กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความอับชื้นของห้องทำงานขนาดเล็กในตึกแถวเก่าแก่ย่านเยาวราช ลอยวนอยู่ในอากาศราวกับเมฆหมอกแห่งความทรงจำที่ไม่อยากจดจำ รตา (รตานันท์) นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ไม้พนักพิงหลุดลุ่ย เอกสารสัญญาเงินกู้นอกระบบกองโตตรงหน้า คือโซ่ตรวนที่พันธนาการครอบครัวของเธอมานานหลายปี และตอนนี้... มันกำลังจะบีบคอแม่แท้ๆ ของเธอจนไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ
"แกจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้สิบล้านภายในสามวัน หん? นังสวย... ลูกสาวแกมันเป็นถึงผู้จัดประมูลมือหนึ่งไม่ใช่เหรอ หรือว่านอนกับพวกเศรษฐีพวกนั้นแล้ว ได้เงินมาไม่พอใช้หนี้วะ!" เสียงแหบพร่าของเจ้าหนี้ทวงเงินอัธพาลดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของหญิงสาว
รตากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความทิฐิและศักดิ์ศรี บัดนี้คลหน่วยน้ำตาด้วยความอัปยศอดสู เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ หันไปมองมารดาที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ข้างๆ แม่ที่เคยปกป้องเธอจากโลกอันโหดร้าย บัดนี้กลับทรุดโทรมและเปราะบางเสียยิ่งกว่ากระดาษสา ความลับเรื่องหนี้สินมหาศาลที่พ่อผู้ล่วงลับทิ้งไว้ และพี่ชายที่ติดการพนันจนหนีหาย ถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้นในวันที่เธออ่อนแอที่สุด
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินลมหายใจของเธอนั้น... ประตูไม้เก่าแก่ของห้องก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล!
*ปัง!*
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเยือกเย็น ดุดัน และทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศอึมครึมให้เบาบางลงในพริบตา คณิน (คานนท์) ปรายตามองกลุ่มชายฉกรรจ์ด้วยแววตานิ่งสนิท แต่กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่ามัจจุราชที่ก้าวมาจากขุมนรก
"ใครวะ! เข้ามาห้องคนอื่นไม่มีมารยาท..." หัวหน้าแก๊งทวงหนี้ตบโต๊ะลุกขึ้นตะคอก แต่ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากปาก ร่างของมันก็ถูกบอดี้ว่าاردชุดดำของคณินกระชากคอเสื้อแล้วกดกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรงโดยที่เจ้านายไม่ต้องออกคำสั่งด้วยซ้ำ
คณินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารตา ร่างสูงใหญ่ทอดเงาบังแสงไฟสีส้มสลัวจนมิด ร่างบางสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือหนาเอื้อมมาแตะที่กรามมน ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยคราบน้ำตาที่ปริ่มอยู่ข้างแก้มของเธออย่างเบามือ ทว่าแววตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
"คุณรตา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้หัวใจที่กำลังแตกสลายของเธอกลับมาเต้นระส่ำระสาย "บอกผมสิครับ ว่านี่คือเหตุผลที่คุณยอมทำทุกอย่าง... แม้กระทั่งยอมหันหลังให้ผม"
รตาส่ายหน้าช้าๆ หยดน้ำตาไหลอาบแก้ม "คุณคณิน... คุณไม่ควรมาที่นี่ ที่นี่มันสกปรก... และมันไม่ใช่เรื่องของคุณ"
"ไม่ใช่เรื่องของผมได้ยังไง ในเมื่อผู้หญิงคนนี้..." คณินกวาดสายตาคมกราบมองไปที่เอกสารหนี้สินบนโต๊ะ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น "ผู้หญิงที่ผมประกาศกร้าวไว้แล้วว่าต้องเป็นของผมคนเดียว กำลังถูกพวกเศษสวะรังแก"
เขาสบตาเธอนิ่ง มือหนาเปลี่ยนจากการเกลี่ยน้ำตามาเป็นกอบกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น คณินไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกของพวกเจ้าหนี้เลยแม้แต่น้อย เขาส่งสัญญาณให้มือขวาโยนกระเป๋าเอกสารหนังใบโตลงบนโต๊ะไม้ เสียงวัตถุกระแทกดังทึบ ก่อนที่ซิปจะถูกรูดเปิดออก เผยให้เห็นปึกธนบัตรสีร้อยและเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์สินทรัพย์ที่มูลค่ามากกว่าหนี้สิบล้านหลายเท่าตัว
"เงินสดสิบล้าน... กับเอกสารปลดหนี้ทั้งหมด เซ็นซะ แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน" คณินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนพวกเจ้าหนี้หน้าซีดเผือด รีบคว้าเอกสารมาเซ็นชื่อด้วยความกลัวตาย อิทธิพลมืดของคานนท์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยในตลาดการเงินและเบื้องหลังของมหานครแห่งนี้
เมื่อห้องกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง รตาก็ทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ ความกดดันทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนล้าและความซาบซึ้งใจจนจุกอยู่ในอก มารดารีบดึงร่างลูกสาวเข้ามาสวมกอดไว้แน่น น้ำตาแห่งความโล่งอกไหลรินอาบแก้มชรา
"ขอบใจ... ขอบใจพ่อหนุ่มมากนะลูก" มารดาของรตาเอ่ยเสียงสั่น พนมมือไหว้ชายหนุ่มด้วยความตื้นตัน คณินโคศีรษะรับอย่างสุภาพ สมกับที่เป็นสุภาพบุรุษผู้ทรงอิทธิพล แม้ภายนอกจะดูดิบเถื่อนเพียงใด แต่กับรตาและครอบครัวของเธอในยามนี้ เขากลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
คณินย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นเบื้องหน้ารตา มือหนาวางทับลงบนมือเรียวที่ยังคงสั่นเทา เขาสบตาเธอนิ่ง ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
"คุณแม่ครับ..." คณินเอ่ยกับมารดาของรตาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "หลังจากนี้ ให้ผมได้ดูแลพวกท่านเองนะครับ หนี้สินทั้งหมดถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้ว และผมได้จัดเตรียมบ้านพักรับรองส่วนตัวที่ปลอดภัยที่สุดไว้ให้คุณแม่แล้ว มีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด... ท่านจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องใดอีก"
รตาเบิกตากว้าง มองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่อยากเชื่อ "คุณคณิน... ทำไมคุณต้องทำขนาดนี้ด้วยคะ? ฉัน... ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณเลย"
คณินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่หาและความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่ยังคงสั่นระริก เสียงทุ้มต่ำพร่าลอยเข้ามารบกวนโสตประสาทของเธอจนขนลุกซู่
"คุณมีตัวคุณเอง... และนั่นคือสิ่งเดียวที่ผมต้องการ" เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังและทรงอำนาจ "จำไว้รตา... ไม่ว่าอดีตของคุณจะมืดมนแค่ไหน หรือครอบครัวของคุณจะแบกรับภาระอะไรไว้ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณเป็นผู้หญิงของคณิน... และผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคุณได้อีก แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์"
คำพูดนั้นทั้งเผด็จการและเปี่ยมไปด้วยความรักความหลงใหลจนรตาแทบละลาย หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความทิฐิที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เธอซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพง คณินโอบกอดร่างบางไว้แน่น ฝังจูบลงบนเรือนผมนุ่มสลวยอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการปกป้องเธอจากโลกทั้งใบ
ทว่า ท่ามกลางความอบอุ่นและซาบซึ้งใจในอ้อมกอดนั้น... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินก็สั่นครืนขึ้นมาอย่างไม่มีมารยาท
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ แต่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่ส่งตรงมาจากคฤหาสน์หรูใจกลางเมือง
รตารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เมื่อร่างหนาที่เคยโอบกอดเธออย่างอ่อนโยน กลับเกร็งกระด้างขึ้นมาฉับพลัน ดวงตาคมกริบของคณินเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็ง เมื่อก้มลงมองข้อความบนหน้าจอที่ปรากฏชื่อของบุคคลที่ไม่คาดฝัน...
*“ภาคินบุกรุกเข้าไปในห้องทำงานของคุณ และตอนนี้เขากำลังเปิดตู้นิรภัยลับที่คุณใช้เก็บเอกสารสำคัญที่สุดครับนาย”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเร่าร้อนในบทนี้กับวริศร์วิสกี้นะครับ
เซียนหุ้นหนุ่มสายเทรดกับผู้จัดประมูลสาวมือหนึ่ง•ตอนที่ 13
รอยร้าวและความจริง
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นหนุ่มสายเทรดกับผู้จัดประมูลสาวมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!