เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 2

เงาปริศนาใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นกำยานปนสนิมเหล็กตีเข้าจมูกจนหลี่จินเหยาต้องขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองความมืดสลัวเบื้องหน้า เรือนรับรองร้างท้ายจวนอ๋องยามนี้มิได้เงียบสงบดังที่ควรจะเป็น เงาดำทะมึนร่างหนึ่งกำลังทาบทับอยู่เหนือร่างของบ่าวรับชายที่นอนตัวสั่นเทา น้ำลายฟูมปาก ดวงตาทิพย์ที่ติดตัวข้ามมิติมาสะท้อนภาพน่าสะพรึงกลัว วิญญาณสตรีในชุดไทยโบราณสBายแพรสีหม่นเปรอะคราบเลือดกำลังใช้เรียวนิ้วเรียวยาวจิกทึ้งลงบนทรวงอกของบ่าวผู้เคราะห์ร้าย เสียงโหยหวนบาดแก้วหูแว่วมาตามลม "มันต้องชดใช้... พวกมันทั้งหมดต้องตาย..." "หากไม่อยากให้มันตับแตกตายคามือท่าน ยุติการกระทำไร้สาระเสียเถอะครับ" หลี่จินเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาด นางก้าวเท้าเข้าไปในรัศมีอาคมอย่างไม่เกรงกลัว ร่างระหงภายใต้ชุดอาภรณ์ปักลายหงส์ขยับไหวพร้อมกับกระเป๋าผ้าไหมบรรจุอุปกรณ์แพทย์ที่ถูกหยิบออกมาเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว วิญญาณคุณหญิงบัวชะงัก หันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยดวงตาแดงก่ำไร้แววตา ความอาฆาตพุ่งเข้าใส่ดั่งคลื่นพายุ "นังสารเลว... เจ้ากล้าดียังไงมาสอดเรื่องของเรือนนี้!" แรงกดดันจากจิตวิญญาณแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง หลี่จินเหยาเพียงแค่ปรายตามอง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "วิญญาณอาฆาตก็คือพลังงานตกค้างที่ติดอยู่ในห้วงเวลาอันบิดเบี้ยว ท่านตายไปนานเท่าไหร่แล้วล่ะครับ เกรงว่าสมองส่วนความทรงจำคงเสื่อมสลายไปหมด ถึงได้จำไม่ได้ว่าความแค้นโง่ๆ นั้นทำลายแม้กระทั่งความงามของท่านเอง" คำพูดเย้ยหยันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทำให้วิญญาณคุณหญิงบัวกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง พุ่งร่างทะลวงเข้าใส่หมายปลิดชีพสตรีผู้บังอาจ ทว่า หลี่จินเหยาเร็วกว่า นางสะบัดข้อมือซัดเข็มเงินฝังลงบนจุดชีพจรสำคัญบนร่างของบ่าวรับใช้ พร้อมกับยกยันต์กระดาษที่เขียนด้วยชาดแดงแปะลงกลางหน้าผากของคนป่วย พลังปราณอุ่นร้อนที่นางรวบรวมไว้กระแทกเข้าใส่ร่างโปร่งแสงจนวิญญาณคุณหญิงบัวกระเด็นถอยหลัง กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจากการถูกพลังแพทย์บูรพาสกัดกั้น "อึก... นำยามา!" หลี่จินเหยาหันไปสั่งบ่าวอีกคนที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่มุมห้อง นางไม่รอช้า คว้าถ้วยยาต้มสมุนไพรฤทธิ์เย็นจัดกรอกใส่ปากบ่าวผู้ป่วยทันที มือเรียวอีกข้างฝังเข็มเงินลงที่จุด 'เน่ย관' และ 'จู๋ซานหลี่' เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและขับพิษร้ายออกจากร่างกาย เวลาผ่านไปชั่วก้านธูป เสียงหอบหายใจรุนแรงค่อยๆ สงบลง บ่าวรับใช้ผู้เคราะห์ร้ายสำลักลิ่มเลือดสีดำออกมาคำโต ก่อนจะนอนแน่นิ่งไปด้วยความอ่อนเพลีย แต่ลมหายใจกลับสม่ำเสมอขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลี่จินเหยาถอนหายใจยาว ปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับ นางเก็บเข็มเงินเข้าซองอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมเรือนรับรองอีกครา "ฝีมือไม่เลวนี่..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากความมืดตรงประตูด้านนอก ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนก้าวพระบาทเข้ามาอย่างเชื่องช้า แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองสลับระหว่างร่างของบ่าวที่รอดตายกับสตรีงามผู้ยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องหน้า มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มเยียบเย็น "ชายาของเปิ่นหวางช่างมีความลับซ่อนอยู่มากเสียจริง กล้าต่อกรกับวิญญาณอาฆาตแถมยังรักษาคนใกล้ตายได้ในชั่วพริบตา เจ้าเป็นใครกันแน่... สายลับจากแคว้นใดส่งมา?" หลี่จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมปลาบนั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม "หม่อมฉันจะเป็นใครไม่สำคัญหรอกเพคะท่านอ๋อง... สิ่งสำคัญคือท่านต่างหากที่ควรระวังตัวให้ดี" ยังไม่ทันที่เซียวจิ่งเหยียนจะตรัสตอบสิ่งใด เสียงฝีเท้ารatรัวเร็วดังขึ้นจากนอกเรือน พร้อมกับขันทีสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเบื้องพระบาท "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีราชโองการลับจากฮ่องเต้ส่งตรงถึงห้องทรงอักษร ตราประทับเลือด... เป็นพระราชโองการประหารชีวิตเร่งด่วนพ่ะย่ะค่ะ!" ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามอ่านตอนที่ 2 นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%