“ปิดประตูเหล็กกล้าเดี๋ยวนี้! อย่าให้สิ่งอัปมงคลนั่นเหยียบย่างเข้าเขตจวนแม้แต่ก้าวเดียว!”
เสียงตวาดก้องของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนดุจพยัคฆ์คำราม ทว่าท่ามกลางความโกลาหลเบื้องหน้าจวนอ๋อง หลี่จินเหยากลับก้าวเดินสวนทางกับเหล่าทหารที่กำลังเร่งเสริมปราการ เธอคว้ากล่องเครื่องมือแพทย์ที่บรรจุเข็มเงินและสมุนไพรสกัดเข้มข้นไว้แน่น นัยน์ตาคมกริบดั่งดวงตาทิพย์ของเธอมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่อาจเห็น—เส้นใยสีดำมืดมิดที่ยึดโยงร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นให้เคลื่อนไหวราวกับหุ่นเชิด
“ท่านอ๋อง... หากข้าปิดประตูขังตัวเองไว้ข้างใน สิ่งที่อยู่ข้างนอกนั่นจะไม่ใช่แค่คนตาย แต่มันจะกลายเป็นกองทัพผีดิบที่กลืนกินเมืองหลวงจนไม่เหลือซาก” จินเหยาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามั่นคง เธอหันไปสบตาชายผู้เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของแผ่นดิน “ข้าต้องออกไปตั้งโรงยาชั่วคราวที่หน้าจวน นี่ไม่ใช่โรคระบาดธรรมดา แต่มันคือวิชาไสยดำของพวกที่จ้องจะล้มบัลลังก์”
เซียวจิ่งเหยียนขยับกายเข้ามาประชิด มือแกร่งดั่งเหล็กกล้าคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใยที่เขามักซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา “เจ้าจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเช่นนี้หรือ? ข้างนอกนั่นคือศพที่ไร้ความรู้สึกและหิวโหย เจ้ามีเพียงเข็มเงินและวิชาแพทย์ จะหยุดยั้งความคลั่งไคล้ของเหล่าภูตผีที่ถูกบงการได้อย่างไร”
“ข้ามีท่าน...” จินเหยาคลี่ยิ้มจางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของท่านอ๋องกระตุกวูบ “หากท่านอ๋องทรงยอมเป็นเกราะกำบังให้ข้าขัดเกลาวิญญาณพวกเขากลางสนามรบ ข้าก็ไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว”
คำกล่าวของนางดุจกระแสธารเย็นฉ่ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจของชายนักรบ เซียวจิ่งเหยียนถอนหายใจยาว ก่อนจะตวัดดาบยาวออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบอากาศดังกังวานเป็นจังหวะที่น่าเกรงขาม “เช่นนั้นก็เตรียมตัวให้ดี หากใครบังอาจแตะต้องปลายเส้นผมของพระชายา ข้าจะทำให้วิญญาณมันแตกสลายจนไม่มีโอกาสได้ไปเกิดใหม่!”
ประตูจวนเปิดออกช้าๆ เสียงบานประตูไม้หนาหนักเสียดสีกับพื้นหินดังก้องแข่งกับเสียงโหยหวนของ 'ฝูงชน' ที่ยืนรออยู่เบื้องนอก กลิ่นสาบเน่าของซากศพโชยมาปะทะจมูก ทว่าจินเหยาไม่ได้หวั่นไหว เธอเริ่มลงมือฝังเข็มลงบนจุดชีพจรของร่างแรกที่พุ่งเข้าใส่ เธอไม่ได้รักษาเพื่อให้พวกเขามีชีวิต แต่เธอใช้เข็มเงินกำกับทิศทางของลมปราณที่ยังหลงเหลือ เพื่อ ‘ปิด’ ช่องโหว่ของวิญญาณที่ถูกดึงมาสิงสู่
เซียวจิ่งเหยียนเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจเงาพราย ดาบในมือเขาไม่ได้สังหารร่างเหล่านั้น แต่เขาใช้สันดาบกระแทกจุดสกัดบนร่างกายที่เน่าเปื่อยอย่างแม่นยำ เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมัน เปิดทางให้จินเหยาทำงานได้อย่างถนัดถนี่
“ทางซ้าย!” ท่านอ๋องตะโกนพลางตวัดดาบสกัดธนูอาบยาพิษที่พุ่งมาจากเงามืดบนหลังคาโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้าม
“ระวัง!” จินเหยาร้องเตือน เมื่อเห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟ้า มันไม่ใช่ผีดิบธรรมดา แต่มันคือนักฆ่าในคราบคนตายที่ซ่อนอาวุธไว้ในแขนเสื้อ!
จินเหยาอาศัยจังหวะที่นักฆ่าพุ่งเข้าหา สะบัดซัดเข็มเงินอาบยาพิษสกัดจุดตายเข้าที่ลำคอของมันอย่างแม่นยำ แต่นักฆ่าผู้นั้นกลับมีรอยยิ้มแสยะที่น่าสะพรึงกลัว มันกระซิบผ่านริมฝีปากที่เน่าเฟะ “พระชายา... ท่านคิดว่าท่านเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องวิญญาณหรือ? ฮูหยินรองซูเหม่ยฝากมาบอกว่า... *ของขวัญ* นี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้”
ทันใดนั้น ร่างของชาวบ้านที่ยืนโงนเงนอยู่รอบๆ ก็เริ่มสั่นสะท้าน ผิวหนังของพวกเขาปริแตกออกเผยให้เห็นอักขระยันต์สีแดงฉานที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาคล้ายสายฝนกรด กลิ่นฉุนของกำมะถันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
เซียวจิ่งเหยียนคว้าตัวจินเหยาเข้ามากอดไว้แน่น กางกระบี่บังฝนเลือดนั้นไว้ “ถอยกลับเข้าจวน! สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องปกติ มันเป็นการวางกับดักเพื่อล่อให้เราออกมาจากเกราะป้องกันของค่ายกลจวนอ๋อง!”
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับ เสียงหัวเราะแหลมสูงของสตรีผู้หนึ่งก็ดังมาจากยอดหลังคาเรือนใกล้เคียง เป็นเสียงที่คุ้นหูและทำให้นางเอกถึงกับชะงักงัน
“ท่านอ๋อง... พระชายา... พวกท่านช่างใจดีเหลือเกินที่ยอมออกมาต้อนรับศพที่ข้าส่งมาให้ถึงที่ แต่เสียดายที่วันนี้มิใช่แค่เรื่องของความตาย...” ร่างในชุดดำสนิทปรากฏตัวขึ้น ใบหน้างดงามนั้นบิดเบี้ยวด้วยความริษยา “เพราะศพเหล่านี้ ไม่ได้มาเพื่อฆ่าพวกท่าน... แต่มาเพื่อ ‘กักขัง’ พวกท่านไว้ในสุสานคนเป็น!”
จินเหยารู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เท้าของนาง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นไหวและเริ่มยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกที่เต็มไปด้วยไอหมอกสีเลือด เซียวจิ่งเหยียนกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แต่นัยน์ตาของเขาเริ่มพร่ามัวจากการสูดดมกลิ่นอายประหลาดนั้น
“จินเหยา... เจ้าต้องรีบไป...” เสียงของท่านอ๋องเริ่มแผ่วเบา
ทว่าในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้นเอง เสียงกระดิ่งลมโบราณจากเรือนคุณหญิงบัวที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นจากภายในจวนอ๋องก็หยุดทุกการเคลื่อนไหว เงาของสตรีสูงศักดิ์ในชุดไทยโบราณปรากฏขึ้นซ้อนทับกับภาพของซูเหม่ยที่อยู่บนหลังคา พร้อมกับคำพูดที่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
“เจ้ากล้าดีอย่างไร... มาเล่นสนุกกับวิญญาณที่ข้าเฝ้าดูแลอยู่!”
สิ้นเสียงนั้น อักขระยันต์บนร่างผีดิบทั้งหมดก็เรืองแสงสีทองพุ่งย้อนกลับไปทำร้ายผู้ที่บงการมัน นักฆ่าบนหลังคากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดขณะร่างถูกดึงลงสู่ความมืดมิด ทว่าจินเหยากลับมองเห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น—ที่ข้อมือของซูเหม่ยไม่ได้มีเพียงยันต์ไสยดำ แต่มี 'ป้ายราชโองการลับ' ที่มีตราประทับของจักรพรรดิห้อยอยู่ด้วย
หากป้ายนี้เป็นของจริง... หมายความว่าคำสาปที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ ไม่ได้เกิดจากความแค้นของพระชายารองเพียงลำพัง แต่มันคือคำสั่งที่ได้รับ 'อนุญาต' จากบัลลังก์ทอง!
เซียวจิ่งเหยียนทรุดลงกับพื้นด้วยพิษที่เริ่มกัดกินหัวใจ จินเหยาตัดสินใจคว้ากริชเงินสั้นที่ซ่อนไว้ที่โคนขา ปาดนิ้วตัวเองจนเลือดหยดลงบนพื้นดินเพื่อสร้างวงแหวนป้องกัน
"หากเจ้าอยากได้ชีวิตข้ากับท่านอ๋อง ก็จงข้ามศพวิญญาณที่ท่านกำลังจะสังเวยนี้ไปให้ได้!" จินเหยาตวาดก้อง ดวงตาทิพย์ของนางเปล่งประกายสีครามเข้ม
ทว่า... ร่างของนักฆ่าที่ซูเหม่ยส่งมากลับลุกขึ้นยืนใหม่ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้จ้องจะสังหารนาง แต่มันกลับหยิบราชโองการฉบับนั้นขึ้นมา แล้วคลี่ออกช้าๆ ต่อหน้าธารกำนัลที่กำลังมุงดูด้วยความหวาดกลัว
“พระราชโองการจากฝ่าบาท... ให้จับกุมตัวอ๋องเซียวจิ่งเหยียนและพระชายาในข้อหา... ก่อกบฏและเล่นคุณไสยสังหารราษฎร!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียงบทเพลงแห่งความลึกลับไปกับศาลาริมน้ำโบราณนะครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 25
โรงยาเฉพาะกิจ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!