กลิ่นอายของกำยานสนธยาผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นจากห้องใต้ดินของเรือนใหญ่ ลอยอวลอยู่ในความเงียบงันราวกับคราบน้ำตาที่ถูกปล่อยให้แห้งกรังบนใบหน้าของสตรีผู้ล่วงลับ ร่างระหงของหลี่จินเหยายืนนิ่งสงաբอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม้จันทน์แดง ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองหมองคล้ำ ที่ซึ่งเวลานี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ใบหน้าอันงดงามล้ำเลิศของนาง หากแต่ยังมีเงาร่างโปร่งแสงของคุณหญิงบัวยืนซ้อนทับอยู่เบื้องหลัง นัยน์ตาโหลลึกสีเลือดคู่นั้นจดจ้องตรงมาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความแค้นเคืองกับความเวทนา
"ข่าวลือในท้องตลาดลามเลียไปถึงท้องพระโรงแล้ว... จวนอ๋องผู้พิทักษ์บูรพทิศแห่งนี้ บัดนี้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'ดินแดนแห่งภูตผีและคำสาปมรณะ'" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนก้าวเท้าออกมาช้าๆ อาภรณ์สีนิลปักดิ้นลายมังกรห้ากรงเล็บสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงสำริด ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลักราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าดวงเนตรสีนิลกลับคมปลาบดุจใบมีดที่อาบด้วยยาพิษ
หลี่จินเหยาหันกลับไปเผชิญหน้า มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบเข็มเงินเล่มยาวที่วางอยู่บนถาดกระเบื้องเคลือบ นางระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบ "ข่าวลือย่อมไม่บินมาเองตามลมเพชรพัด ท่านอ๋องทรงทราบดีกว่าใครกระมังเพคะว่า เบื้องหลังลมปากของชาวประชา มีมือของผู้ใดกำลังคอยชักใยอยู่"
"ซูเหม่ย..." เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่กลับสร้างความหนาวเยือกให้แก่ผู้ฟัง "นางคิดว่าการใช้ประโยชน์จากความหวาดกลัวของฝ่าบาท และความงมงายของเหล่าขุนนางโบราณ จะสามารถบีบให้ฮ่องเต้มีรับสั่งปลดข้า หรืออย่างน้อยก็ลดทอนอำนาจทหารในมือลงได้ ช่างเป็นหมากตื้นเขินที่คิดการใหญ่เกินตัว"
"แต่หมากตื้นเขินเช่นนี้ หากถูกเดินถูกจังหวะ ก็สามารถทำให้กระดานพลิกคว่ำได้นะเพคะ" จินเหยาเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ กลิ่นกายหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนจางๆ ลอยปะทะนาสิกของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแผ่นดิน "พระองค์ก็ทรงทราบว่า ฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงอำนาจทหารในมือของท่านอ๋องมานานแรมปี การที่จวนอ๋องเกิดเรื่องประหลาด มีวิญญาณอาฆาต มีข่าวลือเรื่องคำสาป ย่อมเป็นข้ออ้างชั้นดีที่ราชสำนักจะส่ง 'ผู้ตรวจการพิเศษ' เข้ามาแทรกแซง"
สิ้นคำพูดของนาง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันจากลานเรือนด้านนอก เสียงเกราะเหล็กกระทบกันกรุ้งกริ้งบ่งบอกถึงกองกำลังจำนวนมากที่เข้ามาปิดล้อมเรือนหอหลังนี้ไว้ทุกด้าน
เซียวจิ่งเหยียนไม่แม้แต่จะขยับกายเขยื้อn รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ "ดูเหมือนว่า... ฝ่าบาทจะไม่ทรงอดทนรอให้ถึงยามเช้าเสียแล้ว"
ประตูกระดาษสาถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนแสบตา นำทัพโดยขันทีเฒ่าหลี่กงกง ผู้เป็นคนสนิทข้างพระกายฮ่องเต้ ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับผลไม้แห้งประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอมที่น่ารังเกียจ ด้านหลังคือเหล่าราชองครักษ์เสื้อแพรที่กุมดาบประจำกายแน่น พร้อมจะชักออกจากฝักได้ทุกเมื่อ
"ถวายพระพรท่านอ๋อง... ถวายพระพรพระชายา" หลี่กงกงประสานมือคำนับอย่างขอไปที สายตากวาดมองสำรวจไปทั่วห้องนอนที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความน่าสะพรึงกลัวจางๆ "ด้วยมีฎีกาด่วนจากขุนนางฝ่ายซ้าย ถวายรายงานต่อหน้าพระพักตร์ว่า จวนอ๋องผู้พิทักษ์ซ่อนเร้นภูตผีปีศาจ และมีการใช้ไสยดำมนตร์ดำเพื่อสะกดดวงวิญญาณผู้บริสุทธิ์ เป็นภัยมหันต์ต่อความมั่นคงของแผ่นดิน ฝ่าบาทจึงมีพระราชโองการด่วน... ให้ข้าหลวงตรวจสอบจวนอ๋องอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม!"
บรรยากาศภายในห้องพล Hดลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเซียวจิ่งเหยียน ดุจพญาเสือดาวที่กำลังถูกลบหลู่ถิ่นอาณาเขต
"บังAan!" เซียวจิ่งเหยียนคำรามต่ำในลำคอเพียงคำเดียว แต่กลับทำให้ขันทีเฒ่าถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปครึ่งหนึ่ง "ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เจ้ามาตรวจค้นเรือนส่วนตัวของราชนิกุลชั้นสูงเช่นนั้นหรือ หรือว่าเป็นพวกสุนัขรับใช้ที่เห่าหอนตามคำสั่งของเสนาบดีซือกันแน่!"
"ท่านอ๋องโปรดทรงกริ้วให้น้อยลงเถิดพ่ะย่ะค่ะ..." หลี่กงกงฝืนยิ้มเกลื่อนความหวาดกลัว รีบชูราชโองการสีเหลืองทองขึ้นสูง "นี่คือพระราชโองการตราตั้งตราประทับหยกแท้ ทุกคนในจวนต้องให้ความร่วมมือ หาไม่แล้ว... จะถือว่ามีใจเป็นกบฏต่อราชบัลลังก์!"
จินเหยาที่ยืนเงียบมาตลอดกาล ขยับกายก้าวขึ้นมาบังหน้าท่านอ๋องไว้ครึ่งก้าว ดวงตาคู่งามฉายแววเยือกเย็นเฉียบคม นางมิได้แสดงความหวาดกลัวต่อกองกำลังนับร้อยที่อยู่ด้านนอกเลยแม้แต่น้อย
"ตรวจค้นอย่างละเอียดสินะเพคะ..." จินเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกระจ่าง ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้อง "ในเมื่อหลี่กงกงอุตส่าห์นำราชโองการมาด้วยตนเอง หม่อมฉันในฐานะแพทย์หญิงผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยในจวน ย่อมยินดีต้อนรับ แต่หากว่า... การตรวจค้นครั้งนี้ไม่พบสิ่งใดที่เป็นไสยดำดังที่กล่าวอ้าง เล่ห์เหลี่ยมใส่ร้ายป้ายสีนี้ หลี่กงกงจะเอาศีรษะของใครมาเดิมพัน?"
ขันทีเฒ่าชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าสตรีตัวเล็กๆ นางนี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับตนเองต่อหน้าทหารนับรอย "พระชายาโปรดระวังพระ oacg! ข้าหลวงทำตามหน้าที่ของราชสำนัก จะมาพูดเรื่องเดิมพันอันใดกัน... เร็วเข้า! ค้นให้ทั่ว! อย่าให้เหลือแม้แต่ซอกมุมเดียว!"
สิ้นเสียงสั่งการ เหล่าราชองครักษ์เสื้อแพรนับสิบก็กรูเข้ามาในห้อง รื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย เสื้อผ้า เครื่องประดับ และตำราโบราณถูกปัดตกเกลื่อนพื้น ทว่าในขณะที่องครักษ์นายหนึ่งกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดหีบไม้จันทน์โบราณที่ตั้งอยู่มุมอับ ซึ่งเป็นที่ซ่อนของ 'ยันต์อาคมโลหิต' ของซูเหม่ยที่ถูกนำมาวางสลับไว้เพื่อปรักปรำ
*ฉับพลัน!*
ลมพายุหมุนขนาดย่อมพัดกรรโชกเข้ามาในห้องปิดทึบอย่างไร้ที่มา เปลวไฟจากตะเกียงสำริดดับวูบลงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความมืด คือเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังระคายหูอยู่ข้างกกหูของทุกคน
*"ใคร... บังอาจรบกวนการพักผ่อนของข้า..."*
ร่างโปร่งแสงของคุณหญิงบัวปรากฏขึ้นกลางห้อง ดวงตาสีเลือดโพลนจดจ้องตรงไปยังขันทีเฒ่าหลี่กงกงและเหล่าราชองครักษ์ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งจนน้ำค้างแข็งเกาะตามบานหน้าต่าง
หลี่กงกงกรีดร้องเสียงหลงล้มหงายหลัง ก้นกระแทกพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นภูตผีตรงหน้า ชี้ไม้ชี้มือสั่นเทา "ผี... ผีหลอก! มีผีจริงๆ ด้วย!"
ทว่า ในวินาทีที่ความโกลาหลถึงขีดสุดนั้นเอง หลี่จินเหยาไม่ได้สนใจภูตผีตรงหน้า นางกลับก้มลงมองที่พื้น ใกล้กับกองตำราที่ถูกรื้อค้น นางพบห่อผ้าแพรสีดำสนิทที่ถูกโยนเข้ามาโดยฝีมือของใครบางคนจากนอกหน้าต่าง มือเรียวรีบหยิบมันขึ้นมาเปิดออกดู แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างสาดส่องลงบนวัตถุภายใน ทำให้ดวงตาคู่คมของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
นั่นคือ 'ตราประทับลับ' ของกองทัพพยัคฆ์ประจิม... กองกำลังส่วนตัวที่ขึ้นตรงต่อองค์รัชทายศ! และมันถูกซ่อนไว้ในห้องของท่านอ๋อง เพื่อยัดข้อหา 'ซ่องสุมกำลังพลเป็นกบฏ' อย่างสมบูรณ์แบบ!
เซียวจิ่งเหยียนก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือของนาง แววตาคมกริบวาบแสงดุร้ายราวกับสัตว์ป่าในยามค่ำคืน ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม
"ดูเหมือนว่า... ฮไม่ได้มีแค่ซูเหม่ยคนเดียวเสียแล้วที่อยากให้ข้าตาย..." เซียวจิ่งเหยียนกระซิบข้างหูนาง เสียงนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล "องค์รัชทายศ... ส่งสุนัขมาเห่าถึงเรือนหอของข้าเองเชียวหรือ"
ทันใดนั้นเอง ประตูเรือนชั้นนอกก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบ เสียงฝีเท้าของทหารกองกำลังรักษาพระนครนับพันนายก็บุกเข้ามาล้อมรอบจวนอ๋องไว้แน่นหนา พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานของแม่ทัพหลวงที่ถือราชโองการฉบับใหม่ล่าสุด
"ราชโองการด่วนที่สุด! ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนและพระชายา มีความผิดฐานซ่องสุมตราประทับกบฏและคบคิดกับแดนศัตรู...
*...ให้จับกุมตัวทันที! ผู้ใดขัดขืน มีโทษประหารทั้งโคตร!"*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 16
ราชสำนักระอุ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!