เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 15

รุ่งอรุณแห่งพันธะสัญญา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
รอยเปื้อนสีดำสนิทบนคานไม้สักทองรูปดอกบัวสลักกลับหัวกำลังส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งราวกับโลหิตสดๆ หยดลงมาโดนพื้นพรมปักลายเมฆา หลี่จินเหยากวาดสายตาคมกริบมองไปยังคราบนั้นโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา ปลายเล็บเรียวสวยจิกเข้าหาฝ่ามือจนเนื้อแทบปริ แววตาดุจดั่งประกายไฟในเตาถ่านยามค่ำคืนไม่ได้ฉายความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...มันคือความเด็ดเดี่ยวอันเยือกเย็นที่หลอมรวมขึ้นจากซากปรักหักพังของความตายในชาติภพก่อน "เจ้ากำลังใช้ความตายของคนทั้งเรือนมาเป็นเครื่องรองรับอำนาจของตนเอง ซูเหม่ย... เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก" น้ำเสียงหวานใสแต่ทุ้มต่ำกังวานก้องไปทั่วห้องโถงรับรองอันเงียบสงบ ร่างระหงในชุดฮั่น복สีจันทราปักลายเถาตำลึงทองก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชาไม้หอมทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยท่วงทีของสตรีผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองไว้ในกำมือ ไม่ใช่หมากตัวเบี้ยที่รอให้ผู้ใดมาเขี่ยทิ้งตามอำเภอใจ เบื้องหน้าของนางคือร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "เทพสงครามผู้ไร้ใจ" แห่งแคว้นต้าเซียว ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง ร่างของเขายังคงแผ่ไอเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีออกมา ทว่าแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นใต้ร่มผ้าไหมสีดำสนิทนั้น กลับสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมที่จะปกป้องนางจากพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาทุกสารทิศ "จินเหยา..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อเอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ถูกกดทับด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ "ไสยดำสายโลหิตของตำหนักบูรพาไม่ใช่วิชาที่ผู้มีเนื้อหนังมังสาจะรับมือได้ง่ายดาย เจ้าเอาตัวเข้าแลกเช่นนี้ คิดว่าเปิ่นหวางจะปล่อยให้เจ้าเจ็บตัวฟรีหรือ" หลี่จินเหยาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย นางหันกลับมาสบตาคมคู่นั้น รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้กำลังสะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ "ถ้าหม่อมฉันไม่เดินลงไปในหลุมพรางที่นางขุดดักรอไว้ ท่านอ๋องจะทรงลากหน้ากากจอมปลอมของพระชายารองออกมาประจานต่อหน้าเสนาบดีกรมอุุดงได้หรือเพคะ? พวกเราต่างก็รู้ดีว่า... ศัตรูในเงามืดไม่ได้มีแค่สตรีผู้นั้นคนเดียว" คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจความจริงอันเน่าเฟะของราชสำนัก ภายในจวนอ๋องแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงวิญญาณอาฆาตของคุณหญิงบัวที่คอยตามทวงหนี้เลือดจากอดีต แต่ยังมีสายตาอันหิวกระหายขององค์รัชทายาทและเหล่าขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่คอยจ้องจะฮุบอำนาจทหารในมือของเซียวจิ่งเหยียน การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขาจึงไม่ใช่เรื่องของความเสน่หา หากแต่เป็น "พันธะเลือด" ที่ถูกถักทอขึ้นท่ามกลางคมดาบ เซียวจิ่งเหยียนก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษอันเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาโชยเข้าแตะนาสิก นิ้วมือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบเอื้อมไปสัมผัสปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มเนียนของนางแผ่วเบaสัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอมอย่างหาได้ยากยิ่ง จนสตรีผู้แข็งกร้าวอย่างนางยังต้องสะท้านเฮือกในอก "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... จินเหยา" เขาเอ่ยชิดริมหู เสียงกระซิบนั้นต่ำพร่าจนเกือบกลายเป็นเสียงคำรามในลำคอ "แต่นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ด้านซ้ายของเจ้าคือดาบในมือข้า ด้านขวาของเจ้าคืออาณาเขตที่ห้ามผู้ใดล่วงล้ำ หากใครมันบังaาญแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว เปิ่นหวางจะเผาทำมันให้มอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ธุลีดิน" คำประกาศิตนั้นไม่ใช่คำเกี้ยวพาราสีอันหวานเลี่ยน แต่คือคำสัตย์สาบานแห่งเลือดและเหล็กกล้าที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณเร่ร่อนที่สถิตอยู่ตามซอกมุมมืดของเรือนโบราณ ลมพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างไม้แกะสลักกระแทกปิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับความมืดมิดภายนอกกำลังคำรามรับคำประกาศของท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหด หลี่จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันและเด็ดเดี่ยวคู่นั้นฉายประกายแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้ง นางยกมือขึ้น วางทับลงบนฝ่ามือหนาที่ยังคงประคองแก้มของนางอยู่ ผิวเนื้อที่เย็นเยียบของทั้งคู่ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในความหนาวเหน็บของราตรีนี้ "เช่นนั้น... เรามาทำสัญญากันเพคะท่านอ๋อง" น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าหนักแน่นดั่งหินผา "หม่อมฉันจะใช้ดวงตาทิพย์นี้มองทะลุเล่ห์กลและวิญญาณร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ส่วนท่าน... จงใช้กองทัพพยัคฆ์ทมิฬกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก ศัตรูหน้าไหนที่ขวางทางเรา ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี... วันนี้จะต้องชดใช้" มุมปากหยักลึกของเซียวจิ่งเหยียนยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่งดงามและอันตรายที่สุดในแผ่นดิน เขากุมมือเรียวบางนั้นไว้แน่น ประสานปลายนิ้วเข้าหากันจนแน่นสนิท ราวกับจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปได้อีกตลอดกาล เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของผีเรือนคุณหญิงบัวดังแว่วมาจากลานเรือนด้านนอก ผสมผสานกับเสียงฝีเท้าของกองกำลังลับที่กำลังเคลื่อนพลปิดล้อมเรือนพักของพระชายารองซูเหม่ยอย่างเงียบเชียบ ปฏิบัติการกวาดล้างองค์ที่หนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีทางหวนกลับหลังได้อีกต่อไป ในขณะที่ทั้งสองกำลังประสานสายตากันด้วยความเชื่อมั่นอันเต็มเปี่ยม เสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงรายงานอันสั่นเครือของพ่อบ้านจางที่ดังทะลุผ่านความมืดเข้ามา "ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทางคุกใต้ดิน... ตราประทับพยัคฆ์ทองคำที่เก็บไว้ในหีบเหล็กศิลา... อยู่ๆ ก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเป็นเลือด และที่สำคัญที่สุด..." พ่อบ้านชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความหวาดผวา "มีราชโองการลับจากฮ่องเต้... ส่งตรงมาถึงมือพระชายารองซูเหม่ยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจิ่งเหยียนหรี่ตาลงคมกริบ รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งออกจากร่างทันที ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว หลี่จินเหยากลับเป็นฝ่ายดึงแขนเขาไว้เบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "ดูท่า... หมากตานี้ของพวกมัน จะรีบเร่งเดินเร็วกว่าที่เราคิดเสียอีกเพคะท่านอ๋อง" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%