กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่หมักหมมมาแรมปี ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นธูปสาบสางที่มอดดับ คลุ้งตลบอบอวลอยู่ปลายนาสิกจนน่าสะอิดสะเอียน หลี่จินเหยาลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของเรือนไม้สักทองโบราณที่ผุพัง หยาดน้ำค้างผสมคราบน้ำฝนรั่วไหลหยดลงกระทบใบหน้าของนางเป็นจังหวะจะโคน ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง
ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นริ้วไปทั่วร่าง ดุจมีคนนำเข็มนับพันเล่มมาทิ่มแทงลงบนไขกระดูก สมองของแพทย์หญิงมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดหมุนวนสับสน ภาพสุดท้ายที่นางจำได้คือความเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดเคสใหญ่ติดต่อกันสามสิบหั่วโมงในห้องไอซียู แต่เวลานี้... รอบตัวนางกลับไม่ใช่ห้องปลอดเชื้อสีขาวสะอาดตา หากแต่เป็นเตียงไม้แกะสลักลวดลายโบราณที่เต็มไปด้วยหยากไย่และฝุ่นหนาเตอะ
*ก๊อก... ก๊อก... โครม!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักแหลมสูงเสียดแท่นประสาท ที่ดังแว่วมาจากมุมมืดของห้องโถง ทั้งที่ประตูและหน้าต่างถูกลงกลอนลงดานเอาไว้สนิทจากภายนอก... ไม่มีทางที่มนุษย์หน้าไหนจะเข้าไปยืนอยู่ตรงนั้นได้
จินเหยาขบกรามแน่น ฝืนพยุงกายที่ไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นนั่ง ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นางไม่ใช่สตรีขี้ขลาดตาขาวในนิยายน้ำเน่าที่จะเอาแต่กรีดร้องฟูมฟาย เมื่อกวาดสายตาสำรวจรอบกายผ่านความมืดมัว ดวงตาคู่นั้นก็พลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง—นางมองเห็น "บางสิ่ง" ที่คนธรรมดามองไม่เห็น
กลุ่มควันสีเขียวหม่นลอยวนอยู่เหนือขื่อคา เงาร่างสีดำทะมืดนับสิบชีวิตกำลังยืนรายล้อมเตียงนอนของนาง ดวงตาสร้างจากความว่างเปล่าจ้องมองตรงมาที่นางด้วยความอาฆาตมาดร้าย เสียงร่ำไห้โหยหวนระAระรัวดังระงมอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกรีดร้องจากขุมนรกภูมิ
"ออกไป..." นางพึมพำด้วยน้ำแหบแห้ง แต่กระแสเสียงกลับเยือกเย็นเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ที่ติ
ทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางก็หลั่งไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก... ร่างนี้มีนามว่า 'หลี่จินเหยา' เช่นเดียวกัน เป็นบุตรสาวเสนาบดีตกอับที่ถูกส่งตัวมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพื่อเป็นสะพานอำนาจให้ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน แต่ทว่า... นับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเหยียบเข้าสู่จวนอ๋องอันยิ่งใหญ่ นางกลับถูกต้อนรับด้วยความเย็นชาไร้หัวใจจากสามี และถูกกลั่นแกล้งสารพัดจาก 'พระชายารองซูเหม่ย' อนุภรรผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเรือนหลัง จินเหยาถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นกาลกิณี จนถูกเนรเทศให้มาใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ใน 'เรือนวิญญาณ' เรือนร้างท้ายจวนที่ร่ำลือกันว่ามีผีสางอาละวาด และสุดท้าย... นางก็ถูกวางยาพิษอย่างเงียบเชียบ เพื่อเปิดทางให้สตรีอื่นขึ้นมาแทนที่
*แอ๊ด...*
เสียงบานหน้าต่างไม้ผุพังเปิดออกเองตามลำพัง ทั้งที่ไม่มีกระแสลมพัดผ่านแม้แต่น้อย ลมหนาวสายหนึ่งพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงน้ำมันก๊าดริบหรี่ใกล้ดับ เงาร่างของสตรีในชุดโบราณอาบย้อมด้วยเลือดสีชาด ค่อยๆ ก้าวลอยละลิ่วเข้ามาใกล้เตียงนอน ใบหน้าซีดขาวไร้ซึ่งดวงตา มีเพียงรอยแผลเหวอะหวะน่ากลัวกำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
"เจ้า... แย่งชิง... ที่ของข้า..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังติดข้างหู ราวกับเสียงของคนกำลังใกล้จะขาดใจตาย
จินเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว มือเรียวบางเอื้อมไปคว้ากิ่งไม้แห้งที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาถือไว้เป็นอาวุธ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณมนุษย์ แต่สัญชาตญาณของแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนบอกนางว่า การแสดงความอ่อนแอต่อหน้าสิ่งเหล่านี้ คือหนทางสู่ความตายที่รวดเร็วที่สุด
"ถ้าเจ้ายังมีห่วงคาใจเรื่องการตายของตัวเอง ก็จงไปบอกคนที่ทำร้ายเจ้าเสีย อย่ามาเกะกะขวางทางข้าที่เพิ่งจะได้ชีวิตใหม่!" จินเหยาเอวาจาเฉียบขาด ดวงตาดอกท้อฉายแวววาวโรจน์ด้วยความดุดัน จนวิญญาณอาฆาตชะงักงันไปชั่วขณะ
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่ลานกว้างหน้าเรือนร้าง พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องทะลุกรอบหน้าต่างกระดาษเข้ามา บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นกดดันและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
ประตูปิดตายถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันมหาศาล เสียงไม้แตกหักดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นตลบอบอวล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรเงินยวงก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น ไอสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น
ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน... บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมดุร้ายไร้หัวใจ กวาดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงมาที่เตียงนอน ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะเหยียดยิ้มเยาะหยันอย่างเลือดเย็น
"คิดไม่ถึงว่า ผ่านไปสามวันแล้ว สตรีชั้นต่ำเช่นเจ้าจะยังไม่ยอมตาย..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่แยแส พร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดเตียงนอนช้าๆ
จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยพิษไข้ แต่นางกลับเชิดคางขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาทิพย์ของนางมองเห็นกลุ่มพลังงานสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากตัวของเซียวจิ่งเหยียน—เขากำลังถูกครอบงำด้วยคำสาปโบราณบางอย่าง และมีใครบางคนในจวนหลังนี้ จงใจใช้คุณไสยเพื่อกัดกินวิญญาณของเขาทีละน้อย
ก่อนที่จินเหยาจะได้เอ่ยปากพูดสิ่งใด มือหนาราวกับคีมเหล็กก็พุ่งเข้ามาบีบปลายคางของนางไว้แน่น แรงกดมหาศาลทำให้นางแทบหายใจไม่ออก
"ในเมื่อเจ้ายังไม่ตาย... ก็จงดื่มสิ่งนี้เสีย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเจ้าเอง!"
ขันทีสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดเงินบนนั้นมีจอกสุราสีดำสนิทส่งกลิ่นฉุนกึกของยาพิษร้ายแรงที่สามารถละลายลำไส้ได้ภายในพริบตา... ถ้วยยาพิษถูกยื่นตรงมาเบื้องหน้านาง พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่สะท้อนอยู่ในแววตาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติมาด้วยกันในตอนแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในเรือนวิญญาณ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!