กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางอยู่ในไอน้ำชาผู่เอ่อร์ร้อนกรุ่น ช่างเป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคยเสียเหลือเกินสำหรับจวนอ๋องบูรพาแห่งนี้
"เจ้ากล้าดื่มมันจริง ๆ หรือ... จินเหยา"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มจากแดนเหนือดังขึ้น ท่าوَะความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องหออับทึบ แสงเทียนสีชาดวับแวมสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายดั่งเทพสลักของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องร่างระหงของสตรีตรงหน้าเขม็ง ราวกับต้องการมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตวิญญาณนาง
หลี่จินเหยายังคงนั่งนิ่งสงบอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายหงส์สวรรค์ ปิ่นทองคำประดับไข่มุกราตรีบนเรือนผมสีดำขลับไหววูบตามจังหวะลมหายใจ นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความเย้ยหยันอยู่ในที
บนโต๊ะกลมไม้จันทน์หอมเบื้องหน้า มีศพของนางบำเรอสาวคนสนิทของพระชายารองซูเหม่ยทอดร่างไร้วิญญาณอยู่ เลือดสีดำคล้ำไหลนองลงสู่พื้นพรมเปอร์เซียราคาแพง ผิวหนังของร่างไร้ลมหายใจนั้นพุพองขึ้นเป็นวงกว้าง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าของสมุนไพรโบราณผสมพิษแมลงสาบและวิญญาณอาฆาต เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดว่านี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตายธรรมดา แต่เป็นการ "เล่นของ" ด้วยไสยดำสายมารที่ใช้ชีวิตคนมาสังเวยพิธีบางอย่าง
"ท่านอ๋องกำลังทดสอบหม่อมฉันด้วยศพไร้ญาติผู้นี้กระนั้นหรือพ่ะยะค่ะ... อ้อ ไม่สิ เพลานี้หม่อมฉันควรแทนตัวเองตามธรรมเนียมสตรีในเรือนหลังสินะเพพะคะ" จินเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก
เซียวจิ่งเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้สตรีผู้กล้าต่อรองกับพญายมอย่างไม่เกรงกลัว อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองรูปมังกรทะยานฟ้าขับเน้นรัศมีอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวให้แผ่ซ่านไปทั่วห้องหอ
"ในจวนนี้ ผู้ใดตายล้วนไร้ค่า... แต่การที่นางตายในห้องหอของชายาเอกในคืนอภิเษกเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" เซียวจิ่งเหยียนโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง "ซูเหม่ยส่งนางมาวางยาพิษเจ้า แต่คนผู้นี้กลับชิงตายก่อนด้วยพิษย้อนกลับ... ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่า เจ้าใช้เล่ห์กลอันใด หักหลังความตายมาได้ถึงสองครา"
จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบ ดวงตาทิพย์ของนางในยามนี้มองเห็นไอสีดำทมิฬลอยวนอยู่รอบกายของเซียวจิ่งเหยียน เป็นเงาดำของหญิงชราผู้หนึ่ง—ผีเรือนคุณหญิงบัว วิญญาณอาฆาตที่สิงสถิตอยู่ ณ เรือนหอหลังนี้มานานนับร้อยปี นางกำลังยืนแยกเขี้ยวส่งเสียงหัวเราะโหยหวนอยู่ด้านหลังของท่านอ๋อง โดยที่บุรุษผู้ยิ่งใหญ่หาได้รู้ตัวไม่
"หม่อมฉันไม่ได้ใช้เล่ห์กลใดเพคะ... นอกจากความรู้ของแพทย์ผู้หนึ่ง" จินเหยาเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกไปหยิบถ้วยชาที่มียาพิษเจืออยู่ขึ้นมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกับผิวถ้วยเคลือบกระเบื้องอย่างแผ่วเบา "พิษในถ้วยนี้คือ 'หุบผายาพิษเจ็ดราตรี' ผสมน้ำตาสตรีตรอมตรม เป็นตำรับยาจากแดนใต้ที่พระชายารองซูเหม่ยโปรดปรานนัก นางคงคิดว่าหม่อมฉันเป็นเพียงคุณหนูตกอับจากตระกูลขุนนางเรืองอำนาจที่ไร้พิษสง จึงส่งสาวใช้ผู้โชคร้ายผู้นี้มาลองยา แต่ความจริงแล้ว... นางลืมไปว่า คนที่เคยเหยียบย่างผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมรู้ว่ากลิ่นอายของความตายมีรสชาติเช่นไร"
คำพูดของนางดังก้องกังวาน ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เซียวจิ่งเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคู่นั้นฉายประกายความพึงพอใจระคนความระแวงสงสัย สตรีผู้นี้ช่างน่าสนใจ... นางมิใช่ดอกไม้งามในห้องหอที่รอวันเหี่ยวเฉา หากแต่เป็นคมดาบอาบยาพิษที่ซ่อนอยู่ในฝักอันงดงาม
"เจ้ากล้ากล่าวหาพระชายารองเช่นนี้ มีหลักฐานอันใดมายืนยัน" อ๋องหนุ่มเอ่ยถามเสียงเยือกเย็น มือหนาเอื้อมไปแตะปลายคางมนของนาง บีบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาล
"หลักฐานหรือเพคะ..." จินเหยาแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ นางปรายตามองไปยังร่างไร้วิญญาณบนพื้น ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่า "รอยแผลพุพองรูปดอกบัวโลหิตบนฝ่ามือของนาง นอกเหนือจากพิษแมลงสาบแล้ว ยังมี 'ผงเถ้ากระดูกผีตายโหง' ผสมอยู่ด้วย ซึ่งผงชนิดนี้มีเพียงผู้ที่ฝึกวิชาไสยดำสายหยางหลอนในเรือนทิศใต้เท่านั้นที่เป็นผู้ครอบครอง... และถ้าท่านอ๋องทรงก้าวไปเปิดหีบไม้จันทน์ในห้องนอนของซูเหม่ยตอนนี้ ท่านก็จะพบเส้นผมของคนตายที่ใช้ทำคุณไสยถูกซ่อนอยู่ใต้ฐานพระพุทธรูป"
บรรยากาศในห้องพลันเงียบกริบลงในทันที เสียงลมหายใจของทั้งสองประสานกันท่ามกลางความหนาบของราตรี เซียวจิ่งเหยียนชะงักไปเล็กน้อย รังสีอำมหิตรอบตัวเข้มข้นขึ้นจนอากาศแทบแข็งตัว ชายหนุ่มมิได้แปลกใจในความชั่วร้ายของซูเหม่ย เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าอนุภรรยาผู้นี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงคือ สตรีตรงหน้ากลับล่วงรู้กลลวงทั้งหมดนี้ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามที่ก้าวเท้าเข้ามาในจวน!
"เจ้าเป็นใครกันแน่... หลี่จินเหยา" เซียวจิ่งเหยียนกระซิบชิดริมหีบปากของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง
ก่อนที่จินเหยาจะทันได้เอ่ยคำใดตอบโต้ ประตูห้องหอไม้แกะสลักโบราณก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลังขององครักษ์เงา ร่างในชุดเกราะโลหิตพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าท่านอ๋องด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าอาบด้วยหยาดเหงื่อและฝุ่นควัน
"ท่านอ๋องพ่ะยะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." องครักษ์เงารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "กองกำลังลับของไทเฮาเคลื่อนพลปิดล้อมจวนอ๋องแล้วพ่ะยะค่ะ! และ... และในห้องนอนของพระชายารองซูเหม่ยเวลานี้..."
องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเซียวจิ่งเหยียนเย็นเฉียบ
"...พบศพของซูเหม่ยถูกควักหัวใจหายไป พร้อมกับราชโองการลับสลักเลือดจากฮ่องเต้ ที่สั่งปลดท่านอ๋องและประทานความตายแก่ชายาเอกในข้อหากบฏ!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 6
กลิ่นอายความตายในห้องหอ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!