"ตราประทับเลือดฉบับนั้น... มิได้หมายถึงหัวของเป้าหมายในราชสำนัก แต่เป็นหัวใจของข้าต่างหากเล่า"
น้ำเสียงของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนแหบพร่าและเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ ท่ามกลางเงาสลัวของห้องทรงอักษรที่อบอวลด้วยกลิ่นอายจันทน์กะพ้อและคราบเลือดจางๆ จากมหาดเล็กผู้ส่งสารที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า แสงเทียนไหววูบสะท้อนดวงตาคมปลาบที่ซ่อนประกายความเหี้ยมเกรียมไว้ภายใต้แพขนตาดกหนา ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ เสียงเคาะประตูก็จังหวะประหลาดดังขึ้นสามครั้งติด
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"ท่านอ๋องเพคะ..." เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงความระคายหูราวกับเสียงกรีดกั้นของโลหะกระทบกันดังลอดเข้ามา "หม่อมฉันซูเหม่ย ได้ยินว่าท่านอ๋องทรงงานเหน็ดเหนื่อยจนถึงยามนี้ จึงนำซุปโสมบำรุงกำลังมาถวายเพคะ"
หลี่จินเหยาซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง เหลือบมองประตูบานแกะสลักด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วดั่งสายลมพัดผ่านผิวน้ำ นังงูพิษตัวนี้ช่างเลือกเวลามาเยือนได้เหมาะเจาะเสียจริง ราวกับแร้งที่กลิ่นเลือดลอยมาแตะจมูกแล้วรีบโผบินมาแย่งชิ้นเนื้อ
"ให้รำคาญใจนัก" เซียวจิ่งเหยียนสบถเบาๆ ในลำคอ มือหนายื่นออกไปหมายจะกวาดถ้วยชาบนโต๊ะทิ้ง ทว่าหลี่จินเหยาเอื้อมมือเรียวบางดั่งหยกขาวไปแตะข้อมือของเขาไว้เบาๆ สัมผัสเย็นเฉียบของนางทำให้สติอันดุร้ายของบุรุษผู้กุมกองทัพชะงักงัน
"ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะก่อนเถอะครับ..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่ามั่นคงและเปี่ยมด้วยเล่ห์กลลึกซึ้ง "แขกผู้ไม่ได้รับเชิญอุตส่าห์นำพาตนเองมาถึงถ้ำเสือ หากเราไม่ต้อนรับให้สมเกียรติ เกรงว่านางจะหาว่าจวนอ๋องของเราไร้มารยาทเอาได้ เปิดประตูให้ ‘พระชายารอง’ เข้ามาเถอะเพะคะ... อ้อ ไม่สิ ให้หม่อมฉันเป็นผู้ต้อนรับนางเองดีกว่า"
ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องหันมามองสตรีตรงหน้า ครู่หนึ่งที่ความดุร้ายในแววตาอ่อนแสงลงกลายเป็นความลุ่มหลงยากจะถอนตัว เขาพยักหน้าช้าๆ พร้อมส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาเปิดประตู
แอ๊ด...
บานประตูไม้เนื้อหอมเปิดออก เผยให้เห็นร่างระหงในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นทองคำ พระชายารองซูเหม่ยย่างกรายเข้ามาด้วยกิริยาราวกับนางพญา กลิ่นหอมฉุนของกำยานจากแดนใต้โชยนำมาก่อนตัว ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มเครื่องประทับอย่างประณีต ทว่าดวงตากลับฉายแววริษยาและระแวดระวังเมื่อเห็นหลี่จินเหยา দাঁড়อยู่ในห้องทรงอักษรยามวิกาลเช่นนี้
"คารวะท่านอ๋องเพคะ..." ซูเหม่ยย่อกายลงคำนับอย่างงดงาม ทว่าสายตากลับเหลือบมองเศษกระดาษที่มีคราบเลือดบนโต๊ะด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเสแสร้งให้หลี่จินเหยา "โอ้... น้องหญิงจินเหยาก็อยู่ด้วยหรือนี่ ดึกดื่นปานนี้ เหตุใดจึงยังไม่ออกไปจากตำหนักส่วนในเล่า หม่อมฉันเพียงแต่นำซุปมาให้ท่านอ๋องทรงเสวยเพื่อคลายความกังวลจากราชโองการลับฉบับนั้น... แหม หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเรื่องราชสำนักหดอกนะเพคะ เพียงแต่ได้ยินพวกบ่าวไพร่ลือกันหนาหูเท่านั้นเอง"
คำพูดที่ดูเหมือนถ่อมตัว แต่วาจาส่อเสียดและพยายามลองเชิงว่าจวนอ๋องกำลังประสบภัยใหญ่หลวง ช่างเป็นมารยาที่ต่ำช้าเสียจนน่าเวทนา หลี่จินเหยาไม่โกรธเคือง นางเพียงแต่ยกมือขึ้นจัดปิ่นปักผมหยกบนศีรษะอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าช่างงดงามราวกับบุปผาต้องน้ำค้าง ทว่ากลับเยือกเย็นจนซูเหม่ยรู้สึกสันหลังวาบ
"พระชายารองทรงใส่ใจราชกิจในห้องทรงอักษรยิ่งกว่าบิดาที่เป็นเสนาบดีเสียอีกกระมังครับ..." หลี่จินเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนในแพรไหม "อีกทั้งหูตาว่องไวยิ่งนัก ข่าวสารจากราชสำนักยังไม่ทันออกจากปากมหาดเล็ก พระองค์ก็ทรงทราบถึงหูแล้ว... ช่างน่าชื่นชมในความสามารถในการ ‘สอดรู้สอดเห็น’ เสียจริง"
สีหน้าของซูเหม่ยเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำในทันที นางกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด "เจ้า! เจ้าเป็นเพียงหมอต่ำศักดิ์ที่ท่านอ๋องทรงเมตตาชุบเลี้ยง กล้าดียังไงมาสามหาวต่อหน้าข้า!"
"ต่ำศักดิ์หรือ?" หลี่จินเหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะกังวานใสแต่น่าสะพรึงกลัว นางก้าวเข้าไปใกล้ซูเหม่ยทีละก้าว กลิ่นอายกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างระหง จนซูเหม่ยต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "พระชายารองเพคะ... คนเราจะสูงส่งหรือต่ำต้อย มิได้วัดกันที่ชาติกำเนิดบนผืนแผ่นดินนี้ แต่วัดกันที่บุญกรรมที่กำลังจะได้รับในอีกไม่ช้าต่างหากเล่า"
"เจ้าพูดจาเพ้อเจ้ออะไร!" ซูเหม่ยแผดเสียงตบะแตก
"หม่อมฉันไม่ได้เพ้อเจ้อ..." หลี่จินเหยาหยุดยืนห่างจากซูเหม่ยเพียงคืบ ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับมองทะลุถึงวิญญาณเน่าเฟะข้างใน นางยกมือขึ้นทำนายทายทักด้วยท่าทางของนักพรตผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน "ใบหน้ารูปไข่นี้ แม้จะงดงามเพียงใด ทว่าระหว่างคิ้วกลับมีกลุ่มหมองคล้ำสีเทาดำแผ่ขยาย... นั่นคือ ‘เงาอสุรกาย’ กำลังกัดกินดวงวิญญาณ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองด้วยความโลภ อีกไม่เกินสามราตรี พระชายารองเอ๋ย... เลือดสีดำจะไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด กระดูกในร่างจะแหลกสลายกลายเป็นผุยผงจากพิษไสยดำที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำเพื่อทำร้ายผู้อื่น และเมื่อสิ้นลม... วิญญาณของท่านจะถูกจองจำไว้ใต้พื้นเรือนหอแห่งนี้ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดไปชั่วกัปชั่วกัลป์!"
"เพ้อเจ้อ! นังสารเลว เจ้ากล้าแช่งข้าหรือ!" ซูเหม่ยกรีดร้องออกมาสุดเสียง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างงดงามบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวจนหน้าถอดสี ถ้วยซุปโสมในมือสั่นสะท้านจนน้ำซุปกระฉอกเปื้อนอาภรณ์ราคาแพง นางก้าวถอยหลังกรูดจนสะชายกระโปรงตัวเองเกือบล้มคะมำ
เซียวจิ่งเหยียนที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ยกย่องความร้ายกาจของสตรีในดวงใจอยู่ในที เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุจก้อนน้ำแข็งจากยอดเขา "คำทำนายของชายารอง... ฟังดูเข้าท่าดีนี่ พระชายารองซู... หากเจ้ายังไม่รีบไสหัวออกไปจากห้องทรงอักษรของเปิ่นหวาง เกรงว่าคำทำนายนั้นอาจจะกลายเป็นจริงเร็วกว่าสามราตรีก็เป็นได้!"
ซูเหม่ยสะดุ้งสุดตัว นางหวาดกลัวสายตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าของท่านอ๋องยิ่งกว่าสิ่งใด นางทำได้เพียงกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองสุดขีด สะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องราวกับสุนัขจนตรอก ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องไห้คร่ำครวญที่ดังแว่วมาจากทางเดินมืดมิด
บรรยากาศในห้องทรงอักษรกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลี่จินเหยาถอนหายใจยาวเบาๆ นางหันกลับมาสบตากับท่านอ๋องที่กำลังจ้องมองนางด้วยแววตาลึกซึ้งเกินบรรยาย ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยถ้อยคำใด บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นยะเยือกขึ้นอย่างกะทันหัน ลมพัดกรรโชกจนเปลวเทียนในห้องดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง
ปัง!
หน้าต่างไม้บานใหญ่ถูกลมกระโชกเปิดออกเองอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างโปร่งแสงสีขาวโพลนของหญิงสาวโบราณที่ปรากฏขึ้นกลางห้อง กลิ่นอายความตายอันคุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วทิศทาง และสิ่งที่ทำให้หัวใจของหลี่จินเหยาต้องกระตุกวูบ คือในมือของวิญญาณคุณหญิงบัวไม่ได้ถืออาวุธใดๆ แต่มันกำลังถือ... ราชโองการลับฉบับที่สอง ที่มีรอยเลือดเปรอะเปื้อนสดๆ และตราประทับตระกูลซูที่นางเพิ่งขับไล่ออกไปเมื่อครู่!
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยความอินและฟินไปพร้อมกันนะครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 3
แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!