เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 4

ถ้วยชาอาบยาพิษ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอายความตายอันหนาหนักมิได้มาพร้อมกับเสียงคำรามของสายฟ้า หากแต่ลอยอวลมากับละอองหมอกสีเทาหมองที่ซึมผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้สักทอง เงาร่างโปร่งแสงสีขาวโพลนของคุณหญิงบัวทอดทับลงบนพื้นเบื้องหน้า รัศมีแห่งความอาฆาตแผ่ซ่านจนเปลวไฟในตะเกียงน้ำมันกระพือไหววูบคล้ายจะดับลงได้ทุกเมื่อ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของหลี่จินเหยาหาใช่ดวงตากลวงโบ๋ที่เต็มไปด้วยหยาดเลือดของวิญญาณบรรพบุรุษไม่ แต่มันคือแผ่นกระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าในมือเรียวโปร่งแสงนั้น—ราชโองการลับฉบับที่สอง ที่มีคราบเลือดสีชาดเปรอะเปื้อนอยู่บนตราประทับตระกูลซูอย่างเด่นชัด "เจ้ากำลังพยายามบอกสิ่งใดแก่ข้า..." เสียงกระซิบแผ่วเบาของหลี่จินเหยาหลุดออกจากริมฝีปากบาง นางไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาทิพย์ของแพทย์หญิงหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ สติปัญญาอันเฉียบคมวิเคราะห์ร่องรอยบนราชโองการฉบับนั้นในเสี้ยววินาที ตระกูลซู... ตระกูลที่กำลังเรืองอำนาจในราชสำนักและมีพระชายารองซูเหม่ยคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง เหตุใดจึงมีตราประทับปรากฏอยู่บนเอกสารลับที่เชื่อมโยงกับความตายของคุณหญิงบัวเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่วิญญาณเบื้องหน้าจะทันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ แผ่วเบาทว่าทรงอำนาจจนทำลายความเงียบงัดในยามวิกาล *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* "ชายาหลี่... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ดับตะเกียงเล่าพ่ะย่ะค่ะ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันคือเสียงของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน ผู้ซึ่งไม่เคยย่างกรายมายังเรือนพักของนางในยามวิกาลเช่นนี้มาก่อน หลี่จินเหยาขมวดคิ้วมุ่น นางหันกลับไปมองทางหน้าต่างอีกครั้ง ทว่าเงาร่างของคุณหญิงบัวกลับเลือนหายไปในอากาศธาตุ ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นหลงเหลือไว้เพียงกลิ่นอายความเย็นเยียบที่ยังคงติดอยู่ปลายจมูก "หม่อมฉันยังไม่นอนเพค่ะ ท่านอ๋องเชิญเข้ามาเถิดเพค่ะ" นางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จัดระเบียบอาภรณ์บนกายให้เรียบร้อยในพริบตา ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายสงครามและกลิ่นจันทร์หอมจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาดมองสำรวจทั่วห้องพัก ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของสตรีตรงหน้า "ดึกดื่นป่านนี้ เจ้ายังไม่อีกหรือ?" เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความระแวงระวังตามสัญชาตญาณของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน "หม่อมฉันกำลังคิดถึงเรื่องราวบางอย่างเพค่ะ..." หลี่จินเหยาแย้มรอยยิ้มบางเบາ ดั่งดอกเหมยแย้มกลีบกลางเหมันต์ฤดู นางก้าวเข้าไปใกล้บุรุษผู้ทรงอำนาจเบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงไออุ่นแผ่ซ่านจากร่างกายของเขาที่ตัดกับความหนาวเหน็บจากวิญญาณเมื่อครู่ได้อย่างสิ้นเชิง "และดูเหมือนว่า... จะมีผู้ประสงค์ร้ายส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้หม่อมฉันได้ขบคิดในยามวิกาลเสียด้วยเพค่ะ" ในจังหวะนั้นเอง ข้ารับใช้หญิงคนสนิทของพระชายารองซูเหม่ยก็ก้าวเข้ามาทางด้านหลังของท่านอ๋อง ในมือถือถาดกระเบื้องเคลือบสีมุก บนนั้นมีถาดชาเซรามิกเนื้อดีลอยกรุ่นควันบางเบา ส่งกลิ่นหอมหวานชวนลุ่มหลง "ทูลท่านอ๋อง... ทูลพระชายาหลี่ นี่คือชาสมุนไพรบำรุงโลหิตที่พระชายารองซูเหม่ยให้บ่าวต้มมาถวาย เพื่อแสดงความจริงใจและขออภัยต่อเหตุการณ์เมื่อวันก่อนเพค่ะ" นางบ่าวรับใช้กล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ทว่าดวงตาทั้งคู่กลับหลบซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างมิดชิด เซียวจิ่งเหยียนปรายตามองถ้วยชาบนถาดด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาจนบ่าวรับใช้ตัวสั่นเทา "ชาบำรุงโลหิตยามวิกาลเช่นนี้... น่าสนใจยิ่งนัก" หลี่จินเหยาปะทะสายตากับท่านอ๋องเพียงเสี้ยววินาที นางอ่านความนัยในดวงตาคู่นั้นออกทันที เซียวจิ่งเหยียนย่อมรู้ว่านี่ไม่ใช่ชาธรรมดา แต่เขาต้องการดูว่า 'พระชายาเอก' ผู้ลึกลับและปราดเปรื่องของเขาผู้นี้ จะจัดการกับกับดักตรงหน้าอย่างไร แพทย์หญิงยอดอัจฉริยะมิได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกไปรับถ้วยชาถ้วยนั้นมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเซรามิกที่ยังคงความร้อนระอุ กลิ่นหอมหวานของชาสมุนไพรนั้นแฝงไว้ด้วยกลิ่นฉุนจางๆ ของ 'พิษสลายจันทรา'—พิษโบราณที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างเงียบเชียบ ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะสิ้นใจภายในสามชั่วยามโดยไม่ทิ้งร่องรอย ราวกับไหลตายไปเอง บ่าวรับใช้ของซูเหม่ยลอบยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ คิดว่าเหยื่อกำลังจะเดินลงหลุมพรางด้วยความโง่เขลา หลี่จินเหยายกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก ท่าทางสง่างามราวกับกำลังดื่มด่ำกับชารสเลิศในงานเลี้ยงราชสำนัก ทว่าภายใต้ร่มเงาของแขนเสื้อกว้าง นิ้วมือเรียวยาวของนางกลับดีดเข็มเงินบริสุทธิ์เล่มจิ๋วลงไปในถ้วยชาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ เพียงชั่วพริบตา เข็มเงินเล่มนั้นก็เปลี่ยนจากสีเงินยวงเป็นสีดำสนิทสนม บ่งบอกถึงปริมาณพิษร้ายแรงที่อัดแน่นอยู่ภายในถ้วย นางชะงักการดื่มเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบ่าวรับใช้ผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา "ชาถ้วยนี้หอมหวลยิ่งนัก..." หลี่จินเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่ดูท่าทาง... สุขภาพของข้าในคืนนี้ คงจะรับความหวังดีอันหนักหน่วงจากพี่หญิงซูไม่ไหวเสียแล้วกระมัง" สิ้นคำพูด ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง มือหนาคว้าข้อมือของนางไว้เบื้องหน้า ก่อนที่เขาจะปัดถ้วยชาในมือของนางร่วงหล่นลงสู่พื้นกระเบื้อง เสียงแตกกระจายดังสนั่น หยดน้ำชาสีเข้มกัดกร่อนพื้นศิลาจนเกิดควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมา น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก! บรรยากาศภายในห้องพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง เซียวจิ่งเหยียนก้มลงมองซากถ้วยชาเบื้องล่าง แววตาดุร้ายฉายประกายอำมหิตดั่งพญายมราชที่พร้อมจะคร่าชีวิตผู้บังอาจ ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยปากสั่งประหารบ่าวรับใช้ผู้โชคร้าย สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากชายเสื้อของนางบ่าวรับใช้—มันคือจดหมายลับที่มีลายมือคุ้นตาอย่างยิ่ง เป็นลายมือของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกรมทหารและเป็นพี่ชายแท้ๆ ของพระชายารองซูเหม่ย! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%