“นั่น... เขาพูดเรื่องอะไรคะคุณธันวา?”
เสียงของพริ้มเพราขาดห้วงไปครู่หนึ่ง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่เบื้องหน้าคือความเงียบอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บประณีต
ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัวพิเศษของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ สายตาคมกริบภายใต้กรอบขนตาดกหนานั้นมองสะท้อนภาพของเธอผ่านกระจก แววตาคู่นั้นไหววูบชั่วขณะ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความจริงใจกับความลับที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพเสมอมา
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ พร้อมกับหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า “แค่คิดว่า... ชุดที่คุณใส่ในคืนนี้ อาจจะทำให้ผมต้องเหนื่อยกว่าปกติในการคอยกันสายตาผู้ชายในงานแค่นั้นเอง”
พริ้มเพรากะพริบตาปริบๆ สมองอันน้อยนิดของสาวจอมซุ่มซ่ามประมวลผลคำพูดนั้นไม่ทัน เธออ้าปากค้างเล็กน้อย “เอ่อ... หมายความว่ายังไงคะ? ชุดนี้มันดูตลกเหรอ หรือว่าฉันใส่แล้วเหมือนเจ้าสาวหนีตามผู้ชายมางานการกุศลกันแน่”
ธันวาหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่นานๆ ครั้งจะหลุดรอดมาจากผู้บริหารหนุ่มผู้เคร่งขรึม เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะเคาะหน้าผากมนที่ย่นเข้าหากันด้วยความสงสัยนั้นเบาๆ ตามความเคยชิน แต่แล้วก็ต้องชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ เปลี่ยนเป็นกระแอมเบาๆ แล้วซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อสูทแทน
“เปล่าครับ คุณไม่ได้ดูตลก... แค่...” ธันวาเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตากวาดมองร่างบางในชุดราตรีเกาะอกสีแชมเปญยาวระพื้น เนื้อผ้าชีฟองพลิ้วไหวทิ้งตัวลงอย่างงดงาม ขับเน้นผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นโดยไม่ต้องพยายาม “แค่สวยจนน่าตกใจ... จนผมเกือบคิดว่าผมพาใครก็ไม่รู้มาผิดคน”
พริ้มเพ้ารู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรำจังหวะสามช่าในอกข้างซ้าย เธอรีบเบือนหน้าหนีทำทีเป็นจัดระเบียบกระเป๋าคลัชใบจิ๋วในมือ “คุณธันวานี่ก็... ปากหวานเป็นกับเขาด้วยเหรอคะ นึกว่ามีดีแค่สั่งงานลูกน้องเก่งซะอีก”
“ผมพูดความจริงต่างหาก” ธันวาพูดเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนพริ้มเพราต้องถอยหลังไปชนกับราวแขวนเสื้อผ้า “เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว งานเลี้ยงการกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจเริ่มอีกครึ่งชั่วโมง ถ้าเรายังชักช้าอยู่ตรงนี้ ผมเกรงว่าผมคงต้องเปลี่ยนใจพาคุณไปกินกะเพราไก่ไข่ดาวข้างออฟฟิศแทน”
“อุ๊ย! ไม่ได้นะคะ ชุดนี้แพงมากนะ... เอ่อ หมายถึงว่า ฉันอุตส่าห์ยอมใส่ส้นสูงแปดนิ้วจนนิ้วเท้าจะพันกันเป็นปลาหมึกย่างแล้วนะ!” พริ้มเพราโวยวายเสียงหลง รีบก้าวขาฉับๆ เดินนำหน้าเขาออกไปทันที โดยลืมไปสนิทว่ารองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ดที่เธอไม่คุ้นชินนั้นอันตรายแค่ไหน
*แควก!*
เสียงประหลาดดังขึ้นเบื้องล่าง พร้อมกับความรู้สึกโล่งโจ้งที่สะโพกด้านหลัง พริ้มเพราแข็งค้างกลางอากาศ ร่างกายหยุดกึกราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เธอก้มลงมองด้านหลังช้าๆ ด้วยความหวาดผวา และพบว่ารอยตะเข็บข้างกระโปรงชีฟองตัวสวยฉีกขาดเป็นทางยาวจนน่าใจหาย
“อ๊ะ... ตายแล้ว!” หญิงสาวอุทานลั่นหน้าตาตื่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจสุดขีด “ชุด... ชุดฉันขาด! คุณธันวาคะ ชุดฉันขาดเป็นทางยาวเลย ทำยังไงดีล่ะทีนี้ ฉันจะเดินออกไปงานได้ยังไงเนี่ย ฮือ...”
ธันวาที่เดินตามหลังมาติดๆ ถึงกับนิ่งงันไปชั่ววินาที เขามองรอยขาดที่ยาวเกือบฟุตบนชุดราตรีราคาแพงลิบลิ่ว ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่—เป็นถอนหายใจแบบที่คนเป็นโรคหัวใจอาจจะต้องเรียกหมอ—แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“นั่นไง... ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าเดินเร็ว” ธันวาถอดเสื้อสูทเนื้อดีของเขาออกอย่างไร้ลังเล แล้วสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวพริ้มเพราอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะทันได้โวยวายอะไร เขาใช้เสื้อสูทตัวใหญ่โอบพันรอบเอวบางของเธอไว้อย่างแน่นหนา ผูกแขนเสื้อทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่ออำพรางรอยขาดได้อย่างแนบเนียน
“คุณธันวา... ทำอะไรคะเนี่ย” พริ้มเพราหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดๆ ลอยเข้าจมูกจนสติกระเจิง
“ถ้าไม่อยากให้คนทั้งงานเห็นชุดชั้นในลายหมีพูห์ของคุณ ก็ยืนนิ่งๆ แล้วเกาะแขนผมไว้ซะดีๆ” ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงดุแต่เจือความอ่อนโยนจนพริ้มเพราขนลุกซู่ “จำไว้ว่าคืนนี้... คุณห้ามเดินห่างจากผมเกินหนึ่งก้าวเด็ดขาด”
ทั้งคู่ก้าวลงจากรถหรูเบนท์ลีย์สีดำเงาที่หน้างานเลี้ยงระดับไฮโซ แสงแฟลชจากสื่อมวลชนสาดส่องเข้ามาละลานตา พริ้มเพราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ เธอพยายามเดินเคียงข้างผู้บริหารหนุ่มด้วยท่าทีสง่างามที่สุดเท่าที่สาวซุ่มซ่ามคนหนึ่งจะทำได้ โดยมีเสื้อสูทของธันวาผูกอยู่ที่เอวคอยบังรอยขาดไว้
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงโอ่อ่าหรูหรา แชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับ เสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้ดีมีตระกูลที่กำลังถือแก้วแชมเปญเดินพูดคุยกันอย่างออกรส ธันวาพาพริ้มเพราเดินทักทายผู้ใหญ่ในแวดวงธุรกิจอย่างคล่องแคล่ว จนกระทั่งมีเงาร่างคุ้นตาเดินเข้ามาขวางทางไว้
“อ้าว... คุณธันวา ไม่นึกว่าจะควง ‘เลขาคนเก่ง’ มาเปิดตัวในงานสำคัญแบบนี้ด้วย”
น้ำเสียงนุ่มกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ กวิน ยืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่าทางสบายๆ สายตาคมกริบกวาดมองพริ้มเพราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจอย่างออกนอกหน้า “แล้ว... ชุดสไตล์ใหม่เหรอครับ เอาเสื้อสูทมาผูกเอวแบบนี้ หรือว่าเป็นแฟชั่นล้ำยุคที่ผมตามไม่ทัน?”
พริ้มเพราหน้าเจื่อนลงทันที เธออ้าปากจะอ้าแขนแก้ตัว แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ธันวาก็ขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมดุจพญาอินทรีย์มองกวินด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“แฟชั่นจะล้ำหรือไม่อย่างไร ก็คงไม่เกี่ยวกับคู่แข่งที่ชอบเดินตามหลังคนอื่นหนึ่งก้าวเสมอไปหรอกนะกวิน” ธันวาเอמהเสียงเรียบเย็น แต่น่าเกรงขามจนบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบ “แล้วก็... ช่วยกรุณามองไปทางอื่นด้วย เพราะภรรยา... อ้ะ หมายถึง คู่ควงของผม เธอไม่ชอบให้ใครมาเสียมารยาทมองสำรวจแบบนี้”
กวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะธันวา ของบางอย่างที่นายคิดว่ากำเอาไว้แน่น... วันหนึ่งมันอาจจะหลุดมือไปอยู่ในมือคนอื่นได้ง่ายๆ โดยที่นายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”
พูดจบ กวินก็ยิ้มเยาะแล้วเดินแทรกตัวหายเข้าไประหว่างฝูงชน พริ้มเพราเม้มปากแน่น รู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่เริ่มคุกรุ่น เธอเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย “คุณธันวาคะ... เขาหมายความว่ายังไงเหรอคะ เรื่องที่บอกว่า...”
ธันวาหันกลับมามองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบตากับดวงตากลมโตคู่นั้น เขายื่นมือออกไปหมายจะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้เธอ แต่ทว่า...
พรึบ! ไฟฟ้าภายในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฮือฮาตกใจของแขกเหรื่อ
พริ้มเพราสะดุ้งด้วยความตกใจ เธอยื่นมือออกไปคว้าแขนเสื้อของธันวาไว้แน่น “คุณธันวา! เกิดอะไรขึ้นคะ? ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย!”
“อยู่ตรงนี้นะ อย่าไปไหนเด็ดขาด” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ใกล้แค่หู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่เอื้อมมาโอบไหล่เธอไว้เพื่อปกป้องในความมืด
ผ่านไปอึดใจเดียว... ไฟฉุกเฉินและสปอตไลท์ดวงใหญ่ก็สาดส่องขึ้นไปที่เวทีกลางห้อง เผยให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งยืนถือไมโครโฟนอยู่ ทว่าสิ่งที่ทำให้พริ้มเพราและธันวาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่ประธานในพิธี แต่เป็นร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้าง พร้อมกับไมโครโฟนอีกตัวในมือ
“สวัสดีค่ะทุกท่าน... ดิฉัน ในฐานะทายาทตัวจริงและคู่หมั้นที่ถูกต้องตามกฎหมายของธันวา ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า...”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและละมุนของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เค้กวานิลลา
วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน•ตอนที่ 5
มื้อค่ำสุดป่วน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!