วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน•ตอนที่ 39

รักที่มั่นคงกว่าเดิม

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“ถ้าความจริงที่ว่านั้นคือการที่ฉันต้องหายไปจากชีวิตคุณ... งั้นเราก็คงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วใช่ไหมคะ” พริ้มเพราเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของธันวา ประโยคที่ดูเหมือนการตัดพ้อกลับแฝงไปด้วยความสั่นเครือในน้ำเสียง หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอไม่ได้หันไปมองร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แต่รับรู้ได้ถึงรัศมีของความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ธันวาถอนหายใจยาว แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผืนน้ำยามไร้ลมกลับไหววูบราวกับมีพายุพัดผ่าน เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมา ก้าวช้าๆ ไปหยุดยืนอยู่เบื้องหลังคนตัวเล็กที่ดูเปราะบางเหลือเกินในวินาทีนี้ “พริ้ม... ผมไม่เคยบอกว่าต้องการให้คุณไปไหน” เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ หากแต่มีความสั่นไหวที่ซ่อนไว้ไม่มิด “สิ่งที่กวินมันทำ มันไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายความรู้สึกของผม แต่มันคือการทดสอบว่า ความเชื่อใจที่คุณมีให้ผม มันเปราะบางจนพังทลายลงได้ง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ” พริ้มเพราหันขวับมามองเขา ดวงตากลมโตที่มักจะสดใสอยู่เสมอ บัดนี้รื้นไปด้วยน้ำใสๆ เธอไม่ได้โก๊ะกังเหมือนอย่างที่เคยเป็นในทุกวัน แต่มันกลับเป็นความเปราะบางที่ทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบ “คุณเรียกเหตุการณ์ที่บริษัทกำลังจะล้มละลายเพราะข้อมูลรั่วไหลนั่นว่า ‘บททดสอบ’ เหรอคะธันวา!” เธอขึ้นเสียงเล็กน้อย พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “กวินเขาเล่นงานคุณในจุดที่เจ็บที่สุด และคุณก็ปล่อยให้ฉันเป็นเหยื่อในเกมของพวกคุณ!” ธันวาเอื้อมมือออกไปจะแตะไหล่เธอ แต่แล้วเขาก็ชะงัก นิ้วมือที่สั่นน้อยๆ ของเขาหดกลับมา กวินไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาขู่ว่าจะทำลายทุกอย่างที่ธันวารัก หากเขาไม่ยอมถอนตัวจากการประมูลครั้งสำคัญ และพริ้มเพรา... คือหมากตัวเดียวที่กวินรู้ว่าเขายอมแลกได้ทุกอย่างเพื่อปกป้อง “ผมทำทุกอย่าง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะยังปลอดภัย พริ้มเพรา” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขาที่เธอคุ้นเคยทำให้น้ำตาของพริ้มเพราหยดลงมาจนได้ “คุณมองว่ามันคือเกม แต่มันคือชีวิต... ชีวิตที่ผมพยายามปกป้องคุณมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ยัยโก๊ะคนนี้เดินสะดุดพรมเข้ามาในออฟฟิศผม” พริ้มเพราแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา เธอจำวันแรกที่เธอทำกาแฟหกใส่ชุดสูทราคาแพงของเขาได้ดี วันนั้นเขาดูดุและเย็นชา แต่ทำไมวันนี้... คำว่า ‘ปกป้อง’ ถึงฟังดูเจ็บปวดเหลือเกิน “ถ้าการปกป้องของคุณ คือการให้ฉันยืนอยู่ตรงนี้โดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย ปล่อยให้ฉันทำตัวเป็นตัวตลกที่คอยสร้างเรื่องวุ่นวายไปวันๆ โดยที่คุณแบกรับความพินาศเอาไว้คนเดียว... คุณกำลังดูถูกฉันนะคะธันวา ดูถูกว่าฉันไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างคุณในวันที่คุณล้ม” คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงกลางใจธันวา เขาประคองใบหน้าหวานที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาไว้ด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง บังคับให้เธอสบตาเขาอย่างจริงจัง “ผมไม่ได้ดูถูกคุณ... ผมแค่รักคุณมากเกินกว่าจะยอมให้คุณมาเจ็บปวดกับความโสมมของวงการธุรกิจที่ผมอยู่” เขาโน้มตัวลงไปจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน “พริ้ม... เชื่อใจผมอีกครั้งได้ไหม ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่หัวใจของเขาอยู่ที่คุณ” พริ้มเพราเงียบไป อึดใจนั้นความโกรธเคืองที่ก่อตัวเป็นกำแพงค่อยๆ พังทลายลง ความโก๊ะความซุ่มซ่ามที่เธอมักเป็น อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตที่แสนตึงเครียดของเขามีสีสันขึ้นมาบ้าง แต่ในยามที่ต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย เธอไม่ได้ต้องการเป็นเพียง ‘ความสุขชั่วคราว’ ที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องไว้ในกรงขังทองคำ “ถ้าอย่างนั้น... ก็เลิกทำตัวเป็นพระเอกผู้เดียวดายสักทีเถอะค่ะ” เธอกลืนก้อนสะอื้น “บอกฉันมา ว่าเราจะจัดการกับกวินยังไง ไม่ใช่ในฐานะเหยื่อ แต่ในฐานะ ‘ทีมเดียวกัน’” ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มจางๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการแอบขำความซุ่มซ่ามของเธอ แต่เป็นรอยยิ้มของความภูมิใจ เขาดึงตัวเธอเข้ามากอดแน่นราวกับจะฝังเธอลงไปในความรู้สึก “ได้ครับ... คู่หูคนใหม่ของผม” ความอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วห้องทำงานที่เคยเยือกเย็น ทั้งสองยืนกอดกันท่ามกลางแสงสลัวของยามเย็นที่ลอดผ่านม่านหน้าต่าง ไม่ใช่แค่ความรักที่เพิ่มพูน แต่คือการตระหนักรู้ว่า ไม่ว่าพายุจะรุนแรงเพียงใด ตราบใดที่มือยังประสานกัน ความมั่นคงนั้นจะไม่มีวันสั่นคลอน... หรือนั่นคือสิ่งที่พวกเขาต่างเข้าใจไปเอง ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังจะหวนคืนกลับมา เสียงเคาะประตูจังหวะรัวและหนักแน่นก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งนั้น ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ธันวาขมวดคิ้วมองประตูที่ถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน ธันวาหน้าถอดสีทันทีที่เห็นว่าใครคือผู้มาเยือน “สวัสดีค่ะธันวา... หวังว่าฉันคงไม่ได้มาขัดจังหวะการตัดสินใจครั้งสำคัญ... หรือการทำความเข้าใจที่ดูจะสายไปเสียแล้วนะคะ” เสียงของเมธินี คู่หมั้นที่ทุกคนคิดว่าหายสาบสูญไปนานกว่าสองปีดังขึ้น พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่วางลงบนโต๊ะทำงานของธันวา เอกสารที่ทำเอาพริ้มเพราแทบหยุดหายใจเมื่อได้อ่านข้อความหน้าแรกชัดๆ ว่ามันคือ 'ทะเบียนสมรส' ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าขาด ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยรอยยิ้มมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ เค้กวานิลลาดีใจมากค่ะที่ได้แบ่งปันเรื่องราวของพริ้มเพราและธันวาให้ทุกคนได้อ่าน หวังว่าจะติดตามบทสรุปในตอนสุดท้ายไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ยัยโก๊ะกับคุณชายสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%