กลิ่นควันธูปกฤษณาผสมผงกระดูกพรายลอยอวลจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความอึดอัดนั้นยังเทียบไม่ได้กับบรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของจวนอ๋อง ณ เบื้องหน้าหลี่จินเหยาในยามนี้ คือร่างชราในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรห้าเล็บของ “หมอหลวงเฉิน” ผู้ถือครองตำแหน่งแพทย์ประจำพระองค์องค์จักรพรรดิ ใบหน้าย่นยู่ราวกับผลส้มตากแห้งเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายทศวรรษทอดมองนางด้วยแววตระหนักดูถูกและเหยียดหยามอย่างไม่คิดปิดบัง
“เรียนท่านอ๋อง... หมอหลวงเฉินมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านคุกเข่ารายงานเสียงสั่น
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนน่ากลัว ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลัก ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีหันมาสบตากับหลี่จินเหยาเพียงเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ทว่าแววตานั้นแฝงความนัยอันล้ำลึก—เขากำลังเปิดทางให้ 'ชายา' ของตนได้แสดงฝีมือ เพื่อตบหน้าบรรดาขุนนางและราชสำนักที่ส่งหนอนบ่อนไส้เข้ามาลองดี
“คารวะท่านอ๋อง” หมอหลวงเฉินโค้งคำนับอย่างไม่เต็มร้อยนัก ก่อนจะหันมาปรายตามองหลี่จินเหยาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก “ได้ยินกิตติศัพท์ว่าพระชายาเอกทรงเชี่ยวชาญการรักษาโรคประหลาดที่พัวพันกับภูตผีวิญญาณ กระหม่อมผู้มีอายุมากแล้วและศึกษาตำราแพทย์หลวงมาค่อนชีวิต จึงต้องขอเดินทางมาดูให้เห็นกับตาว่า... วิชาแพทย์โบราณของสตรีในเรือนหลัง จะล้ำเลิศเกินหน้าตำรับหลวงสักเพียงใด”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ จากเหล่าหมอหลวงฝึกหัดและข้าราชบริพารที่ติดตามมาด้วย ทุกคนต่างรอคอยที่จะเห็นความอับอายของสตรีผู้กุมหัวใจท่านอ๋อง ทว่าหลี่จินเหยากลับมิได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย นางแย้มสรسวลน้อยๆ กิริยาท่าทางสง่างามราพณ์หงส์ฟ้า ราวกับไม่ได้ยินถวาจาเหน็บแนมนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ใต้เท้าเฉินมาได้จังหวะพอดียิ่งนักเจ้าค่ะ” หลี่จินเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากังวานใสราวกระดิ่งเงิน “หม่อมฉันกำลังจนปัญญาอยู่พอดีว่า เหตุใดพิธีปัดรังควานขับไล่วิญญาณชั่วร้ายในจวนอ๋องเมื่อคืนวาน จึงทำให้บ่าวไพร่มีอาการเลือดออกทวารทั้งเจ็ด... ในฐานะที่ท่านเป็นถึงหมอหลวงสายตรงผู้กุมตำรับยาอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน คงจะวินิจฉัยออกกระมังว่า อาการเช่นนี้เกิดจาก ‘คุณไสยมนต์ดำ’ หรือ ‘พิษสลายโลหิต’ กันแน่?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหมอหลวงเฉินแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาฝ้าฟางฉายแววตกใจระคนหวาดระแวง แต่เพียงชั่วพริบตาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย
“เหลวไหล! อาการเลือดออกทวารทั้งเจ็ด ย่อมเกิดจากวิญญาณอาฆาตในเรือนหลังเล่นงาน เพราะจวนหลังนี้มีประวัติศาสตร์นองเลือด พระชายาต่างหากที่รักษาคนไข้ผิดวิธี จนภูตผีโกรธเกรี้ยว!” หมอหลวงเฉินตวาดกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
หลี่จินเหยาไม่โต้เถียง นางเพียงแต่ก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปหาหมอหลวงชรา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ที่ติดกายโชยปะทะนาสิก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาหาใช่ความงามของนางไม่ หากแต่เป็นเข็มเงินเก้าเล่มที่เรียงรายอยู่ในมือเรียวบางนั้น
“วิญญาณโกรธเกรี้ยวหรือเจ้าคะ?” หลี่จินเหยาหัวسเราะในลำคอแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่คมวาววับขึ้นด้วยแสงสีทองเรืองรองจางๆ ที่มีเพียงนางเท่านั้นที่เห็น—ดวงตาทิพย์ที่ทะลุมิติมาพร้อมกับวิชาแพทย์แผนปัจจุบันและโบราณผนวกกัน นางมองทะลุผ่านเสื้อผ้าของหมอหลวงเฉินตรงไปยังถุงผ้าแพรที่ซ่อนอยู่ข้างเอว “ถ้าหากว่าเป็นวิญญาณอาฆาตจริง ไฉนเลยผงยา ‘หญ้าอัคคีโลหิต’ ที่ท่านซ่อนไว้ในถุงผ้าแพรปักลายเมฆ จึงมีกลิ่นฉุนติดตัวท่านมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าประตูจวนเล่าเจ้าค่ะ?”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงทันที ทุกสายตาหันขวับไปมองที่เอวของหมอหลวงเฉินโดยพร้อมเพรียง
ใบหน้าของหมอหลวงชราซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามรอยเหี่ยวย่น “เจ้า... เจ้ากล่าวหาข้ารับใช้เบื้องพระพักตร์องค์จักรพรรดิ มีหลักฐานอันใดไม่ทราบ!”
“หลักฐานหรือ?” หลี่จินเหยาปรายตามองไปยังถ้วยชาที่บ่าวเพิ่งรินให้หมอหลวงเฉิน นางยื่นมือไปหยิบเข็มเงินเล่มหนึ่งขึ้นมา จุ่มลงไปในถ้วยชาชาเขียวอุ่นกรุ่นนั้นเพียงชั่วอึดใจ เมื่อดึงขึ้นมา ปลายเข็มเงินก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึกจีน!
“ยานี้คือพิษเย็นจัดที่สกัดจากรากบัวอเวจี ผสมกับผงกระดูกพรายที่ซื้อมาจากตลาดมืดแดนใต้ ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาภายในสามวัน แล้วจึงกระอักเลือดตายอย่างทรมาน อาการนี้ตรงกับบ่าวไพร่ที่ล้มป่วยไม่มีผิดเพี้ยน... และน่าแปลกยิ่งนัก ที่พิษชนิดนี้มีแต่หมอหลวงขั้นสูงในสำนักแพทย์หลวงเท่านั้นที่มีสิทธิ์เบิกใช้จากคลังยาหลวง!”
คำพูดแต่ละคำของหลี่จินเหยาคมกริบดั่งใบมีด เชือดเฉือนสถานะและความน่าเชื่อถือของหมอหลวงสายตรงจนไม่เหลือชิ้นดี บรรดาข้าราชบริพารต่างพากันสูดปากด้วยความตื่นตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าพระชายาผู้เลอโฉมผู้นี้ จะมีความรู้ความสามารถล้ำลึกถึงเพียงนี้
ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนที่นั่งเงียบมานานค่อยๆ ขยับพระsurng พระองค์ทรงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กริ๊ก’ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด ดุจเสียงคำรามของพญาเสือที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
“คนของเปิ่นหวัง... ใครอนุญาตให้เจ้ามาลูบคมถึงในเรือน”
“ท่านอ๋องโปรดทรงพระอาญา!” หมอหลวงเฉินเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาด้วยฤทธิ์กดดันจากจิตสังหารอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างของท่านอ๋อง “กระหม่อม... กระหม่อมเพียงแต่...”
“เพียงแต่รับคำสั่งจากใครมาต่างหากล่ะเจ้าคะ” หลี่จินเหยาต่อประโยคให้ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “พระชายารองซูเหม่ยคงจะร้อนใจมากสินะ ถึงได้ยอมลงทุนจ้างหมอหลวงระดับสูงมาทำลายชื่อเสียงของหม่อมฉัน เพื่อหวังจะยัดเยียดความผิดฐานฆ่าบ่าวไพร่ให้แก่จวนอ๋อง”
สิ้นเสียงของนาง ประตูห้องโถงด้านข้างก็เปิดผางออกอย่างแรง ร่างอรชรในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนของซูเหม่ยปรากฏขึ้น ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและตกใจสุดขีด นางไม่คาดคิดเลยว่าแผนการที่วางไว้จะล่มไม่เป็นท่าในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้!
บรรยากาศภายในห้องโถงตึงเครียดถึงขีดสุด คมดาบแห่งการชิงอำนาจในเรือนหลังถูกชักออกจากฝักโดยสมบูรณ์ และไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... เบื้องหลังของหมอหลวงเฉินและซูเหม่ย ยังมีเงาปริศนาจากราชสำนักเบื้องสูงที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือดนั้นเอง พ่อบ้านก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทา ยื่นม้วนราชโองการประทับตราครั่งสีชาดด้วยมือที่สั่นระริก
“ท... ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง... แจ้งว่า... แจ้งว่าองค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้ปลดและกักบริเวณพระชายาเอกทันที ข้อหาใช้มนต์ดำและพิษร้ายปลิดชีพขุนนางในราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ!”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ ศาลาริมน้ำโบราณ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 17
พิธีปัดรังควาน
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!