไว้ในฐานะ “จุดอ่อนสำคัญ” ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสะเทือนบัลลังก์ท่านประธาน
คำถามของธันวาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*“นี่คือเหตุผลที่เมษาผลักดันให้พริ้มมาทำงานกับคุณใช่ไหม... แล้วคุณล่ะ? คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า?”*
พริ้มเพราเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไม่มีสีเลือด มือบางที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกอึดอัดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ไม่ใช่เพราะเธอกลัวความผิด แต่เป็นเพราะสายตาของธันวาในยามนี้—มันว่างเปล่า นิ่งสนิท และเต็มไปด้วยร่องรอยความเคลือบแคลงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“ฉัน...” พริ้มเพราสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “ฉันสาบานได้นะคะคุณธันวา ว่าฉันไม่เคยรู้เรื่องแผนการบ้าๆ นี่เลยแม้แต่นิดเดียว เมษา... ยัยเมษาแค่บอกว่าอยากให้ฉันลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในบริษัทใหญ่ ไม่เคยพูดสักคำว่า...”
เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อเห็นธันวาหลับตาลงช้าๆ
ผู้ชายที่มักจะมีรอยยิ้มอบอุ่นเจือจางอยู่ที่มุมปากเสมอ ยามนี้กลับมีเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเครียดสะสม มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
“คุณเชื่อใจคนง่ายเกินไป พริ้มเพรา” ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังยิ่งกว่าการตะคอก “โลกธุรกิจมันไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายที่คุณชอบอ่าน เอกสารชุดนี้ไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า แต่มันอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ... ในแผนกที่คุณรับผิดชอบ”
“คุณกำลังจะบอกว่าฉันเป็นคนเอาข้อมูลไปให้กวินอย่างนั้นเหรอคะ?” น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาทันที ความน้อยเนื้อต่ำใจพวยพุ่งขึ้นมาจนบังคับไม่อยู่ “ถ้าคุณคิดแบบนั้นจริงๆ ทำไมคุณถึงไม่ไล่ฉันออกไปเลยล่ะคะ! จะเก็บยัยโก๊ะที่สร้างแต่ปัญหาคนนี้ไว้ให้รกหูรกตาทำไมอีก!”
พริ้มเพราสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาบนปกเสื้อสูท มือเรียวยกขึ้นปัดป่ายอย่างไร้ทิศทางจนข้อศอกไปชนเข้ากับแจกันดอกไม้เซรามิกบนโต๊ะข้างโซฟา เสียงเพลแตกกระจายดังเพล้ง! ดอกกุหลาบสีขาวร่วงหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น... สมเป็นพริ้มเพราผู้สร้างเรื่องในทุกสถานการณ์จริงๆ แม้แต่ตอนที่เธอกำลังดราม่าขั้นสุด เธอก็ยังไม่วายทำลายข้าวของจนได้
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ความโกรธขึงในแววตาเมื่อครู่วับหายไป ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนอกอ่อนใจและความเป็นห่วงที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบัง เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวที่กำลังยืนสะอื้นตัวโยนอยู่ข้างกองเศษเซรามิก
“ระวังค่ะ” ธันวาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเล็กไว้ทันทีก่อนที่เท้าของเธอจะก้าวไปเหยียบเศษแก้วคมๆ “ซุ่มซ่ามไม่เข้าเรื่อง... ถ้าเท้าคุณโดนบาดขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ”
“ปล่อยเลยค่ะ!” พริ้มเพราสะบัดมือออกด้วยความน้อยใจ “คุณจะมาสนใจฉันทำไมในเมื่อคุณก็สงสัยว่าฉันเป็นสายให้กวิน! เชิญคุณนั่งทำงานกับความระแวงของคุณต่อไปเถอะค่ะ ฉันออกไปเอง!”
เธอก้าวฉับๆ ไปที่ประตูห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันที่มือเรียวจะเอื้อมไปบิดลูกบิด ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลكเปิดผางเข้ามาเสียก่อนด้วยฝีมือของใครบางคนที่ไม่จำเป็นต้องเคาะขออนุญาต
ร่างระหงของหญิงวัยกลางคนในชุดสูทผ้าไหมตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าเรียบตึงถอดแบบมาจากธันวาไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาคู่คมกวาดตามองสภาพในห้องที่ข้าวของกระจัดกระจายและลูกชายกับเลขาฯ หน้าตาตื่นด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
“คุณแม่...” ธันวาอุทานออกมาเบาๆ
คุณหญิงรัตนา ก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่หนักแน่น สายตาคู่พิฆาตจับจ้องมาที่พริ้มเพราตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าตำหนิที่หลุดรอดเข้ามาในคลังสินค้าชั้นดี
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของท่านประธานกับเลขาฯ คนสนิทหรอกนะธันวา” คุณหญิงรัตนากล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “แต่พอดีมีคนส่งเอกสารชุดนี้ไปที่บ้านใหญ่... เอกสารที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทของเรากำลังจะถูกแทรกซึมจากศัตรูทางธุรกิจ และคนที่กุมกุญแจไขเข้าห้องนิรภัย ก็คือเด็กผู้หญิงซุ่มซ่ามคนนี้!”
พริ้มเพราสะอึกอื้นจนตัวโยン เธอรีบโค้งตัวคำนับผู้อาวุโสด้วยความลิบลับ “ดิฉัน... ดิฉันขอโทษค่ะคุณหญิง ดิฉันไม่ได้...”
“หุบปากซะ!” คุณหญิงรัตนาตวัดสายตาดุใส่ “ฉันไม่ได้มาฟังคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ จากเด็กกะโปโลอย่างเธอ! ธันวา... แม่เคยเตือนแกแล้วใช่ไหมเรื่องการรับคนเข้ามาทำงานโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสิน ตอนนี้เห็นหรือยังว่าพิษสงของยัยนี่มันทำลายบริษัทเราไปถึงไหนแล้ว!”
“คุณแม่ครับ เรื่องนี้มันมีความเข้าใจผิดกันอยู่...” ธันวารีบก้าวเข้าไปขวางระหว่างมารดากับพริ้มเพรา ปกป้องหญิงสาวไว้เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของตนเอง “พริ้มเพราไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น เอกสารนั่นเป็นฝีมือของกวินที่จงใจปล่อยข่าวลือเพื่อสร้างความร้าวฉานในบริษัทเราต่างหากครับ”
“แกยังจะปกป้องมันอีกเหรอธันวา!” คุณหญิงรัตนาตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นด้วยความโกรธจัด “แกหลงรักเด็กนี่จนหูหนวกตาบอดไปแล้วหรือไง ถึงได้ไม่ยอมมองความจริงว่ายัยนี่มันนำพาหายนะมาสู่ตระกูลเรา!”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที คำว่า “หลงรัก” จากปากของคุณหญิงรัตนาทำให้พริ้มเพราที่ซ่อนอยู่ข้างหลังธันวาถึงกับเบิกตากว้าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ตีรันพัวพันกันยุ่งเหยิง ทั้งตกใจ ทั้งซาบซึ้ง และสับสนในเวลาเดียวกัน
ธันวาเองก็ชะงักไปชั่วขณะ แต่สีหน้าของเขาไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด เขากลับยืนหยัดอย่างมั่นคง แววตาฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวที่ไม่ยอมถอยหลังให้ใครอีกแล้ว
“ใช่ครับคุณแม่...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง “ผมยอมรับว่าผมรู้สึกดีกับพริ้มเพรา และผมไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำลายเธอ หรือไล่เธอออกไปจากที่นี่เด็ดขาด... ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นแม่ก็ตาม”
คุณหญิงรัตนาสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความโกรธจัดจนอกกระเพื่อม ริมฝีปากสั่นระริก “ดี... ดีมากธันวา แกกล้าขัดคำสั่งแม่เพื่อผู้หญิงคนนี้สินะ”
ท่านหันขวับมามองพริ้มเพราด้วยสายตาเหยียดหยามขั้นสุด ก่อนจะยกมือขึ้นตบเบาๆ สองครั้งเพื่อเป็นสัญญาณ
“ในเมื่อแกยืนยันจะเก็บงูพิษไว้ข้างกาย งั้นก็ลองดูซิว่า แกจะปกป้องเธอได้นานแค่ไหน... เชิญเข้ามาได้ค่ะ!”
สิ้นเสียงคำสั่งของคุณหญิง ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคน พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—เมษา เพื่อนสนิทสายวางแผนของพริ้มเพรา ที่ตอนนี้ข้อมือทั้งสองข้างถูกรวบไว้ด้วยกุญแจมือพลาสติกสีขาวโดยการควบคุมของคนสนิทตระกูลธันวา!
“พริ้ม... ช่วยฉันด้วย!” เมษาร้องไห้โฮออกมาทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนรัก “ฉันถูกใส่ร้าย! ฉันไม่ได้ขายข้อมูลให้กวินนะ พริ้ม... เชื่อฉันสิ!”
พริ้มเพราเบิกตากว้างจนแทบถลน สมองของเธอขาวโพลนราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ภาพตรงหน้าหมุนคว้างจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตกลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีทรยศบริษัท และหลักฐานทั้งหมดกำลังชี้เป้ามาที่เธอเองในฐานะ “ผู้สมรู้ร่วมคิด”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเอาใจช่วยยัยโก๊ะของเรามาจนถึงตอนนี้ เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ
--- เค้กวานิลลา ---
วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน•ตอนที่ 20
อุปสรรคจากคนใกล้ตัว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!