กลิ่นอายจางๆ ของกำยานกฤษณาผสมกลิ่นเลือดสดๆ ลอยอวลอยู่ในห้องโถงใหญ่ของเรือนบูรพา ราวกับคราบมลثมลที่กาลเวลาไม่อาจชะล้างให้เจือจาง หลี่จินเหยายืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์หอม มือเรียวบางตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าจรดลงบนกระดาษสา บันทึกอาการไข้พิษของบ่าวรับใช้ที่เพิ่งถูกวางยาอย่างแม่นยำ ทุกรอยหมึกที่ปรากฏล้วนเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว ไม่หลงเหลือเค้าลางของสตรีอ่อนแอผู้เคยถูกรังแกจนต้องผูกคอตายใต้ถุนเรือนแห่งนี้แม้แต่น้อย
"คุณหนู... บ่าวได้ยินเสียงฝีเท้าจากทางประตูด้านนอกแล้วเจ้าค่ะ เกือกม้าศึกและเสียงเกราะกระทบกันเช่นนี้... น่าจะเป็นขบวนเสด็จของท่านอ๋อง!" เสี่ยวลี่ สาวรับใช้คนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
จินเหยาเพียงชะลอปลายพู่กันลงชั่วพริบตา นางมิได้เงยหน้าขึ้นตื่นตระหนกแต่อย่างใด ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มบางเบาราวกับกำลังรอคอยแขกผู้สูงศักดิ์มานานแสนนาน "ตื่นตระหนกไปไยเล่าเสี่ยวลี่ ในเมื่อสามีผู้เย็นชาของข้าผู้นี้ อุตส่าห์เมตตาเดินทางมาเยี่ยมเยียนเรือนร้างหลังนี้ทั้งที เราก็ควรต้อนรับเขาด้วย... ของขวัญชิ้นงามสักชิ้นมิใช่หรือ"
*แอ๊ด...*
บานประตูไม้สักทองแกะสลักลวดลายมังกรพ่นไฟถูกผลักเปิดออกด้วยพลังลมภายในอันกล้า Mแกร่ง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทมิฬก้าวล่วงเข้ามาภายในห้อง อุณหภูมิรอบกายราวกับลดฮวบลงจนเกิดเป็นไอน้ำบางเบารอบริมฝีปาก เซียวจิ่งเหยียน ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพายัพ แววตาดุจดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองสำรวจทั่วห้องโถงด้วยความเยียบเย็น ทว่าเมื่อสายตาคมกริบนั้นปะทะเข้ากับร่างระหงของสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกคุ้นเคยและขัดแย้งบางอย่างก็วูบไหวผ่านนัยน์ตาคู่คม
นี่หรือคือหลี่จินเหยา... สตรีโง่เขลาเบาปัญญาที่เขาเคยสั่งขังลืมไว้ ณ เรือนหลังนี้?
เหตุไฉนดวงตาสง่านู้นจึงไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลย ทว่ากลับเต็มไปด้วยประกายระยับของความรู้เท่าทัน ราวกับนางกำลังมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจของเขา
"เจ้ากล้าดียังไงถึงยังยืนหยัดอยู่ต่อหน้าเราโดยไม่คุกเข่าถวายพระพร?" สสุเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นดุจเสียงอสุนิบาตฟาดกลางใจ แรงกดดันจากลมปราณระดับสูงแผ่ซ่านกดทับจนอากาศในห้องแทบหยุดนิ่ง
จินเหยาสูดลมหายใจเข้าลึก นางค่อยๆ วางพู่กันลงอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับท่านอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม นางย่อกายลงทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ ทว่าท่วงทีนั้นกลับมิได้ก้มหัวให้อย่างยอมจำนน นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งเกียรติยศ
"หม่อมฉันถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ... หาได้บังอาจล่วงเกินไม่ เพียงแต่หม่อมฉันกำลังสงสัยว่า เหตุใดท่านอ๋องผู้ปรีชาสามารถ จึงทรงยอมเสียเวลาอันมีค่า เสด็จมายังเรือนร้างที่แม้แต่สุนัขยังเมินหนีเช่นนี้ หรือว่า... ทรงได้กลิ่นอายความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในจวนของพระองค์เองกันแน่?"
คำพูดสามหาวและตรงไปตรงมาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจทำให้องครักษ์เงาที่ติดตามมาถึงกับชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่งด้วยความตกใจ เซียวจิ่งเหยียนหรี่ตาลงอันตราย ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางด้วยความเร็วปานสายฟ้า มือหนาดั่งกรงเล็บเหล็กคว้าเข้าที่คางเรียวของนางอย่างแรง บังคับให้เงยขึ้นรับสัมผัสเย็นยะเยือก
"สามหาว! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาพูดจาเช่นนี้กับเรา หลี่จินเหยา... เจ้าเปลี่ยนไปมาก หรือว่าวิญญาณชั่วร้ายตนใดเข้าสิงร่างเจ้ากันแน่?" สุ้มเสียงของเขาเยียบเย็นจนน่าขนพองสเกล ทว่าจินเหยากลับไม่สะดุ้งสะเทือน นางกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่หาญกล้าที่สุดในชีวิตของเขา
นิ้วเรียวบางของแพทย์หญิงแห่งยุคปัจจุบัน ค่อยๆ ยกขึ้นแตะลงบนหลังมือของท่านอ๋องที่บีบคางนางอยู่ นางไม่ได้ปัดป้อง แต่มองลึกลงไปในดวงตาที่แข็งกร้าวคู่นั้นด้วยสัมผัสพิเศษที่มองเห็นไอร้ายสีดำทมิฬล้อมรอบตัวเขาอยู่
"วิญญาณชั่วร้ายหรือเพคะ? เกรงว่าท่านอ๋องควรจะห่วงใยคนใกล้ตัวที่กำลังรินยาพิษใส่ถ้วยชาให้พระองค์เสวยในงานเลี้ยงคืนนี้เสียมากกว่า... ท่านพี่"
เซียวจิ่งเหยียนชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย คำว่า 'ท่านพี่' ที่หลุดออกจากปากนาง ไม่ได้แฝงความออดอ้อนหรือหวาดกลัว แต่มันคือคำประกาศิตของสตรีผู้กุมความลับเป็นตายร้ายดีของจวนอ๋องเอาไว้ทั้งหมด
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านใหญ่ก็ดังแทรกขึ้นมาจากนอกประตู พร้อมกับเสียงหอบหายใจโยนความตกใจระลอกใหม่เข้ามา
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระชายารองซูเหม่ย... จู่ๆ ก็กระอักเลือดออกมาดำสนิทขณะกำลังนั่งสมาธิอยู่ในเรือนทักษิณ ร่างกายของนาง... ร่างกายของนางกำลังเน่าเปื่อยจากภายในลุกลามออกมาอย่างรวดเร็วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ่งเหยียนหันขวับกลับไปมองประตูทันที สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยให้เขารับรู้ได้ทันทีว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ถูกควบคุมไว้ด้วยมือของใครบางคนแล้ว เขาก้มมองสตรีในอาณัติที่ยังคงแย้มยิ้มอย่างลึกลับอยู่เบื้องหน้า
จินเหยาค่อยๆ ปัดมือเขาออกอย่างนุ่มนวล นางขยับกายถอยหลังหนึ่งก้าว จัดอาภรณ์ให้เข้าที่ด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชสีห์ที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ
"ดูเหมือนว่า... อาคูรรับเชิญของท่านอ๋องจะเริ่มออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คิดนะเพคะ"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 5
การพบกันครั้งแรกกับท่านอ๋อง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!