เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 31

วิญญาณพยานปากเอก

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"กฎแห่งฟ้าดินอาจลงทัณฑ์คนเป็นได้ช้า... แต่วิญญาณของผู้ตาย หาได้เคยลืมเลือนความเจ็บปวดไม่" เสียงทุ้มกังวานของไต้ซือผู้เฒ่าสะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรงศาลสูง ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างบานแกะสลักเข้ามาวูบหนึ่ง เปลวเทียนสีชาดนับร้อยเล่มไหววับจนเงาดำทาบทับใบหน้าของผู้คนจนดูคล้ายภูตผี หลี่จินเหยายืนนิ่งสง่างามอยู่เบื้องหน้าแท่นพิพากษา อาภรณ์ปักลายหงส์สีเพลิงตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ในมือของนางถือป้ายวิญญาณไม้จันทน์หอมที่สลักชื่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในอดีต เบื้องขวาคือท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน พระองค์ประทับอยู่บนเก้าอี้พนักสูงด้วยท่าทีเยือกเย็นดุจพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรงเล็บ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายจนขุนนางรอบด้านไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ส่วนเบื้องซ้ายคือพระชายารองซูเหม่ย ที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นไอหมอกสีเทาจางๆ เริ่มก่อตัวขึ้นเหนือพื้นหินอ่อน "ซูเหม่ย... เจ้ายังจำสตรีในเงาเรือนหลังเมื่อสิบปีก่อนได้หรือไม่" จินเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง ก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "เจ้า... เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร! คนตายไปแล้ว จะกลับมาพูดได้อย่างไร!" ซูเหม่ยกรีดร้องเสียงหลง พยายามรักษาท่าทีแต่ความตื่นตระหนกทำให้มือที่กำชายเสื้อสั่นเทาจนเห็นได้ชัด นางหันไปโม่หน้าขอความช่วยเหลือจากเหล่าขุนนางสายสนับสนุน แต่ไม่มีใครกล้าสบตาด้วยแม้แต่คนเดียว เพราะต่างก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกผิดธรรมชาติที่แผ่ขยายเข้ามาในห้องโถง ทันใดนั้น อุณหภูมิในห้องก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายของความตายและกลิ่นธูปโบราณโชยคละคลุ้ง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน ไอหมอกสีเทากลุ่มหนึ่งค่อยๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่างของสตรีในชุดอาภรณ์โบราณ ใบหน้าของนางงดงามแต่ซีดเซียว ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความแค้น นางคือหนึ่งในอนุภรรยาที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าตัวตายหนีความผิดเมื่อสิบปีก่อน แต่ความจริงแล้วถูกวางยาพิษและจัดฉากโดยน้ำมือของซูเหม่ย "ซูเหม่ย... เจ้าจำข้าได้หรือไม่" เสียงแหบพร่าลอยละลิ่วมาจากความว่างเปล่า ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน พระชายารองทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ล้มลุกคลุกคลานถอยหลังหนีจนชนเข้ากับเสาไม้แกะสลัก นางหวีดร้องสุดเสียงราวกับคนเสียสติ "อย่าเข้ามานะ! ออกไปให้พ้น! ข้าไม่ได้ตั้งใจฆ่าเจ้า... ไม่! เจ้าตายไปแล้ว เจ้าเป็นผี! ออกไป!" คำสารภาพโดยสัญชาตญาณนี้ ดังชัดเจนไปทั่วทุกมุมของศาลสูง ขุนนางผู้พิพากษาถึงกับหน้าถอดสี ค้อนไม้ในมือสั่นระริกจนเกือบหลุดร่วง หลักฐานชิ้นสำคัญไม่ต้องหาเพิ่มอีกแล้ว เพราะคำพูดจากปากของผู้ต้องหาเองท่ามกลางพยานวิญญาณได้มัดตัวนางไว้อย่างแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด เซียวจิ่งเหยียนแย้มพระ o (โอษฐ์) เล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความปรานี ดวงเนตรคมกริบดั่งคมดาบกวาดมองไปที่ซูเหม่ย "คดีในอดีตกระจ่างแล้ว หม่อมฉันขอสั่งให้คุมตัวนักโทษซูเหม่ยเข้าคุกหลวงทันที รอวันตัดสินโทษตามอาญาแผ่นดิน" ขณะที่ทหารองครักษ์ก้าวเข้าไปกระชากตัวซูเหม่ยที่กำลังสติแตกออกจากห้องโถง จินเหยาหันมาสบตากับท่านอ๋อง ความรู้สึกอบอุ่นมั่นคงก่อตัวขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวนี้ มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านถ่ายทอดความหมายลึกซึ้งว่าไม่ว่าจะมีวิญญาณร้ายหรือเล่ห์เหลี่ยมใด พระองค์จะเคียงข้างปกป้องนางไปชั่วนิรันดร์ ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจว่าความยุติธรรมได้ถูกทวงคืนแล้ว เสียงกงเกวียนบดถนนจากนอกจวนก็ดังขึ้น พร้อมกับขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ในมือของเขาไม่ได้ถือราชโองการธรรมดา แต่เป็นราชโองการด่วนที่สุดประทับตราหยกเลือด ที่สั่งให้ปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์บูรพา และเรียกตัวกลับเข้าวังหลวงเพื่อรับโทษฐาน "สมรู้ร่วมคิดกับภูตผีไสยดำ" ทันที! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาสู่บทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%