เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 12

กลิ่นธูปปริศนา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
เปลวเทียนสีชาดบนเชิงทองเหลืองไหววูบอย่างผิดธรรมชาติ เงาทาบทับบนผนังไม้จันทน์หอมละม้ายร่างอสูรร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวขู่คำราม ในห้องนอนอันเงียบสงัดยามวิกาล กลิ่นอายบางอย่างลอยเอื่อยมาตามลมหายใจ—มิใช่กลิ่นหอมละมุนของกำยานบูรพาที่นางจุดไว้ก่อนนอน หากแต่เป็นกลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพแห้งกรังและธูปปักศพที่มอดไหม หลี่จินเหยายังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตาดอกท้อคู่งามหรี่ลงเล็กน้อย สะท้อนภาพควันธูปสีเทาหม่นที่กำลังก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นบิดเบี้ยวกลางห้อง นางมิได้ตื่นตระหนก หรือแม้แต่ส่งเสียงกรีดร้องให้เสียกิริยา ในฐานะแพทย์หญิงยอดอัจฉริยะผู้มองทะลุปรุโปร่งถึงเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย ดวงตาทิพย์ของนางย่อมมองเห็นสิ่งเร้นลับที่คนธรรมดามองไม่เห็น ไอความเย็นเยียบยะเยือกแผ่ซ่านลามเลียไปตามข้อเท้า ดั่งมีมือที่ไร้ตัวตนนับร้อยกำลังไต่ตะกอนขึ้นมาฉุดรั้ง นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างน่าขันสิ้นดี... อนุภรรยาซูเหม่ยคงคิดว่าวิชาคุณไสยจากแดนใต้ที่แลกมาด้วยชีวิตคนจะสามารถบดขยี้สตรีที่เคยเหยียบย่ำประตูยมโลกมาแล้วได้อย่างนั้นหรือ "เล่นกับไฟ... ระวังจะไหม้จนมอดไหม้ไปทั้งร่างนะครับ" จินเหรอบ่นพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นเสียจนภูตผีในห้องยังต้องผวา ทันใดนั้น ควันธูปสีเทากลับกลายสภาพเป็นเงาดำมหึมาพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของนางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทว่าในวินาทีที่กรงเล็บอัปมงคลกำลังจะสัมผัสโดนเส้นผม ปิ่นทองคำประดับหยกโบราณบนมวยผมของจินเหยากลับเปล่งแสงสีทองเรืองรองออกมาอย่างดุร้าย! *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดทางพลังวิญญาณดังสะท้อนก้องในห้วงมิติ อาคมย้อนกลับ (反噬) ที่จินเหยาเตรียมรอดักทางไว้ตั้งแต่แรกทำงานทันที นางพลิกข้อมือ สะบัดชายแขนเสื้อปัดป้องพลังชั่วร้ายที่สะท้อนกลับให้พุ่งทะยานทะลุกำแพงเรือนออกไปในทิศทางเดิมอย่างแม่นยำ พร้อมๆ กับเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกไฟนรกแผดเผาที่ดังแว่วมาจากเรือนพักของพระชายารองซูเหม่ยในยามดึกสงัด จินเหยาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม นางจัดเสื้อผ้าอาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์ให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินไปเปิดหน้าต่างรับลมยามค่ำคืน สายตาดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังเรือนฝั่งโน้นที่บัดนี้กำลังมีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่นางกำลังจะปิดหน้าต่างเพื่อกลับไปพักผ่อน เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นตรงระเบียงห้องอย่างเงียบเชียบ ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ตรงนั้น ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความกังวลระคนดุร้าย กลิ่นอายสนามรบและเลือดฝาดแผ่ออกจากกายแกร่งจนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว "เจ้าเป็นอันใดหรือไม่ จินเหยา?" สุเฟยหนุ่มเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั้นเจือไปด้วยความร้อนรนที่เขาพยายามปกปิดอย่างยิ่งยวด มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือนางไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปกับสายลม จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้เย็นชาต่อคนทั้งหล้า แต่กลับอ่อนโยนกับนางเพียงผู้เดียว มุมปากแย้มยิ้มบางเบา "หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะท่านอ๋อง... เพียงแต่เมื่อครู่ มีแขกไม่ได้รับเชิญแวะมาส่ง 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ถึงห้องนอนเท่านั้นเอง" เซียวจิ่งเหยียนกวาดสายตาสำรวจรอบห้อง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนจะถมึงทึงลงในพริบตา รังสีฆ่าฟันแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนน่าสะพรึงกลัว "ดูท่า... สุนัขในเรือนหลังเริ่มลืมตัวว่าใครเป็นเจ้าของชีวิตพวกมันเสียแล้ว" เขากำหมัดแน่นจนข้อต่องอ เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะบ่งบอกถึงโทสะที่พุ่งถึงขีดสุด ทว่าก่อนที่ท่านอ๋องจะทันได้บัญชาการสิ่งใด ขันทีสนิทหน้าซีดเผือดคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าลงหน้าเรือนด้วยตัวสั่นเทา "ท... ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีหนุ่มละล่ำละลักละลอกละลอยละเมอพูดด้วยความหวาดกลัว "พระชายารองซูเหม่ย... จู่ๆ นางก็กระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มสีดำสนิท ร่างกายชักเกร็งกรำเพ้อคลั่ง ร้องโหยหวนราวกับถูกไฟแผดเผา... ตอนนี้หมอหลวงที่ถูกเรียกตัวไปต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า... นางถูกอาคมสะท้อนกลับเล่นงานจนวิญญาณแตกซ่าน พะย่ะค่ะ!" เซียวจิ่งเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อยเหลือบมองสตรีข้างกายผู้มีรอยยิ้มประดับบนเรียวปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า จินเหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่อกเสื้อของท่านอ๋องเพื่อสงบอารมณ์ดุร้ายของเขาลง ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ดูเหมือนว่า... ผลกรรมจะเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้นะครับท่านอ๋อง" เซียวจิ่งเหยียนก้มลงมองใบหน้าอันงดงามล่มเมืองที่ฉาบด้วยรอยยิ้มอันตราย เขาแค่นยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก มือแกร่งยกขึ้นโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ขันทีหน้าถอดสีหนักกว่าเดิม "ถ้าเช่นนั้น... ก็จงปล่อยให้นางทรมานจนกว่าจะรุ่งสาง" ท่านอ๋องเอ่ยเสียงกร้าวไร้ความปรานี "แล้วไปป์ประกาศออกไป ใครก็ตามที่กล้าเล่นตุกติกในเรือนหลังนี้อีก... จุดจบของมันจะไม่ใช่แค่กระอักเลือดอย่างแน่นอน!" บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกัน ทว่าในขณะที่จินเหยากำลังจะผละออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่นนั้น สายตาดั่งทิพยเนตรของนางก็เหลือบไปเห็นเงาดำประหลาดร่างหนึ่ง—ร่างของผีเรือนคุณหญิงบัวที่หายสาบสูญไปนาน—กำลังยืนยิ้มแย้มอย่างน่าสยดสยองอยู่บนคานไม้เหนือศีรษะของพวกเขา พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเป็นคำพูดไร้เสียง ส่งตรงมาถึงโสตประสาทของจินเหยาเพียงคนเดียวว่า: *"ตัวตายตัวแทน... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ฮ่าๆๆ..."* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามบทเพลงรำพันจากศาลาริมน้ำโบราณเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%