กลิ่นกำยานจันทน์เทศที่ลอยอวลอยู่ในความมืด ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องนอนของเรือนปีกตะวันตกเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไอเย็นเยือกที่แผ่ซ่านมาจากมุมมืดของห้อง กลับทำให้ลมหายใจของหลี่จินเหยาที่พ่นออกมากลายเป็นไอสีขาวจางๆ นางป้องเปลวไฟจากตะเกียงสำริดด้วยฝ่ามืออย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงพิจารณาร่างโปร่งแสงสีครามของ "คุณหญิงบัว" ที่ยืนกอดอกจ้องมองนางด้วยแววตาสมเพชเวทนาแก Aระคนขบขัน
"เจ้าเด็กโง่... คิดหรือว่าการซ่อนผงหญ้าอัคคีพิษไว้ใต้กระถางธูป จะทำให้พ้นสายตาของ 'งูพิษ' ตัวนั้นได้" เสียงกระซิบแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของบาดาลดังขึ้นในโสตประสาท หลี่จินเหยาไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแต่คลี่ยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"หากข้าไม่ทำเช่นนั้น ซูเหม่ยคงไม่ได้ใจจนรีบส่งมือสังหารเข้ามาในคืนนี้หรอกนะ
คุณหญิง... คนเราบางครั้งก็ต้องยอมให้เหยื่อได้กลิ่นเลือดเสียก่อน จึงจะลากมันออกมาจากรังได้ไม่ใช่หรือครับ" นางตอบในใจพลางปรายตามองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท
ทว่า ก่อนที่วิญญาณโบราณจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ ประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง ไม่มีแม้แต่เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับ ไม่มีแม้แต่สายลมที่พัดพาให้เปลวไฟไหววูบ มีเพียง "ความตาย" ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล
เซียวจิ่งเหยียน... ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝ่ากลิ่นอายอำมหิตที่กดทับจนอากาศแทบหมดสิ้น ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีมองสำรวจสตรีที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากหยักลึกเม้มเป็นเส้นตรงอย่างไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาที่ทอดมองนางกลับซ่อนประกายไฟประหลาดที่ร้อนแรงดั่งเตาหลอมโลหะ
"บังเอิญเสียจริง..." หลี่จินเหยาเอ่ยขึ้นก่อน ทลายความเงียบอันน่าอึดอัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ยังมีงานอดิเรกคือการย่องเบาเข้าห้องนอนของชายาผู้ถูกทอดทิ้งอีกหรือครับ"
เซียวจิ่งเหยียนแค่นเสียงในลำคอ ร่างสูงก้าวประชิดเข้ามาจนหลี่จินเหยาต้องถอยหลัง1ก้าว นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองคราบเขม่าสีดำบนโต๊ะเครื่องแป้งและถ้วยยาที่ถูกวางทิ้งไว้ ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับนางตรงๆ
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, จินเหยา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהดังก้องอยู่ข้างหู ใกล้เสียจนนางได้กลิ่นอายสนิมดาบและกลิ่นจันทน์หอมเฉพาะตัวจากกายแกร่ง "รู้ตัวหรือไม่ว่าก้าวที่เจ้าเดินเมื่อหัวค่ำ เกือบทำให้คอของเจ้าหลุดจากบ่า"
"หากหม่อมฉันไม่ก้าวออกไป แล้วท่านอ๋องจะยอมเปิดปากร่วมมือกับสตรีที่ท่านมองว่าเป็นแค่ 'เบี้ยหมากไร้ค่า' ผู้นี้หรือครับ" หลี่จินเหยาเงยหน้าขึ้นสู้สายตาโดยไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่นั้นทั้งดื้อรั้นและเปล่งประกายความฉลาดเฉลียวจนน่าหลงใหล นางยิ้มเยาะ "อย่ามาทำเป็นห่วงหม่อมฉันเลยเพคะ... สิ่งที่ท่านอ๋องต้องการในยามวิกาลนี้ คงไม่ใช่แค่มาตักเตือนกระมัง?"
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางสตรีตรงหน้า แต่หลี่จินเหยาไวกว่า นางเบี่ยงหลบพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อถอยห่างไปสามก้าวอย่างสง่างาม เซียวจิ่งเหยียนจึงชะงักมือค้างไว้กลางอากาศครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขัน
"พยศนัก..." เขากล่าวเสียงพร่า "สมแล้วที่เป็นสตรีที่แม้แต่ผีสางในจวนหลังนี้ยังต้องเกรงใจ"
พูดจบ เซียวจิ่งเหยียนก็กวาดสายตาไปยังมุมมืดที่ร่างของวิญญาณคุณหญิงบัวยืนอยู่ แม้จะมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริง แต่ด้วยสัญชาตญาณของนักรบที่ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน ย่อมรับรู้ได้ถึงจิตอาฆาตที่แผ่ออกมา ท่านอ๋องแค่นเสียงเย้ยหยันใส่ความว่างเปล่าครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหาหลี่จินเหยา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและดุดันขึ้นหลายส่วน
"ตระกูลซูรากฐานรากลึกในราชสำนักมาเนชานาน..." เซียวจิ่งเหยียนเริ่มเข้าประเด็น เสียงของเขาต่ำลึกและทรงพลัง "ฮองเฮาหนุนหลังซูเหม่ย ขุนนางฝ่ายซ้ายคุมคลังหลวง หากข้าลงมือจัดการพวกมันโต้งๆ ราชสำนักจะปั่นป่วน และฮ่องเต้จะหาว่าข้าคิดกบฏ"
"แต่ถ้าให้หม่อมฉัน... แพทย์หญิงผู้ถูกตราหน้าว่าไร้คุณธรรม เป็นผู้ยื่น 'ยาพิษ' ทีละหยดให้พวกมันดื่มกินเล่าครับ" หลี่จินเหยาต่อประโยคให้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง กลิ่นหอมละมุนจากตัวนางลอยเข้าจมูกเซียวจิ่งเหยียน "ข้อตกลงของเราในค่ำคืนนี้คืออะไร... ท่านอ๋อง? ท่านต้องการให้หม่อมฉันช่วยถอนรากถอนโคนขั้วอำนาจเก่าของตระกูลซู เพื่อแลกกับการที่ท่านจะยอมปล่อยหม่อมฉันเป็นอิสระเมื่อเกมนี้จบลง... ใช่หรือไม่"
เซียวจิ่งเหยียนจ้องมองนางนิ่งนาน แววตาไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา ความงดงามของนางในยามที่ดวงตาทอประกายเจ้าเล่ห์เช่นนี้ ช่างเย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในใต้หล้า
"อิสระ?" ท่านอ๋องทวนคำด้วยน้ำเสียงพร่าลึก มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ดึงร่างบางเข้ามาประชิดจนแผ่นอกแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน "จินเหยา... เจ้าคิดว่ากรงทองแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ใครอยากเข้าก็เข้า อยากออกก็ออกได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?"
หลี่จินเหยาขมวดคิ้วสะบัดข้อมือแต่ไม่หลุด นางเงยหน้าขึ้นจ้องเขาเขม็ง "ท่านอ๋อง! นี่มันผิดข้อตกลง..."
"ข้าไม่เคยให้สัญญาว่าจะปล่อยเจ้าไป..." เซียวจิ่งเหยียนกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความดุดันและคำประกาศิตที่ไม่อาจขัดขืน "แต่ถ้าเจ้าอยากล้างบางพวกมัน... ข้าจะมอบอำนาจทั้งหมดในจวนนี้ให้เจ้าใช้เป็นอาวุธ อยากฆ่าใคร อยากเหยียบใครลงดิน ทำตามใจเจ้าได้ทั้งหมด... ยกเว้นเรื่องเดียว"
ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความระแวง "เรื่องอะไร..."
เซียวจิ่งเหยียนยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดุร้ายนั้นทรงเสน่ห์จนน่ากลัว ดวงเนตรคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มของนางราวกับราชสีห์ที่จ้องตะครุบเหยื่อ
"ห้ามคิดหนีไปจากอกของข้าเด็ดขาด..."
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่หลี่จินเหยาจะได้ตอบโต้สิ่งใด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรั้วเรือนปีกตะวันตกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนหวาดผวาของสาวใช้คนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"พระชายาเอก! แย่แล้วเพคะ! ฮูหยินใหญ่จากจวนตระกูลซู ส่ง 'ราชโองการลับจากวังหลวง' มาถึงท่านแล้วเพคะ!"
เซียวจิ่งเหยียนชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากจางหายไปแทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุร้ายผิดปกติ เขาก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนที่ตอนนี้ดวงตาทอประกายคมปลาบยิ่งกว่าเดิม
หลี่จินเหยาค่อยๆ ดึงมือออกจากพันธการของเขา นางคลี่ยิ้มเย็นเยียบออกมาเป็นครั้งแรกในยามวิกาลนี้
"ดูท่า... เหยื่อตัวแรกจะรีบส่งหัวมาให้เราเชือดถึงที่แล้วกระมังครับท่านอ๋อง"
- ศาลาริมน้ำโบราณ -
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 11
พันธมิตรในความมืด
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!